อาการหนัก4.7พัน ติดโควิดใกล้แตะ2หมื่น/วัน ป่วย-ตายนิวไฮทุกจังหวัด


เพิ่มเพื่อน    

 นิวไฮรายวัน ยอดผู้ติดเชื้อโควิดใกล้แตะ 2 หมื่นคนต่อวัน รวมสะสมเฉียด 6 แสน เสียชีวิตพุ่ง 178 ราย ตายในบ้าน 12 คน ยังรักษาตัว 2 แสน อาการหนัก 4,691 ราย กทม.กดไม่ลงจริงๆ เจอวันเดียว 3,668 คน ขณะที่ยอดผู้ป่วยต่างจังหวัดเพิ่มยกแผง

    เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 18,912 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 18,092 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 13,342 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 4,750 ราย, จากเรือนจำและที่ต้องขัง 810 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย
    ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 597,287 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 10,750 ราย ยอดรวมหายป่วยแล้ว 391,920 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 200,510 ราย อาการหนัก 4,691 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,032 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 178 ราย เป็นชาย 92 ราย หญิง 86 ราย โดยอยู่ที่กทม.มากที่สุด 64 ราย รองลงมาคือสมุทรปราการ 20 ราย เป็นสัญชาติไทย 174 ราย, จีน 2 ราย, กัมพูชา 1 ราย, เมียนมา 1 ราย โดยผู้เสียชีวิตอายุน้อยที่สุดเป็นเด็กอายุ 15 ปี มีอาการสมองพิการ เป็นผู้ป่วยติดเตียง
    สำหรับผู้เสียชีวิตเป็นการเสียชีวิตที่บ้าน 12 ราย อยู่ใน กทม. 5 ราย, สมุทรปราการ 3 ราย, ปทุมธานี 2 ราย,  อุบลราชธานีและปัตตานี จังหวัดละ 1 ราย ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 4,857 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนเพิ่มเติมวันที่ 30 ก.ค. 480,155 โดส รวมฉีดวัคซีนแล้ว 17,491,632 โดส ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 198,010,967 ราย เสียชีวิตสะสม 4,224,124 ราย
    10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในวันนี้ ได้แก่ กทม. 3,668 ราย, สมุทรสาคร 1,178 ราย, ชลบุรี 1,062 ราย, สมุทรปราการ 872 ราย, ระยอง 670 ราย, นนทบุรี 577 ราย, นครปฐม 538 ราย, ฉะเชิงเทรา 437 ราย,  ศรีสะเกษ 369 ราย และปทุมธานี 351 ราย โดยต่างจังหวัดมีคลัสเตอร์ใหม่ 5 คลัสเตอร์ ประกอบด้วย บริษัทเครื่องสำอาง อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร พบผู้ติดเชื้อ 13 ราย, แคมป์ก่อสร้าง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง พบผู้ติดเชื้อ 248 ราย, บริษัทยางรถยนต์ อ.บางเลน จ.นครปฐม พบผู้ติดเชื้อ 23 ราย, บริษัทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พบผู้ติดเชื้อ 18 ราย และโรงงานผลิตภัณฑ์ไก่ อ.เมืองฯ จ.สระบุรี พบผู้ติดเชื้อ 88 ราย ขณะที่ กทม.มีคลัสเตอร์เฝ้าระวัง 145 คลัสเตอร์ พบคลัสเตอร์ใหม่ที่ศาสนสถานแห่งหนึ่งในเขตมีนบุรี และคลัสเตอร์ใหม่ที่ชุมชนนูรู้ลยากีน เขตจอมทอง
    นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 872 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 747 ราย อำเภอเมืองสมุทรปราการ จำนวน  338 ราย, อำเภอพระประแดง จำนวน 201 ราย, อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จำนวน 65 ราย, อำเภอบางพลี จำนวน 118 ราย, อำเภอบางบ่อจำนวน 16 ราย, อำเภอบางเสาธง จำนวน 9 ราย, โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการจำนวน 125 ราย เสียชีวิต 20 ราย เป็นเพศชายจำนวน 6 ราย เพศหญิงจำนวน 14 ราย
    ผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน จนถึงปัจจุบัน จำนวน 38,573 ราย ในพื้นที่ 32,370 ราย นอกพื้นที่ 6,203 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลของรัฐ จำนวน 1,876 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลเอกชน จำนวน 2,660 ราย รักษาใน Hospitel มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีสมุทรปราการ จำนวน 1,367 ราย
ชลบุรีนิวไฮ 1,062 คน
    ศูนย์โควิด-19 ระยอง รายงานตัวเลขผู้ป่วยมีจำนวนมากถึง 670 ราย เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงอายุ 50 ปี ชาวบ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง พบผู้ป่วยพบมากใน อ.บ้านฉาง 264 ราย รองลงมาคือ อ.นิคมพัฒนา 167 ราย, ปลวกแดง 117 ราย, เมืองระยอง 37 ราย,แกลง 30 ราย, บ้านค่าย 8 ราย, เขาชะเมา 6 ราย และ อ.วังจันทร์ 2 ราย รวมทั้งผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด 39 ราย
         ด้านสำนักงานสาธารณสุข จ.ชลบุรี รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำนิวไฮอีกครั้ง โดยมีมากสุดถึง 1,062 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 6 ราย โดยมีพื้นที่ที่พบการแพร่ระบาดอย่างหนักทั้งใน อ.บางละมุง, ชลบุรี, ศรีราชา, สัตหีบ, บ้านบึง,พนัสนิคม และพานทอง
       นอกจากนั้นยังพบการติดเชื้อกันเองในครอบครัว สถานที่ทำงานและกลุ่มเสี่ยงสัมผัสผู้ติดเชื้อมากกว่าครึ่ง รวมทั้งยังกระจายในคลัสเตอร์เดิมๆ คือสถานประกอบการ-โรงงาน และผู้มีอาชีพพบปะคนจำนวนมาก
    สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรีรายงานว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 163 ราย แยกเป็นผู้ป่วยติดเชื้อภายในพื้นที่จังหวัด จำนวน 153 ราย นอกพื้นที่จังหวัด 10 ราย หายป่วย 63 ราย เสียชีวิต 0 ราย
    นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศเพื่อนบ้าน ยังมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจังหวัดกาญจนบุรีมีอำเภอที่มีพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านและใกล้เขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล ซึ่งเป็นศูนย์กลางของประเทศไทย จึงมีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรคออกไปเป็นวงกว้าง ทั้งการติดเชื้อระหว่างกันภายในจังหวัดกาญจนบุรีเอง อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพรวมของประเทศไทย
     ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดกาญจนบุรี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี จึงมีคำสั่ง  ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ดังนี้    1.ตำบลจรเข้เผือก อำเภอด่านมะขามเตี้ย 2.ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมืองกาญจนบุรี    3.อำเภอสังขละบุรี 4.อำเภอทองผาภูมิ 5.อำเภอไทรโยค
    การขนส่งสินค้าอุปโภค-บริโภค การขนส่งทางการแพทย์ และการขนส่งพัสดุภายในประเทศ ให้ดำเนินการได้ โดยมอบหมายให้นายอำเภอท้องที่ เป็นผู้บริหารจัดการในพื้นที่ ปิดตลาดนัดในท้องที่ทั้ง 5 แห่ง ยกเว้นตลาดสดที่มีการเปิดเป็นประจำทุกวัน ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน ระหว่างเวลา 22.00-04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น
    ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐมเปิดเผยว่า พบผู้ป่วยระลอกใหม่ 426 ราย เป็นคนไทย 415 ต่างชาติ 11 ราย และผู้ป่วยนอกจังหวัด 15 ราย จำแนกเป็นอำเภอเมืองฯ 88 ราย, อำเภอกำแพงแสน 85 ราย, อำเภอสามพราน 75 ราย, อำเภอบางเลน 75 ราย, อำเภอนครชัยศรี 50 ราย, อำเภอพุทธมณฑล 35 ราย, อำเภอดอนตูม 4 ราย และเสียชีวิต 9 ราย ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและผู้ป่วยทุกรายได้รับการกักกันและดำเนินการตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข
ตากประกาศเคอร์ฟิว
    นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตาก ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดตาก ได้มีคำสั่งจังหวัดตาก ที่ 2582/2564 เรื่องมาตรการป้องกัน ควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) จังหวัดตาก การตรวจคัดกรองหาเชื้อเชิงรุกในชุมชนที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดในพื้นที่อำเภอแม่สอด  
    หลังพบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่อำเภอแม่สอด มีผู้ติดเชื้อคนไทยและแรงงานเมียนมาจำนวนมาก และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 30 กรกฎาคม 2564 เฉพาะพื้นที่อำเภอแม่สอด พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 176 ราย รวมผู้ป่วยระลอกใหม่สะสม ตั้งแต่ 1 เมษายน-30 กรกฎาคม 2564 จำนวน 3,281 รายด้วยกัน
    โดยในคำสั่งดังกล่าว นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่สอด เลี่ยง จำกัด หรืองดเว้นเดินทางออกนอกเคหสถาน หรือที่พำนักโดยไม่จำเป็น ยกเว้นการเดินทางเพื่อจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค อาหาร ยา หรือเวชภัณฑ์ การเดินทางเพื่อพบแพทย์ การรักษาพยาบาล การรับวัคซีนป้องกันโรค หรือเพื่อปฏิบัติงานหรือประกอบอาชีพ ที่ไม่สามารถปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work From Home) ได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังป้องกันตนเอง และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด
    นอกจากนี้ ยังกำหนดให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่ได้รับมอบหมาย ให้สามารถตรวจคัดกรองหาเชื้อเชิงรุก ในชุมชนที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดในพื้นที่อำเภอแม่สอดได้ โดยหากมีความจำเป็นให้ขอความเห็นชอบคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตาก ในการปิดสถานที่หรือกิจการที่มีความเสี่ยง หรือขอความร่วมมือในการงดออกจากเคหสถานโดยไม่จำเป็น เพื่อประโยชน์ในการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรค covid-19 ในพื้นที่ที่กำหนด โดยคำสั่งดังกล่าว มีผลตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
    อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้มีคำสั่งขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่สอด งดหรือชะลอออกนอกเคหสถาน ระหว่างเวลา 23.00- 04.00 น. ส่วนแรงงานต่างด้าว ได้ห้ามออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 20.00-04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป เพื่อควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรค covid-19 ไปครั้งหนึ่งแล้ว
    ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานข้อมูลสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 ถึงวันที่ 30 ก.ค.2564 ของ จ.บุรีรัมย์ ว่ายังคงน่าเป็นห่วง วันนี้พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 320 ราย เป็นตัวเลขผู้ป่วยทำสถิติสูงที่สุดตั้งแต่มีการระบาดมาของ จ.บุรีรัมย์อีกครั้ง แยกเป็นผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 7 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 313 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 3,660 ราย เสียชีวิตสะสม 7 ราย รักษาหายแล้ว 427 ราย ยังรักษาอยู่ 3,226 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด
    ขณะที่ “โครงการอุ้มลูกหลานเซราะกราวกลับบ้าน” มารักษาที่บ้านเกิด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนจัดขึ้นมา โดยจะรับ “เฉพาะคนบุรีรัมย์” ที่ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ไม่มีที่รักษา จะมีรถไปรับมารักษาที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งทำการเปิดคอลเซ็นเตอร์รับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์ 0-2576-5555 ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. 2564 เป็นต้นมานั้น ล่าสุด ขณะนี้มีคนบุรีรัมย์ที่ทำงานต่างจังหวัดติดเชื้อโควิดไม่มีที่รักษา ติดต่อขอรับบริการกลับบ้านแล้ว 701 คน ในจำนวนนี้ได้รับกลับบ้านแล้ว 372 ราย กระจายไปรักษาตาม รพ.ต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด ที่เหลืออยู่ระหว่างเดินทางและส่งรถไปรับ
     คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมารายงานว่า พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มสูงกว่าสถิติการติดเชื้อของ จ.นครราชสีมา นิวไฮทะลุป้องสูงลบสถิติ 368 ราย ผู้ป่วยเสียชีวิตอีก 1 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 57 ราย โดยในจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ เป็นผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 207 ราย สัมผัสผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 125 ราย รวมผู้ป่วยระลอกใหม่สะสมของจังหวัดนครราชสีมา 6,629 ราย รักษาอยู่ 3,542 ราย ข่าวดีรักษาหาย 3,030 ราย
ภาคใต้ยอดพุ่งยกแผง
      ส่วนสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดปัตตานียังคงวิกฤติ หลังจังหวัดได้มีการตรวจเชื้อด้วย ATK เชิงรุกในหลายอำเภอ ทำให้พบผู้ติดเชื้อสูงอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ วันที่ 30 ก.ค. เพิ่มขึ้นอีก 309 ราย และเสียชีวิตรายใหม่เพิ่มอีก 3 ราย ซึ่งขณะนี้มียอดผู้ป่วยสะสม 8,959 ราย รักษาหายแล้ว 5,959 ราย เสียชีวิตสะสม 118 ราย จำนวนนี้อำเภอเมืองฯ มีผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุด 2,875 ราย รองลงมา อำเภอหนองจิก 1,189 ราย และอำเภอยะหริ่ง 1,027 ราย
    ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยังคงน่าเป็นห่วงและวิกฤติหนัก กระทบหลายส่วน ทำให้ผู้ประกอบต่างๆ ร้านค้าย่อย ต่างหวาดผวาและกังวล เนื่องจากร้านมีลูกค้าเข้า-ออกบ่อย จึงร้องขอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการฉีดพ่น  ด้านชุดกู้ชีพมูลนิธิท่งเต็กเซี่ยงตึ๊ง จ.ปัตตานี เมื่อรับทราบการร้องขอจากผู้ประกอบการต่างๆ จึงนำทีมสวมชุด PPE ทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อภายในร้าน ซึ่งตลาดระยะเวลาที่ผ่านมา ชุดกู้ชีพมูลนิธิท่งเต็กเซี่ยงตึ๊งได้มีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไปแล้วหลายแห่ง
    ขณะที่ จ.ยะลา มีรายงานยอดผู้ติดเชื้อจำนวน 168 ราย ใน อ.เมืองฯ 64 ราย, อ.รามัน 56 ราย, อ.บันนังสตา 18 ราย, อ.ยะหา 16 ราย, อ.เบตง 7 ราย, อ.ธารโต 6 ราย และ อ.กรงปินัง 1 ราย ยอดผู้ป่วยสะสมจำนวน 7,122 ราย เสียชีวิต 2 ราย ใน อ.เมืองฯ และ อ.รามัน รวมยอดเสียชีวิต 56 ราย
      ทั้งนี้ จ.ยะลามีคำสั่งห้ามเดินทางเข้าออกพื้นที่เสี่ยงและงดปฏิบัติศาสนกิจในมัสยิด ศาสนสถานในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่บ้านซีเซะ กลุ่มบ้านซีเซะนอก หมู่ 5 ต.บาโระ อ.ยะหา และบ้านบันนังบูโบ กลุ่มบ้านปาเงาะหมู่ 3 ต.ถ้ำทะลุ อ.บันนังสตา จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
    คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สงขลาเปิดเผยว่า จ.สงขลามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 324 ราย ติดเชื้อสะสม 12,026 ราย เสียชีวิต 63 คน มาจากผู้ป่วยจากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในกลุ่มพนักงานโรงงานโชติวัฒน์ และแคมป์คนงานและผู้สัมผัส 60 คน กลุ่มผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยันในอำเภอต่างๆ 102 คน กลุ่มผู้ป่วยจากการติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอื่นๆ 37 คนรักษาหายแล้ว 9,028 คน นอนโรงพยาบาล 2,935 คน
        มีรายงานว่า ผู้ป่วยจากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในกลุ่มพนักงานเมอร์กา 23 คน และกลุ่มพนักงานโรงงานมิสซุย 35 คน ผู้ป่วยจากการตรวจคัดกรองเชิงรุกกลุ่มพนักงานโรงงานอุตสาหกรรม 8 แห่ง 25 คน และผู้ป่วยคัดกรองเชิงรุก ต.หัวเขา อ.สิงหนคร และผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 23 คน กลุ่มผู้ป่วยในบริษัทอื่นๆ 19 คน
    นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการ จ.สงขลา เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโควิดใน จ.สงขลา แพร่กระจายเพิ่มขึ้นและขยายวงกว้าง มีความจำเป็นเพิ่มมาตรการเร่งด่วน ต้องยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดด้วยการขยายเวลาล็อกดาวน์ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 2 ส.ค.ออกไป 14 วัน เพื่อตรวจคัดกรองในพื้นที่
    สำนักงานสาธารณสุข จ.กระบี่ ได้ประกาศให้ผู้ที่เข้าไปใช้บริการร้านเคเอฟซี สาขาห้างโวคกระบี่ อ.เมืองฯ จ.กระบี่ ในช่วงวันที่ 14-28 ก.ค.64 ให้ไปรายงานตัวที่โรงพยาบาล หรือ รพ.สต.ใกล้บ้านตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. ในเวลาราชการ หลังพบผู้ติดเชื้อคลัสเตอร์ ร้านเคเอฟซี สาขาห้างโวคกระบี่  7 ราย   ทีมสอบสวนโรค สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองกระบี่ ร่วมกับโรงพยาบาลกระบี่ อ.เมืองกระบี่ เร่งตรวจคัดกรองกลุ่มผู้สัมผัสที่มีประวัติตามไทม์ไลน์ของผู้ป่วยยืนยัน ได้แก่กลุ่มผู้ส่งอาหาร (ไรเดอร์) ซึ่งเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ รายงานตัวและเฝ้าระวังอาการตัวเอง 14 วันอยู่ที่บ้าน หากมีอาการสามารถตรวจคัดกรองได้ที่ รพ.กระบี่
    ขณะที่ศูนย์สื่อสารความเสี่ยงสำนักงานสาธารณสุข จ.กระบี่ ได้รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดกระบี่ เมื่อคืนที่ผ่าน พบผู้ป่วยรายใหม่ 27 ราย พบในจังหวัด 17 ราย จากต่างจังหวัด 10 ราย    เป็นกลุ่มคลัสเตอร์ร้านเคเอฟซีห้างโวค 7 ราย และคลัสเตอร์โรงเรียนปอเนาะเอกภาพศาสนวิชญ์พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 9 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสมรวม 1,059 ราย รักษาตัวที่ รพ. 204 ราย รักษาหาย 853 ราย.

 

 


ก็เพิ่งรู้.... ตอน "นายกฯ" กับ "ลุงป้อม" ลงพื้นที่นี่แหละว่า "ศรัทธา-บารมี" นักการเมือง เขาวัดกันตรง "จำนวน ส.ส." ที่แห่ห้อมล้อมตาม!

แซะจน "เสียมหัก" จนได้
"ก็...ไม่ได้กู้มาโกงนี่ครับ"    
"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน
๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน