โฆษกศบศ.มั่นใจมาตรการลดค่าเทอมบรรเทาค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง ย้ำนายกฯเร่งดูแลทุกกลุ่ม


เพิ่มเพื่อน    


30 ก.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) เปิดเผยว่า ตามที่ครม. เห็นชอบมาตรการมาตรการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของครัวเรือนและประชาชน เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองและนักเรียนนักศึกษาทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ประจำปีการศึกษา 1/2564 ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีแนวทางการช่วยเหลือ 2 มาตรการ ได้แก่ 1)  มาตรการให้ความช่วยเหลือฯ ของกระทรวงศึกษาธิการ และ 2) มาตรการให้ความช่วยเหลือฯ ของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ โดยประมาณการกรอบวงเงินในการเยียวยาช่วยเหลือทั้งสองมาตรการ จำนวน 33,000 ล้านบาท

โฆษก ศบศ. กล่าวอีกว่า มาตรการให้ความช่วยเหลือฯ ของกระทรวงศึกษาธิการ มีแนวทาง ดังนี้ (1) สนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครอง 2,000 บาทต่อนักเรียน 1 คน เพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองที่เพิ่มขึ้นจากการปรับรูปแบบการเรียนการสอน ซึ่งจากการสำรวจขณะนี้นักเรียนในระบบ จำนวน10,793,975 คน ประมาณการค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 21,587,950,000 บาท (2) จัดสรรค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยสถานศึกษา เพื่อลดค่าใช้จ่ายของครูในการดูแลนักเรียน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ครูมีภาระในการติดตามและการจัดการการสอนภายใต้สถานการณ์โควิด (3) ลดหรือชะลอการเรียนเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ปกครองในโรงเรียนเอกชน  เป็นการดำเนินการโดยอาศัยอำนาจตามความใน มมาตรา 32 และ มาตรา 34 ของ พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 โดยลดค่าใช้จ่ายหรือตรึงค่าใช้จ่ายในภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษา 2564 ให้เท่ากับปีการศึกษา 2563 ซึ่งที่ผ่านมาโรงเรียนเอกชนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ได้ดำเนินการคืนค่าธรรมเนียมให้กับผู้ปกครองแล้ว จำนวน 2,275.27 ล้านบาท

ทั้งนี้ คาดว่างบประมาณของมาตรการนี้อยู่ที่ 23,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีมาตรการลดค่าธรรมเนียมการศึกษาของนิสิตนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐและภาคเอกชน โดยของภาครัฐ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ (1) ลดค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียม ส่วนที่ไม่เกิน 50,000 บาท ร้อยละ 50 (2) ส่วนที่ 50,001-100,000 บาท ลดร้อยละ 30 และ (3)  ส่วนที่เกิน 100,00 บาทขึ้นไป ลดร้อยละ 10 ซึ่งการให้ส่วนลดจะเป็นการความจ่ายระหว่างรัฐบาลและสถาบันอุดมศึกษาในอัตรา 6:4 โดยรัฐบาลจะสนับสนุน ร้อยละ 60 และสถาบันอุดมศึกษาสมทบ ร้อยละ 40 ทั้งนี้

นายธนกร กล่าวต่อว่า  ในส่วนของ สถาบันอุดมศึกษาภาคเอกชน รัฐบาลจะสนับสนุนลดค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมให้คนละ 5,000 บาท และให้ทางสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแต่ละแห่งพิจารณาสนับสนุนมาตรการอื่นเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เช่น ขยายเวลาผ่อนชำระหรือผ่อนจ่ายค่าธรรมเนียม การจัดหาอุปกรณ์/โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับยืมเรียนออนไลน์ การลดค่าหอพักนักศึกษา เป็นต้น โดยคาดว่าการดำเนินการดังกล่าวภายใต้กรอบวงเงิน  10,000 ล้านบาท  ทั้งนี้ ครม. ได้มอบให้กระทรวงศึกษา และกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม จัดทำขอเสนอเพื่อขอรับการสนับสนุนแหล่งเงินในการดำเนินการ และย้ำการกำหนดกลไกตรวจสอบยืนยันตัวตนของผู้ที่จะดั้บความช่วยเหลือและการจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร โดยให้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจถึงหลักการ และแนวทางให้ความช่วยเหลือต่อไป  อย่างไรก็ตามตนมั่นใจว่ามาตราการดังกล่าวจะช่วยผู้ปกครองได้มาก โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการกลาโหม จะดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม ขอให้ทุกฝ่ายอดทนและช่วยกันเราจะผ่านมันไปได้

 


นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) รุ่นที่ ๑๒ เชิญ "นางเมทินี ชโลธร" ประธานศาลฎีกา  ไปบรรยายพิเศษเรื่อง "บทบาทของกระบวนการยุติธรรมกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตของประเทศไทย" ในวงสัมมนา ที่ ป.ป.ช.สนามบินน้ำ เมื่อวาน (๑๗ ก.ย.๖๔)  

กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!
"ทุบโต๊ะ" แค่คิดก็ "พัง" แล้ว
"ประชารัฐ-ธรรมนัส"    
"ฆาตกร"ในระบบ IO
รุ่นใหม่"ลลิษา มโนบาล"