ความเปลี่ยนแปลงอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้!!!


เพิ่มเพื่อน    

ฮื่ออ์อ์อ์...พุ่งทะลุทำ นิวไฮของนิวไฮ ขึ้นไปถึง 17,000 กว่าราย หวิดๆ ครบ 2 หมื่นเข้าไปทุกที สำหรับจำนวน ผู้ติดเชื้อ โควิดบ้านเรา จะเข้าสู่ช่วงลดๆ หรือช่วงที่เส้นกราฟค่อยๆ ลดระดับลงมากันในช่วงไหนต่อช่วงไหน ก็ยากที่จะคาดคะเนได้ เพราะนี่...ก็เหลืออีกแค่  80-90 วัน ก็ต้องเริ่มต้น เปิดประเทศ ตามคำป่าวประกาศ คำสัญญาของรัฐบาล ซึ่งก็ยังคิดไม่ออก-บอกไม่ถูก ยัง นึกภาพไม่ออก ว่าจะเปิดกันในแบบไหน ในลักษณะไหน???

                                                        --------------------------------------------------

            แต่ก็นั่นแหละ...ก็คงไม่ใช่แต่ บ้านเรา ที่ต้องออกอาการ หันรี-หันขวาง ไม่ต่างไปจาก สุนัขบนทางด่วน สำหรับการหาทางออก-ทางไป  เพื่อไม่ให้ความกลัว ป่วยตาย มันอาจต้องกลายเป็นการ อดตาย ตามไปด้วย เพราะระดับคุณพ่ออเมริกาก็คงไม่ต่างไปจากกันนั่นแหละ จากที่เคย เราชนะแล้ว...แม่จ๋า เคยป่าวประกาศว่าไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากาก ไม่ต้องเว้นระยะห่างอีกต่อไป มาถึง ณ ขณะนี้...ก็หนีไม่พ้นต้อง พลิกลิ้น พลิกหน้า-พลิกหลัง กันอีกซะแร้น ด้วยเหตุเพราะตัวเลข ผู้ติดเชื้อ จากโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ที่แม้แต่ วัคซีนเทพ อย่างไฟเซอร์ โมเดอร์นา ก็ เอาไม่อยู่ ไปด้วยกันทั้งสิ้น มันเด้งพรวดๆ พราดๆ ขึ้นมาถึง 8 หมื่น 9 หมื่น ใกล้ๆ จะถึงหลักแสนแบบช่วงที่เคย คว้าแชมป์โรค มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ส่งผลให้ต้อง หันรี-หันขวาง แบบเดียวกับทวยไทยทั้งหลาย...นั่นแล...

                                                               -------------------------------------------------

            ส่วนรอบๆ บ้าน หรือแถบบ้านใกล้-เรือนเคียง ก็คงไม่ต่างไปจากกันซักเท่าไหร่ สำหรับ เสือเหลือง-มาเลย์ นั้น เห็นว่าแนวรบด่านสำคัญ อย่าง สัปเหร่อ ชักไม่ไหวจะกลบ จะฝัง กันไปแล้วถึงขั้นนั้น ต้องกองศพสุมๆ ไว้ภายในห้องเก็บศพ หรืออาจต้องทิ้งเอาไว้ซักสองวัน-สามวัน  ไม่สามารถฝังภายใน 24 ชั่วโมง ตามหลักของศาสนาได้อีกต่อไปแล้ว  ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อในแต่ละวัน ก็ไม่ต่างอะไรไปจากบ้านเรา คือปาเข้าไปใกล้ๆ จะระดับ 2 หมื่นเข้าไปทุกที แต่ยังไงๆ...ก็ยังตามหลัง  จอมพลิกล็อก-อินโดนีเซีย ที่ขึ้นไปถึงระดับ 4 หมื่น 5 หมื่นโน่นเลย...

                                                                ------------------------------------------------

            แต่ที่น่าห่วง น่ากังวล เป็นอย่างยิ่ง...คงหนีไม่พ้นไปจากพม่า หรือเมียนมานั่นแหละทั่น คือไม่ใช่แค่เจอกับเชื้อโควิดสายพันธุ์ธรรมดา หรือสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่ไม่มีข้อยกเว้นให้กับผู้หนึ่ง ผู้ใด วัคซีนหนึ่ง วัคซีนใด  เอาเลยแม้แต่น้อย แต่ยังต้องเจอกับปัญหา การเมือง เจอกับการกัดกัน  ฟัดกัน ของฝ่ายประชาธิปไตยและฝ่ายเผด็จการภายในประเทศ จนทำเอา ระบบสาธารณสุข ของประเทศทั้งประเทศ น่าจะ ล่มสลาย ไปเพราะการกัดกัน ฟัดกันนี่แหละ ไม่ใช่เพราะเหตุอื่น คือไม่ใช่แค่การไล่ฉีด ไล่จิ้ม ไล่ทิ่มวัคซีน ให้ผู้คนภายในประเทศต้องลดระดับ ลดจำนวนเปอร์เซ็นต์ลงไปเท่านั้น แต่ยังมีการตามไปจับหมอ จับพยาบาล ที่ออกมาประท้วงไม่เห็นด้วยกับเผด็จการ ที่ไม่ทำงาน ชะลองาน หรือที่พยายามออกมา Call Out ทั้งหลาย เอาไปขังคุกกันไปเป็นรายๆ...

                                                                  --------------------------------------------------

            ด้วยเหตุนี้...แม้จำนวนตัวเลข ผู้ติดเชื้อ อย่างเป็นทางการในแต่ละวัน จะอยู่ระดับประมาณ 4 พัน 5 พันคน แต่ที่ยังไม่ได้ตรวจ ยังไม่ได้หาเชื้อ พบเชื้อ จะปาเข้าไปเป็นหมื่นๆ แสนๆ หรือไม่? อย่างไร? ก็ยังมิอาจสรุปได้ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ..แค่ฝั่งตรงข้ามชายแดนแม่สอดแค่จุดเดียว จำนวนผู้ติดเชื้อก็น่าจะนับเป็นพันๆ คนเข้าไปแล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงระดับประเทศ ที่ไม่ว่าผู้นำเผด็จการอย่างนายพล มิน อ่อง หล่าย จะออกมาวิงวอน ขอความช่วยเหลือจากนานาชาติกันมั่งแล้ว แต่ถ้าหากหมอและพยาบาล และบรรดาฝ่ายประชาธิปไตยภายในประเทศ ยังคงมุ่งมั่นที่จะ Call Out ไม่ยินยอม พร้อมใจ ไม่ยอมรับ ไม่เชื่อฟังคำสั่งของ บิ๊กตู่...(ประทานโทษ) ของผู้นำเผด็จการซะอย่างแล้ว ความช่วยเหลือจากต่างชาติก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากมายซักเท่าไหร่...

                                                                     ------------------------------------------------------

            ดังนั้น...การแพร่ระบาด จากจุดหนึ่ง-ไปยังอีกจุดหนึ่ง จากประเทศหนึ่ง-ไปยังอีกประเทศหนึ่ง มันจึงเป็นสิ่งที่ยากซ์ซ์ซ์เอามากๆ ที่จะควบคุม ป้องกัน กันได้ง่ายๆ และนั่นเอง...ที่อาจส่งผลให้ ภูเก็ต  แซนด์บ็อกซ์ หรือ เชียงใหม่ แซนด์บ็อกซ์ ไปจนกระทั่ง ประเทศไทย แซนด์บ็อกซ์ ฯลฯ หรือความพยายาม เปิดประเทศภายใน 120 วัน  ก็คงแทบไม่ต่างอะไรไปจาก ปราสาททราย นั่นเอง คือเมื่อต้องเจอเข้ากับคลื่นการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของท่านเชื้อไวรัสโควิด สายพันธุ์เดลตาเข้าไปแบบจะจะ จังๆ สุดท้าย...อาจหนีไม่พ้นต้องสูญสลายหายวับไปกับตา หรือหนีไม่พ้นต้องกลับไป อดตาย กันอีกจนได้!!!

                                                                         --------------------------------------------------

            อย่างที่ว่าเอาไว้แล้วนั่นแหละว่า... ปัญหา คราวนี้ มันออกจะหนักไปทาง ปัญหาปราบเซียน เอาเลยก็ว่าได้ ไม่เพียงแต่การหา จุดสมดุล ระหว่างความกลัวป่วยตาย กับความกลัวอดตาย ที่แทบจะหาไม่เจอกันในแต่ละประเทศ ความก้าวหน้า พัฒนา ของ ศัตรูแห่งมวลมนุษยชาติ อย่างท่านเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็กลับเป็นอะไรที่มาแรง แซงโค้ง เอามากๆ นอกเหนือไปจาก สายพันธุ์เดลตา แล้ว เห็นว่ากำลังจะมี สายพันธุ์แลมบ์ดา ตามติดเข้ามาอีก เร็วซะยิ่งกว่ายกระดับ 4G เป็น 5G หรือ 6G ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า นอกไปจากนั้น...ยังแถมด้วยการกัดกัน ฟัดกัน ของ มวลมนุษยชาติด้วยกันเอง แบบชนิดไม่ไล่-ไม่เลิก ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายเผด็จการกับฝ่ายประชาธิปไตยในพม่าเท่านั้น  เพราะกระทั่งในไทยแลนด์ แดนสยามของหมู่เฮา...ก็ต้องเรียกว่ายังคงแรงกับแรงไม่น้อยไปกว่ากัน...

                                                                          ------------------------------------------------

            เพราะที่หนักหนา-สาหัสยิ่งไปกว่านั้น...ก็คงหนีไม่พ้นไปจากฝ่ายเผด็จการอย่างจีนและรัสเซีย ที่กำลังถูกฝ่ายประชาธิปไตยอย่างคุณพ่ออเมริกาและพันธมิตรตะวันตก ไล่บด ไล่บี้ ไล่เหยียบ ไล่กระทืบ ชนิดแม้แต่เรื่อง วัคซีน ก็ยังไม่คิดจะยกเว้น คือแทนที่จะร่วมมือ-ร่วมใจ หันหน้าไปสู้กับ ศัตรูแห่งมวลมนุษยชาติ ที่แท้จริง ให้จะจะ จังๆ ดันหันมาสู้กันเองซะอีกต่างหาก ดังนั้น...ภายใต้สภาพเช่นนี้ ย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้องนำมาซึ่ง ความเปลี่ยนแปลง ในแบบใด แบบหนึ่ง ขึ้นมาจนได้นั่นแล...

                                                                           -----------------------------------------------

            ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Plato (อีกครั้ง)... Only the dead have seen the end of war. - มีแต่คนตายเท่านั้น ที่มีโอกาสได้เห็น...อวสานแห่งสงคราม!!!”

                                                                             ---------------------------------------------------


ผมดูๆ ข่าวช่วงนี้ ทะแม่งๆ ยังไงไม่รู้นะ? เรื่อง ป.ป้อม-ป.ประยุทธ์ นั่นแหละ สื่อบางสำนักตีข่าวเป็นจริง-เป็นจัง โดยจับประเด็นมาจาก ป.ประยุทธ์ หัก ป.ป้อม ปลด "ธรรมนัส-นฤมล" จาก รมช.โดยไม่บอก

๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!
"ทุบโต๊ะ" แค่คิดก็ "พัง" แล้ว
"ประชารัฐ-ธรรมนัส"