เปิดข้อมูลไฟเซอร์ก่อนฉีดให้กับคนไทย


เพิ่มเพื่อน    

ในที่สุดวัคซีน mRNA ที่เข้ามาประเทศไทยอย่างเป็นทางการ อย่าง "ไฟเซอร์" ก็มาเสียที หลังจากคนไทยบางกลุ่มได้ชูว่าเมื่อไหร่วัคซีนเทพจะมาเสียที โดยประเทศไทยได้รับบริจาควัคซีนไฟเซอร์จำนวน 1.5 ล้านโดส ที่เป็นวัคซีนของสหรัฐอเมริกาบริจาคเพื่อช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดในประเทศไทย นับเป็นไฟเซอร์ล็อตแรกที่ถูกนำเข้ามาในประเทศ หลังจากนี้สหรัฐอเมริกาจะบริจาคให้ไทยเพิ่มอีก 1 ล้านโดส รวมถึงไทยเองมีแผนจัดซื้ออีก 20 ล้านโดส ที่เพิ่งมีการลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา
    สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส จะฉีดใช้ให้ 4 กลุ่มเป้าหมาย ดังนี้ กลุ่มที่ 1 บุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยทั่วประเทศ เป็นเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน จำนวน 700,000 โดส โดยได้มีการสำรวจรายชื่อจากโรงพยาบาลต่างๆ ที่ส่งมา จากนั้น กระทรวงสาธารณสุขจะกระจายวัคซีนไปโรงพยาบาลเป้าหมายเพื่อฉีดให้บุคลากรสาธารณสุขมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น
    กลุ่มที่ 2 ฉีดในกลุ่มเสี่ยง 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มี 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ แต่เนื่องจากไฟเซอร์สามารถฉีดในเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปได้ จึงจะมีการฉีดให้กับเด็กที่มีอายุ 12 ขึ้นไปและป่วยใน 7 กลุ่มโรคเรื้อรังนี้ด้วย โดยจะมีการกระจายไปใน 13 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด คือ กทม. สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา สงขลา ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส จำนวน 645,000 โดส
    กลุ่มที่ 3 ชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย โดยเป็นผู้ที่มี 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ และคนไทยผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศที่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนไฟเซอร์ เช่น นักเรียน นักศึกษา เป็นต้น จำนวน 150,000 โดส
    และกลุ่มที่ 4 สำหรับการทำการศึกษาวิจัย โดยการอนุมัติของคณะกรรมการวิจัยจริยธรรม เพื่อนำผลการวิจัยมาใช้ในการกำหนดนโยบายต่อไป จำนวน 5,000 โดส
    โดยจากคุณสมบัติทางคลินิก มีข้อบ่งชี้สำหรับฉีดเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป เพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อโควิด-19 ซึ่งการฉีดให้บุคคลที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ให้ฉีด 2 โดส ซึ่งการฉีดเข็มที่ 2 ควรใช้หลังจากการฉีดเข็มแรก 3 สัปดาห์ ทั้งนี้ แนะนำว่าให้ผู้ที่ได้รับการฉีดเข็มแรกควรได้รับการฉีดกระตุ้นในเข็มที่ 2 ด้วยไฟเซอร์เช่นเดิม
    แต่ไฟเซอร์ป้องกันโควิดสายพันธุ์ใหม่ได้หรือไม่ จากเว็บไซต์ของไฟเซอร์เผยว่า วัคซีนไฟเซอร์มีประสิทธิภาพ 100% ในการป้องกันโควิดเบตา (แอฟริกาใต้) สถานที่ซึ่งพบสายพันธุ์ B.1.351 เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ การศึกษาอื่นพบว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ครบ 2 เข็ม มีโอกาสติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในสหราชอาณาจักร หรือ B.1.1.7 น้อยลง 90%
    อีกทั้งจากข้อมูลที่ไฟเซอร์เผยในรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2/2021 ชี้ว่า การฉีดวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มที่ 3 โดยเว้นระยะห่างจากเข็มที่ 2 อย่างน้อย 6 เดือน ช่วยให้มีระดับแอนติบอดีสำหรับต้านไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิม เมื่อเทียบกับการฉีด 2 เข็ม เพิ่มขึ้น 5-8 เท่า และต้านสายพันธุ์เบตาเพิ่มขึ้น 15-21 เท่า
    ส่วนข้อควรระวังในการใช้ยา ภาวะภูมิไวเกินและการแพ้  พบรายงานเหตุการณ์ภูมิแพ้รุนแรงอย่างเฉียบพลันหลังการฉีดวัคซีน ควรมีการเตรียมความพร้อมตลอดเวลาสำหรับการดูแลและให้การรักษาที่เหมาะสม โดยแนะนําให้มีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด อย่างน้อยที่สุด 30 นาทีหลังฉีดวัคซีน ไม่ควรฉีดวัคซีนครั้งที่ 2 ให้กับผู้ที่เกิดการแพ้ยาขั้นรุนแรงจากการฉีดวัคซีนครั้งที่ 1
    ข้อมูลกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ พบรายงานหลังจากการฉีดน้อยมาก รายงานส่วนใหญ่พบในเพศชายวัยหนุ่ม โดยจะเกิดอาการภายใน 14 วันหลังจากการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะภายหลังการฉีดวัคซีนครั้งที่ 2 จากข้อมูลที่ปรากฏพบว่าการดำเนินโรคของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบภายหลังการได้รับวัคซีนไม่แตกต่างจากการดำเนินโรคในสภาวะปกติ หากผู้ที่รับการฉีดวัคซีนควรได้รับคำอธิบายถึงวิธีการสังเกตอาการตนเองเพื่อสามารถแจ้งแพทย์ได้ทันท่วงทีหากมีอาการที่อาจบ่งชี้  เช่น การเจ็บหน้าอกแบบเฉียบพลันและอาการคงอยู่ หายใจสั้น หรือใจสั่นภายหลังจากการฉีด ควรดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติหรือปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัยและรักษาภาวะดังกล่าว
    ทั้งนี้เช่นเดียวกับวัคซีนชนิดอื่นๆ ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปในผู้ที่มีอาการไข้สูงเฉียบพลันหรือการติดเชื้อเฉียบพลัน ในส่วนภาวะเกล็ดเลือดต่ำและความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด เช่นเดียวกับยาฉีดเข้ากล้ามเนื้ออื่นๆ ควรฉีดวัคซีนด้วยความระมัดระวังในผู้ที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ หรือผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดใด เนื่องจากอาจเกิดภาวะเลือดออกหรือจ้ำเลือดหลังจากการฉีดเข้ากล้ามเนื้อในบุคคลเหล่านี้
    ด้านความปลอดภัยของไฟเซอร์ ได้รับการประเมินในผู้เข้าร่วมการศึกษาที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป จากการศึกษาทางคลินิก 2 การศึกษา จำนวน 22,875 ราย ประกอบด้วยผู้มีอายุ 16 ปีขึ้นไป จำนวน 21,744 ราย และผู้มีอายุ 12 ถึง 15 ปี จำนวน 1,131 ราย โดยเป็นผู้ได้รับวัคซีนไฟเซอร์อย่างน้อย 1 เข็ม โดยผู้ที่มีอายุ 12-15 ปี  อาการไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อยที่สุดคือ อาการปวดบริเวณที่ฉีดยา มากกว่า 90% อ่อนล้าและปวดศีรษะ มากกว่า 70% ปวดกล้ามเนื้อและหนาวสั่น มากกว่า 40% ปวดข้อและมีไข้ มากกว่า 20% และผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป อาการไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อยคือ อาการปวดบริเวณที่ฉีด มากกว่า 80% อ่อนล้า มากกว่า 60% ปวดศีรษะ มากกว่า 50% ปวดกล้ามเนื้อและหนาวสั่น มากกว่า 30% ปวดข้อ มากกว่า 20% ไข้และบวมบริเวณที่ฉีด มากกว่า 10% โดยมักมีความรุนแรงต่ำหรือปานกลาง และหายเป็นปกติภายในไม่กี่วันหลังจากฉีดวัคซีน พบว่าการเกิดเหตุการณ์ของการก่อปฏิกิริยา มีความถี่ต่ำลงเล็กน้อยโดยมีความสัมพันธ์กับอายุที่มากขึ้น
    อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังด้านประสิทธิผลของไฟเซอร์คงไม่ต่างกับวัคซีนอื่นๆ ก่อนหน้านี้ที่เข้ามาไทย คือการป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรง และลดการเสียชีวิตในประชากรไทย ที่ขณะนี้ยังคงน่าเป็นห่วง ซึ่งสิ่งที่สำคัญเหนือกว่านั้นคือการดูแลตัวเอง ทั้งการเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อระหว่างบุคคล.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.