ถอดเครื่องแบบฝ่าวิกฤติโควิด สวมชุดพีพีอีช่วยผู้ป่วยส่ง รพ.


เพิ่มเพื่อน    

สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤติ ยอดผู้ติดเชื้อใกล้แตะ 20,000 คนต่อวัน  ผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล เป็นที่น่าเวทนาผู้ติดเชื้อต้องนอนรักษาตัวด้านนอกอาคาร ลานจอดรถ รพ.สนามหรือจุดพักคอยก็ไม่มีที่ว่าง ต้องขอให้ผู้ป่วยสีเขียวที่อาการไม่หนักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน แต่ภาพที่สะท้อนความเป็นจริง ผู้ติดเชื้อที่รักษาตัวอยู่ที่บ้านหรือระหว่างรอเตียงล้มตายเป็นใบไม้ร่วง หลายชีวิตนอนรอความตาย ยิ่งมีภาพผู้เสียชีวิตข้างถนนด้วยแล้ว ยิ่งตอกย้ำสถานการณ์เข้าขั้นเลวร้าย มีคำถามตัวโตถึงรัฐบาล ประเทศไทยมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ทั้งที่การระบาดรอบแรกและรอบที่สอง ไทยได้รับการยกย่องเป็นอันดับต้นๆ ของโลกในการสกัดยับยั้งการแพร่ระบาดโควิด
    การเข้าถึง วัคซีน จึงเป็นคำตอบของวิกฤติโควิดรอบนี้ เมื่อวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันกลายเป็น วัคซีนการเมือง ชีวิตประชาชนแขวนอยู่บนเส้นด้าย รัฐมนตรีป่าวประกาศ “เดือน มิ.ย.วัคซีนเต็มโรงพยาบาล เต็มแขนประชาชน” กลายเป็นเฟกนิวส์ เมื่อประชาชนต่างดิ้นรนหาที่ตรวจเชื้อ ดิ้นรนหาที่ฉีดวัคซีน เบียดเสียดแออัดยัดเยียดแทบจะกลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ ก็ยังแถเป็นแค่มุมกล้อง ยังไม่นับรวมอีกหลายสิบล้านคนที่ยังไม่ได้ฉีดแม้กระทั่งเข็มแรก วัคซีนที่เข้ามาทุกวันนี้เห็นส่วนใหญ่เป็นวัคซีนที่ได้รับการบริจาคจากต่างชาติ ส่วนที่รัฐบาลคุยโวจัดหามาให้คนไทย 150 ล้านโดสนั้นยังห่างไกล
     ความโหดร้ายของไวรัสโควิดสร้างความตระหนกให้แก่ประชาชน  ยิ่งในโลกโซเชียลมีเดีย สื่อออนไลน์ หรือแม้กระทั่งรายการข่าวทางโทรทัศน์ ที่วันนี้ 90 เปอร์เซ็นต์ล้วนยัดเยียดแต่เรื่องของไวรัสโควิด-19  ยอดผู้ติดเชื้อ ยอดผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะช่วงหลังที่มีข่าวผู้ติดเชื้อเข้าขั้นวิกฤตินอนรอความช่วยเหลือที่บ้าน ผู้ติดเชื้อเสียชีวิตคาบ้าน ผู้ติดเชื้อเสียชีวิตตามข้างถนน วนเวียนอยู่อย่างนี้ ยิ่งตอกย้ำความหวาดกลัวหวาดระแวงเชื้อร้าย ประชาชนเสพสื่อจนจิตตก กลายเป็นช่องโหว่ให้ผู้ไม่หวังดีสร้างข่าวปลอม โพสต์-แชร์สร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชนอยู่เนืองๆ ตอกย้ำสถานการณ์เลวร้ายมากยิ่งขึ้นไปอีก
    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข  ผบ.ตร.ขานรับนโยบายรัฐบาล ให้ทุกหน่วยประสานการปฏิบัติร่วมกับกระทรวงดิจิทัลฯ หน่วยงานความมั่นคง สาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าตรวจสอบข้อมูลข่าวสารที่ถูกบิดเบือน พร้อมเร่งสร้างการรับรู้ให้ประชาชน พิสูจน์ทราบตัวผู้กระทำความผิด สืบสวนปราบปราม จับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีอย่างจริงจังต่อเนื่องภายในกรอบของกฎหมาย เพื่อจำกัดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ตัดโอกาสการทำผิด ให้ประชาชนได้รับรู้ข่าวสารอย่างถูกต้อง เพราะอาจจะตกเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัวซึ่งมีโทษจำคุกสูงถึง 5 ปี  
    การบังคับใช้กฎหมายเป็นหน้าที่หลักของตำรวจ แต่วิกฤติประเทศครั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นอีกหน่วยงานที่เป็นด่านหน้า ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์สกัดการแพร่ระบาด ตั้งด่านตรวจจุดสกัดการเคลื่อนที่ของประชาชนกลุ่มเสี่ยง จัดชุดเคลื่อนที่เร็วร่วมกับฝ่ายปกครอง  สาธารณสุข ตรวจเชิงรุกสอบสวนโรคป้องกันการแพร่ระบาด หรือตามที่เจ้าหน้าที่ส่วนราชการร้องขอสนับสนุน
    อีกภารกิจที่องค์กรตำรวจเป็นฟันเฟืองฝ่าฟันอุปสรรคภัยโควิดให้สถานการณ์ดีขึ้น เพื่อช่วยลดภาระบุคลากรทางการแพทย์ บิ๊กปั๊ด  ห่วงใยในสถานการณ์การติดเชื้อและแพร่ระบาดที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ประชาชนในพื้นที่ที่มีการระบาดได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะการนำผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม สถานพยาบาล หรือศูนย์พักคอย จึงสั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค  1-9 สำรวจสภาพยานพาหนะประจำหน่วย เช่น รถควบคุมผู้ต้องหา หรือรถยนต์ตู้ และกำลังพลจิตอาสา เพื่อทำหน้าที่พลขับในการสนับสนุนภารกิจร่วมกับกรมการแพทย์ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน หรือ สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)
    โดยให้ผู้บังคับบัญชาของหน่วยประสานหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ หากหน่วยงานสาธารณสุขมีความต้องการยานพาหนะพร้อมพลขับในการนำส่งผู้ป่วยโควิด-19 ไปยังโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม  สถานพยาบาล หรือศูนย์พักคอย ให้ตำรวจสนับสนุนภารกิจเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยทันที สวมชุดป้องกันการติดเชื้อ (PPE) หน้ากากอนามัย  Face Shield ถุงมือยาง น้ำยาฆ่าเชื้อ ยึดการปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุข (DMHTT) อย่างเคร่งครัด ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือแอลกอฮอล์ทำความสะอาดยานพาหนะก่อนและหลังปฏิบัติภารกิจทุกครั้ง ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อหมายเลข 191 หรือหมายเลขโทรศัพท์ของ สน.ท้องที่รับผิดชอบ
    นับตั้งแต่ ผบ.ตร.มีนโยบายให้ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชนยามทุกข์ยากอย่างแท้จริง ถอดเครื่องแบบสีกากีมาสวมชุดพีพีอี ช่วยเหลือประชาชนติดโควิดส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาตามมาตรการสาธารณสุข มีผลงานอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันอีกหลายหน่วยออกมาช่วยเหลือประชาชน วางปืนแล้วควงตะหลิวประกอบอาหาร นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคไปแจกประชาชนบรรเทาความเดือดร้อน เป็นจิตอาสาสร้าง รพ.สนาม สถานที่พักคอย  เปลี่ยนตู้จราจรเป็นตู้ปันสุข ถึงแม้จะมีกำลังพลบางส่วนที่ติดเชื้อจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่ก็ไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง.


พี่ "หมอเดชา" ของผม.... "นาวาโทเดชา สุขารมณ์" ท่านจากไปโดยสงบเสียแล้ว เห็นข่าวใจหายแวบ! เพราะท่านคือ "พี่หมอที่เคารพ" ของผมมายาวนานไม่ต่ำกว่า ๕๐ ปี ทั้งข้าว น้ำ รอยยิ้ม และรักที่มีให้ ฝังใจจำตลอด

"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน
๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!
"ทุบโต๊ะ" แค่คิดก็ "พัง" แล้ว