'การบ้าน' ของสังคมทั้งสังคม


เพิ่มเพื่อน    

อือมม์ม์ม์...ชักทำท่าว่าน่าจะ เละ ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ สำหรับความเป็นไปของบ้านเมืองในทุกวันนี้ ไม่ว่าโดยตัว ปัญหา ที่ออกจะแก้ยาก แก้เย็น เสียเหลือเกิน หรือโดยตัว การบริหาร-จัดการ ที่โดย ศักยภาพคงไปได้แต่เพียงเท่านี้ ไปจนลักษณะความเป็นไปทางสังคม รวมทั้งพฤติกรรมทางการเมือง ซึ่งล้วนแล้วแต่ถือเป็น ข้อเท็จจริงตามธรรมชาติ ไปด้วยกันทั้งสิ้น...

                                                        ---------------------------------------------

            หรือถ้าจะพูดให้ได้บรรยากาศแบบ พระๆ คงหนีไม่พ้นต้องไปหยิบเอาคำพูด-คำจา ของ อภิมหาพระ ผู้ล่วงลับไปแล้ว อย่าง ท่านพุทธทาสภิกขุ มาใช้เป็นเครื่องสะท้อนสิ่งที่กำลังเป็นอยู่และ เป็นไป นั่นคือ... ด้วยเหตุเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้...สิ่งนี้จึงเป็นไป ตามกฎเหล็กแห่งธรรมชาติ หรือตาม กฎอิทัปปัจจยตา-ปฏิจจสมุปบาท นั่นแล คือแทบไม่รู้ว่าจะหาทางออก ทางไป กันในลักษณะไหน  มันถึงจะพอช่วยให้เกิด ทางรอด แบบคล่องเนื้อ คล่องตัว สบายเนื้อ-สบายตัวขึ้นมาได้มั่ง  สำหรับฉากสถานการณ์ความเป็นไปในทุกวันนี้ ไปจนถึงอนาคตเบื้องหน้า...

                                                            --------------------------------------------

            ด้วยเหตุนี้...นอกเหนือไปจากการ ทำใจ หรือไม่ก็คว้า ทัมใจ ยัดใส่ปากซักวันละซอง-สองซองแล้ว คงหนีไม่พ้นต้องยอมรับว่า สิ่งที่เรียกๆ ว่า ความเปลี่ยนแปลง นั้น คงเป็นเรื่องที่มิอาจปฏิเสธ ได้อีกต่อไป เหลืออยู่แค่ว่า...จะหาทางทำให้ความเปลี่ยนแปลงนั้นๆ ไม่ก่อให้เกิดผลในทางลบ หรือในทางเลวร้ายได้มาก-น้อยขนาดไหน ทำอย่างไรถึงจะช่วยให้ความขัดแย้ง แตกแยก มันลุกลาม บานปลาย มากเกินไปกว่านี้  ทำอย่างไรถึงจะพอช่วยให้เกิดการ อยู่ร่วมกันโดยสันติ ภายในสังคมเดียวกัน แผ่นดินเดียวกัน ได้อีกนานเท่านาน ไม่ถึงกับรบรา ฆ่าฟัน  ชนิดมีแต่ฉิบหายกันไปข้าง...

                                                            ------------------------------------------------

            คืออันที่จริงฉากสถานการณ์ทำนองนี้...มันคงไม่ถึงกับถือเป็นเรื่อง  ผิดปกติ ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับสังคมไทย หรือสังคมไหนๆ ก็แล้วแต่ แต่เป็นสิ่งที่เคยเป็นมากันโดยตลอด ชนิดอาจถือเป็น ข้อเท็จจริงตามธรรมชาติ เอาเลยก็ว่าได้ ที่อะไรก็ตามที่ เกิดขึ้น และ ตั้งอยู่  สุดท้าย...ย่อมต้อง ดับไป หรือย่อม เปลี่ยนแปลงไป ตามกฎเหล็กแห่งธรรมชาติ อย่างมิอาจปฏิเสธ เพียงแต่ว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นๆ ใช่ว่าจะนำไปสู่การแตกดับ สูญหาย ไม่หลงเหลือเศษซากใดๆ อีกต่อไป  ตรงกันข้าม...อาจนำไปสู่การสร้างสรรค์ ปั้นแต่ง การนิรมิตให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ที่เหมาะสม สอดคล้อง กับฉากสถานการณ์ในอนาคตเบื้องหน้าได้เช่นกัน...

                                                             ------------------------------------------------        

            ปัญหาอยู่เพียงแค่ว่า...บรรดาผู้ที่ยังดำรงคงอยู่ในช่วง ระยะผ่าน  จะมีพลังจิต พลังใจ ไปจนถึงพลังอำนาจ ในการเสกสรร ปั้นแต่ง นิรมิตให้สิ่งใหม่ๆ ที่จะเข้ามาทดแทนสิ่งเก่าๆ ซึ่งกำลังแตกดับ และสูญหายไปนั้น เป็นไปในทางที่ดี ทางที่ถูก ที่ต้อง เป็นไปตามครรลอง คลองธรรม มีศีล มีธรรม และมี ความยุติธรรม มาก-น้อยเพียงใด??? อันนี้นี่แหละ...ที่ต้องถือเป็น การบ้าน สำหรับ สังคมทั้งสังคม ไม่ใช่แค่เฉพาะ รัฐบาล ที่กำลังดิ้นมา-ดิ้นไป และหนีไม่พ้นต้องผ่านมา-แล้วผ่านไป อย่างมิอาจปฏิเสธ โดยสังคมนั้นๆ...จะหาทางออก ทางไป หรือ ทางรอด กันในแบบไหน ในลักษณะไหน ก็คงต้องขึ้นอยู่กับ วุฒิภาวะ ภายในสังคมนั้นๆ ขึ้นอยู่กับความเติบโต ความเป็นผู้ใหญ่ ความแข็งแกร่งทางร่างกายและจิตใจ ว่ายังคงหลงเหลืออยู่มากหรือน้อยขนาดไหน???

                                                                     -----------------------------------------------

            สรุปง่ายๆ ว่า...เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว มันคงไม่ใช่เป็นแค่เรื่องของ บิ๊กตู่ หรือเรื่องของ รัฐบาล ล้วนๆ แต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องของสังคมทั้งสังคม หรือของบรรดา ทวยไทย ทั้งมวลนั่นแหละ ที่จะต้อง เป็นผู้รับผิดและรับชอบ สำหรับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในทุกวันนี้ และสิ่งที่กำลังเป็นไปในอนาคตเบื้องหน้า เพราะแค่เฉพาะเอา บิ๊กตู่...ออกไป มันคงแทบไม่ได้ แก้ปัญหา เท่าที่เห็นและเป็นอยู่ หรือกำลังเป็นไปแต่อย่างใด แค่พอได้ซี้ดๆ ซ้าดๆ ซู้ดๆ ซ้าดๆ มันซ์ซ์ซ์พ่ะย่ะค่ะ กันในบางกลุ่ม บางรายเท่านั้นเอง แต่โอกาสที่จะมองหา หรือมองเห็น ตัวเลือกใหม่ๆ ต้องยอมรับว่า...แทบไม่มีเอาเสียเลย!!! ไม่ก็ติดโน่น ติดนี่ ติดๆ-ขัดๆ ระดับหนักซะยิ่งกว่า ยักตื้นติดกึก-ยักลึกติดกัก ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า...

                                                                ------------------------------------------------------

            ด้วยเหตุนี้...มันจึงกลายเป็น ภาระ ของบรรดาทวยไทยทั้งหลาย หรือของ สังคมทั้งสังคม นั่นแหละ ว่าจะเอาไงกันดี หรือจะเอาไงกันต่อไป!!! เอากันแบบภายใต้ระเบียบ ระบบ ระบอบ และกระบวนการเท่าที่เป็นอยู่ หรือจะฉีกแนว แหวกแนว ไปในแบบไหน ในลักษณะไหน แบบชนิด พระเจ้าตาก คุมทหารม้า 500 ตีฝ่ากองทัพพม่า เมื่อครา กรุงแตก หรือแบบ พระนเรศวรมหาราช หลั่งทักษิโณทก ประกาศไม่ขึ้นกับแผ่นดินอังวะ โดยไม่จำเป็นต้องสนใจต่อสิ่งที่จะตามมา หรือไม่??? อย่างไร??? อันนี้นี่แหละ...ที่ถือเป็น การบ้าน หรือถือเป็น  โจทย์ ข้อใหญ่ ที่บรรดา ทวยไทย หรือปวงชนชาวไทยทั้งหลายพึงต้องเร่งหา คำตอบ ก่อนที่อะไรต่อมิอะไรมันจะเละเป็นขี้ เละเป็นโจ๊ก ยิ่งขึ้นไปกว่านี้...

                                                                  ----------------------------------------------------

            เพราะสิ่งที่กำลังตามมา...นับจากนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าจะเป็นตัว  ปัญหา ศักยภาพหรือประสิทธิภาพในการ บริหาร-จัดการ อารมณ์-ความรู้สึก อันวูบไหวไป-มายิ่งขึ้นเรื่อยๆ ภายในสังคม ตลอดไปจนสันดอน หรือสันดาน อันมิอาจขุดลอกได้ตามวัฒนธรรมทางการเมือง  ฯลฯ ล้วนแต่เป็นเงื่อนไข-เหตุปัจจัย อันนำไปสู่ ความเปลี่ยนแปลง ด้วยกันทั้งสิ้น การรับมือกับฉากสถานการณ์ความเป็นไปในลักษณะเช่นนี้ ด้วยการหาทางทำให้ ความเปลี่ยนแปลง นั้นๆ เป็นไปในทางบวก  เป็นไปในทางสร้างสรรค์ ไม่ใช่ในทางทำลาย จึงถือเป็นภาระเร่งด่วน ของสังคมทั้งสังคม...

                                                                   -------------------------------------------------------

            ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้...จาก “Andy Warhol”... They always say  time changes things, but you actually have to change them  yourself. - มักพูดกันว่า...กาลเวลาเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง แต่จริงๆ แล้ว...คุณต้องเปลี่ยนทุกสิ่งด้วยตัวเอง”

                                                                    --------------------------------------------------------


พี่ "หมอเดชา" ของผม.... "นาวาโทเดชา สุขารมณ์" ท่านจากไปโดยสงบเสียแล้ว เห็นข่าวใจหายแวบ! เพราะท่านคือ "พี่หมอที่เคารพ" ของผมมายาวนานไม่ต่ำกว่า ๕๐ ปี ทั้งข้าว น้ำ รอยยิ้ม และรักที่มีให้ ฝังใจจำตลอด

"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน
๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!
"ทุบโต๊ะ" แค่คิดก็ "พัง" แล้ว