ผบ.ตร.ไปนอกอีก ขอฝรั่งลากคอสมี


   

 

    "ดีเอสไอ" นำ "พิสิฐชัย" มอบตัวกองปราบฯ รับทราบข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังโพสต์เตรียมจับ 4 เจ้าอาวาสวัดใหญ่ "บิ๊กตู่" สั่งขยายผลสอบมีนัยแอบแฝงหรือไม่ ถามพระร้องให้เลือกตั้งเหมาะสมหรือไม่ "ประวิตร" ย้ำไม่เลิกตามตัวอดีตพระพรหมเมธี "ผบ.ตร." บินไปต่างประเทศอีกรอบ ขอตำรวจสากล ช่วยประสานพาอดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์กลับไทย "สุวพันธุ์" ย้ำคดีเงินทอนวัดไม่เกี่ยวการเมือง "แดงเพื่อแม้ว" โผล่ป้องพระโดนคดี อ้างสร้างเรื่องเท็จให้ร้าย
    เมื่อวันอังคาร พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ และรองโฆษกดีเอสไอ นำตัวนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร  พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ ปฏิบัติงานที่สำนักงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ เดินทางเข้ารับทราบข้อหากระทำผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หลังโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุจะมีการดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ, วัดพิชยญาติการาม, วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และวัดราชสิทธิธารามราชวรวิหาร ที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด 
    ทั้งนี้ สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ฐานความผิดนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือพ.ร.บ.คอมพ์ จากการโพสต์ข้อความดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงการสงฆ์อย่างมาก ทำให้เข้าใจว่าทั้ง 4 วัดจะถูกดำเนินคดีเงินทอนวัดล็อตที่ 4 เพราะนายพิสิฐชัยเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีความใกล้ชิดกับคณะสงฆ์ ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากมหาเถรสมาคม (มส.) ให้เป็นคณะอนุกรรมการรวบรวมข้อมูลข่าวสารของ มส.ด้วย 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคณะเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอมาถึง ได้พาตัวนายพิสิฐชัยเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อสอบปากคำและรับทราบข้อกล่าวหา โดยมี พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) เข้าร่วมสอบปากคำ 
    ต่อมา พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้เดินทางมาร่วมสอบปากคำ ใช้เวลาในการสอบปากคำประมาณ 2 ชั่วโมง
    พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าวว่า จากที่มีข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษไปโพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องเงินทอนวัด และทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ทางดีเอสไอได้ให้ความร่วมมือ และเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจของผู้ต้องหา จึงเข้ามาพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เบื้องต้นนายพิสิฐชัยได้ให้การกับพนักงานสอบสวนแล้ว และได้ขอเวลารวบรวมเอกสารเพื่อส่งมอบให้พนักงานสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง 
    "เรื่องนี้เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่เป็นการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน ผู้กระทำกระทำในฐานะส่วนตัว และทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการตั้งคณะกรรมการและมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยให้ไปประจำที่สำนักผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เขาเข้ามาอยู่ในส่วนที่เรากำกับดูแลได้ ในเบื้องต้นดีเอสไอไม่ได้ทำเรื่องเกี่ยวกับเงินทอนวัดอยู่แล้ว และที่มาที่กองปราบฯ เพราะไม่เข้าลักษณะคดีพิเศษ ให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้สอบสวน" รองอธิบดีดีเอสไอกล่าว
    ด้าน พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวว่า นายพิสิฐชัยจะได้ข้อมูลมาอย่างไรเป็นรายละเอียดในสำนวน ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ตัวเขาเองยอมรับว่าเป็นคนโพสต์ข้อความ ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดนายพิสิฐชัยจะทำเป็นคำให้การ มาให้เพิ่มเติมภายหลัง โดยก่อนที่ตัวนายพิสิฐชัยจะโพสต์ข้อความดังกล่าว เจ้าหน้าที่กองปราบฯ ได้ประสานไปยัง บก.ปปป.แล้ว ยังไม่มีการดำเนินการตรวจสอบแต่อย่างใด ข้อมูลที่นายพิสิฐชัยนำมาโพสต์จึงเป็นเรื่องเท็จ
สั่งสอบปมโพสต์ 'พิสิฐชัย'
    ถามว่า นายพิสิฐชัยโพสต์ครั้งนี้จะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น เจ้าหน้าที่ทำงานคดีเงินทอนวัดจะทำงานยากหรือไม่  ผบก.ป.กล่าวว่า ไม่ยาก เราทำงานตามปกติ ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ถูกก็ว่ากันไปตามถูก ไม่มีการละเว้นการปฏิบัติอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี ในส่วนของวัดที่ถูกนายพิสิฐชัยกล่าวอ้าง ก็ยังไม่ได้เข้ามาแจ้งความ
    ซักถึงการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ที่หลบหนีไปอยู่ประเทศเยอรมนี พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวว่า ต้องไปถาม พล.ต.อ.จักรทิพย ์ชัยจินดา ผบ.ตร. 
    พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวถึงการดำเนินคดีเงินทอนวัดว่า คดีเงินทอนวัดที่ผ่านมาเราจะเห็นว่างบประมาณบางส่วนเข้าไปที่วัด และทางวัดได้ทอนคืนไปให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ล็อตที่ 3 พบงบประมาณออกมาจากสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ แล้ว ไม่ได้มีการทอนไปที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่วนหนึ่งเอาไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว อีกส่วนบางวัดเอาไปให้บุคคลภายนอก เป็นการเอางบประมาณแผ่นดินไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง
    ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีนายพิสิฐชัยว่า ทุกหน่วยมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ก็ให้ไปสอบสวนกันมา ถ้าพบว่าใครมีความผิดก็ต้องลงโทษตามคดีอาญา ส่วนการที่นายพิสิฐชัยโพสต์เรื่องดังกล่าวจะมีเจตนาใดแอบแฝงหรือไม่ ตนไม่ทราบ เป็นเรื่องของดีเอสไอที่ต้องสอบสวนให้มีความชัดเจน
    ถามว่ามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อโซเชียลฯ ที่ตอบโต้เกี่ยวกับการที่หน่วยงานรัฐตรวจสอบดำเนินการกับคดีที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คดีที่เกี่ยวกับพระถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ตนจึงอยากขอให้ทุกคนอย่าไปวิพากษ์วิจารณ์ต่อเรื่องนี้ เพราะพระภิกษุถือเป็นผู้ที่คนไทยส่วนใหญ่ให้ความนับถือ ดังนั้นเรื่องใดที่เป็นการกระทำความผิด โดยมีหลักฐานยืนยันได้ ก็ต้องมีการดำเนินคดี อย่าไปปลุกกระแส
    "ขอถามว่าการที่มีพระบางรูปออกมาเคลื่อนไหวผ่านสื่อโซเชียลมีเดียนั้น มันสมควรหรือไม่ พระบางรูปออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งเรื่องการเลือกตั้ง ก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย พระสงฆ์มีหน้าที่ในการบ่มเพาะ สร้างความสุขสงบและความปรองดองในสังคม สอนหลักธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา แต่การที่พระมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองมากๆ ใช่กิจของสงฆ์หรือไม่ ผมขอฝากให้สังคมช่วยกันไปดูแล ไม่อาจไปวิพากษ์วิจารณ์อะไรได้ แต่ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม หลายคนมาถามผมว่าเรื่องจะบานปลายหรือไม่ ผมคิดว่าอยู่ที่ท่านทั้งหลาย ทั้งประชาชนและสื่อโซเชียลมีเดียทั้งหลาย ถ้าอยากให้เกิดความวุ่นวายบานปลาย ก็ให้ทำทุกอย่างตามแบบของตัวเองต่อไป" นายกฯ กล่าว
    พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ทราบว่าได้มีคำสั่งให้นายพิสิฐชัยไปช่วยราชการดีเอสไอแล้ว ส่วนการดำเนินคดีอยู่ระหว่างการให้เจ้าของเรื่องคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตรวจสอบว่ามีผลกระทบต่อตัวบุคคลและคดีหรือไม่ โดยได้มีการสั่งการไปเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา
    "ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกคนเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่จะต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวน จะต้องระมัดระวัง และไม่นำไปเผยแพร่สู่สาธารณะ โดยจะประชุมและจะเชิญอธิบดีดีเอสไอมาชี้แจงในเรื่องนี้โดยเฉพาะ" พล.อ.อ.ประจินกล่าว
    ถามเรื่องที่สาเหตุที่นายพิสิฐชัยออกมาโพสต์ดังกล่าวมีเบื้องหลังหรือไม่ รองนายกฯ และ รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ยังไม่มีข้อมูลว่ามีเบื้องหลังหรือไม่ แต่ถ้ามีอะไรจะให้อธิบดีดีเอสไอชี้แจงข้อมูลในที่ประชุม 
    พล.อ.อ.ประจินกล่าวถึงกรณี นพ.มโน เลาหวณิช อดีตศิษย์วัดพระธรรมกาย ออกมาระบุพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และพระทัตตชีโว รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ยังหลบซ่อนตัวอยู่ภายในวัดพระธรรมกายว่า มีการติดตามเรื่องนี้เป็นประจำทุกสัปดาห์ และเมื่อปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีการยืนยันว่ายังไม่พบความเคลื่อนไหว แต่จะไปตรวจสอบ สอบถามจากเจ้าหน้าที่อีกครั้ง
บินล่า'พรหมเมธี'รอบ2
    ส่วนความคืบหน้าการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ที่หลบหนีไปอยู่ที่ประเทศเยอรมนี และทำเรื่องขอลี้ภัยนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าว ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กำลังดำเนินการประสานกับทางการเยอรมนีอยู่ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
    พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกรณีโซเชียลฯ มีการปลุกระดมพระ โดยอ้างรัฐบาลกลั่นแกล้งว่า จะไปกลั่นแกล้งพระเรื่องอะไร สื่อก็รู้ว่ามีการปลุกระดม แล้วจะมาถามตนทำไม 
    "ขอยืนยันว่าไม่มีการปลุกระดม รัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเลย พระทำเอง” รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมกล่าว
    เช่นเดียวกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (รมว.การต่างประเทศ) กล่าวว่า การติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธียังไม่มีอะไรคืบหน้า ตนก็รออยู่เหมือนกัน เพราะขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศยังทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ และอยู่ระหว่างกำลังคุยกันอยู่ หลังจากคุยกันมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่กระทรวงการต่างประเทศสามารถรอรับฟังข้อมูลที่มาจากเยอรมนีได้ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไร
    ถามว่า ทางเยอรมนีได้ประสานขอข้อมูลจากทางการไทยหรือไม่ รมว.การต่างประเทศกล่าวว่า เท่าที่รับทราบไม่มี ทั้งนี้ตนไม่ขอพูดถึงแนวโน้มในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ขอให้ทุกคนรอฟังกันต่อไป ซึ่งยังช่วยกันติดตามอยู่
    มีรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปยุโรปอีกครั้ง ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 930 ซึ่งมีปลายทางที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี ที่อยู่ระหว่างการทำเรื่องขอลี้ภัยที่เยอรมนีอีกครั้ง
    "สาเหตุที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์เดินทางไปปารีสแทนที่จะเป็นเยอรมนี เพราะต้องการเดินไปสำนักงานใหญ่ตำรวจสากล ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงปารีส เพื่อขอช่วยเหลือในการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี จากนั้นคณะของ ผบ.ตร.จะเดินทางต่อไปยัง แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี    เพื่อรับตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์กำหนดเดินทางกลับในวันที่ 16 มิ.ย. ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 931 แต่มีแนวโน้มสูงว่าจะไม่ได้ตัวอดีตพระพรหมเมธี เพราะยังอยู่ในขั้นตอนของทางการเยอรมัน" แหล่งข่าวระบุ 
    ที่บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) นครพนม สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 (นครพนม คำม่วน) บ้านห้อม ต.อาจสามารถ อ.เมืองฯ จ.นครพนม พล.ต.ต.กิตติกร บุญสม ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 (ผบก.ตม.4)  พร้อมคณะลงพื้นที่มอบนโยบายติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ด่าน ตม.นครพนม เพื่อรับทราบปัญหา และตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเกิดเหตุเมื่อคืนวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา อดีตพระพรหมเมธีมีการหลบหนีโดยผ่านด่าน ตม.นครพนม ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน 
    พล.ต.ต.กิตติกรกล่าวว่า ได้มีการออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ ตม. 2 นายที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ ว่ามีส่วนรู้เห็นในการเปิดทางให้อดีตพระพรหมเมธีหลบหนีหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวนของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง
แดงเพื่อแม้วโผล่ป้องพระ
    วันเดียวกัน นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีที่มีเสียงวิจารณ์การดำเนินคดีเงินทอนวัดมีประเด็นทางการเมืองเกี่ยวข้องว่า ขอยืนยันการสอบสวนและการดำเนินการไม่มีอคติ หรือวาระซ่อนเร้น การดำเนินการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ได้ทำตามหน้าที่ตามข้อเท็จจริงที่มี
    "หลายคนได้รับข้อมูลจากโลกโซเชียลออนไลน์ที่มีการส่งข้อมูลกันมา ซึ่งเป็นความเท็จเสียส่วนใหญ่ โดยเฉพาะการระบุว่ามีวาระซ่อนเร้น หรือต้องการทำลายศาสนา โดยสิ่งที่รัฐบาลต้องการคือทำทุกอย่างให้เข้าระบบ หรืออย่างกรณีที่ผู้อำนวยการ พศ. มีหนังสือขอบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัด ซึ่งมีการปล่อยข่าวว่ารัฐบาลจะไปยึดเงิน ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องการคือ ทำให้บัญชีของวัดและบัญชีของพระสงฆ์ เป็นไปด้วยความชอบธรรม บางวัดที่ทำเป็นตัวอย่างที่ดี อยากให้มาเป็นบทเรียน มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำให้ถูกต้อง ฝ่ายความมั่นคงได้ดูแลเรื่องการเคลื่อนไหวต่อกรณีนี้อยู่แล้ว ผมเข้าใจว่าเขามีข้อมูลว่าใครเป็นใคร หรือทำอะไรอยู่" นายสุวพันธุ์กล่าว
    รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า การดำเนินคดีเงินทอนวัด ไม่อยากให้เรียกเป็นล็อต เพียงแต่เจ้าหน้าที่ทำไปตามข้อมูลพยานหลักฐาน ขณะนี้ทำได้แค่นี้ มีการดำเนินการไปตามนี้ ตนเข้าใจว่ากำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ ได้เห็นข่าวแล้วว่ามีบางวัดในบางพื้นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินตามกฎหมาย ข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน
    ซักว่า กังวลจะมีม็อบพระหรือกำแพงมนุษย์มาปกป้องวัดที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ รมต.ประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า ตนคิดว่าถ้าเราหวังดีกับประเทศชาติ ถ้าทำอะไรที่เป็นประโยชน์จะไม่เกิดความวุ่นวาย มั่นใจเช่นนั้น
    นายสุวพันธุ์ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเรื่องการติดตามคดีอดีตพระพรหมเมธี ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนีอยู่ที่ประเทศเยอรมนี โดยระบุว่าไม่ทราบรายละเอียด
    ถามถึงในการเดินทางมาประชุม ครม.สัญจร มีโอกาสเข้ากราบนมัสการพระราชมงคลโสภณ เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ (ธ) วัดแสงธรรมสุทธาราม อ.ชุมแสง  และพระเทพปริยัติเมธี เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ เจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ อ.เมืองฯ มีการสอบถามเรื่องอะไรบ้างหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ตนได้เรียนถวายข้อเท็จจริงให้ท่านได้มีความเข้าใจว่ารัฐบาลตั้งใจแน่วแน่ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ไม่มีเจตนาร้ายต่อพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์อย่างที่บางคนบางกลุ่มกำลังสร้างความเข้าใจผิด 
    "การแก้ไขปัญหา การตรวจสอบ ยึดหลักทำทุกอย่างไปตามข้อเท็จจริง กฎหมาย และหลักพระธรรมวินัย ไม่มีอคติใดๆ เพื่อให้การใช้งบประมาณของรัฐที่จัดสรรไปถึงวัดเป็นไปอย่างสุจริต ถึงวัดอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และได้ใช้ประโยชน์ในกิจการทางศาสนาสมดั่งความตั้งใจของทุกฝ่าย ขออย่าได้กังวลใจ และหากมีการตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง ก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ไปตามข้อเท็จจริง" รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าว
    อย่างไรก็ตาม นายชินวัฒน์ หาบุญพาด อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ตอนหนึ่งว่า ข่าวเรื่องการจับพระผู้ใหญ่ที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้ อยากจะให้พี่น้องใช้สติใช้วิจารณญาณให้มาก ไม่ควรปล่อยสติไปกับสื่อ เพราะสื่อบางพวกก็ไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจมากนัก เอาข่าวทางราชการที่มีอำนาจผิดบ้างถูกบ้างมานำเสนอเพื่อขายข่าว
    "เรื่องเงินทอนวัดเราเองก็ไม่เคยเห็นไม่เคยทราบข้อมูล เพียงแต่พระที่ถูกจับกุมท่านถูกข้อกล่าวหา และเราก็ไม่เคยฟังจากพระว่าท่านแก้ข้อกล่าวหานั้นอย่างไร ฟังแต่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจฝ่ายเดียว และที่น่าสังเกตคือการจับกุมโดยไม่มีหมายเรียกก่อนเหมือนคดีทั่วไป และไม่ให้พระผู้ถูกกล่าวหาต่อสู้ประกันตัว กระทำยิ่งกว่าผู้ร้ายปล้นฆ่า ผู้ร้ายกบฏ ทั้งๆ ที่การต่อสู้ข้อกล่าวหานั้นมีถึง 3 ศาล (ศาลต้น อุทธรณ์ ฎีกา)" นายชินวัฒน์กล่าว
    อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวตอนท้ายว่า วันนี้ทางอธิบดีดีเอสไอสั่งย้ายพนักงานสอบสวนที่ออกมาโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จเรื่องการจะจับพระผู้ใหญ่ระดับสมเด็จพระราชาคณะวัดดังอีกหลายวัด นี่คือเป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่าที่ผ่านมาอาจจะเป็นการสร้างเรื่องเท็จกันก็ได้นะครับ.


 ยุคหนึ่ง.........สังคมโลก สรุป "กัญชา" เป็นผู้ร้าย สังกัด "ยาเสพติดให้โทษ"ถึงยุคนี้ สรุปใหม่"กัญชา" เป็นพระเอก สังกัด "พืชเทวดา" ให้สารรักษาโรคได้ร้อยแปด โดยเฉพาะโรคมะเร็งยุโรป-สหรัฐฯ "บางพื้นที่" ล่าสุด "แคนาดา" ประกาศให้ใช้กัญชาเสรีบ้านเรา ขณะนี้......

รัฐบาลพ่อโอ๊คไงอยู่เหนือ ผบ.ทบ.
การเมืองสู่ยุค "ตู่ ดิจิทัล"
'ไม่คือไม่ แต่เมื่อพูด...ก็นี่ไง'
ตามรอย '๑๓ หมูป่าท่องโลก'
คำว่า 'สืบทอดอำนาจ' มาอีกแล้ว
'ยุทธศาสตร์ชาติ' ฉบับชาวบ้าน