กบง.โขกเก็บเงินกองทุนน้ำมันเพิ่ม 37 สต.ต่อลิตร


   

กบง.เห็นชอบปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ รองรับราคาน้ำมันที่อาจจะขึ้นปลายปี การันตีดีเซลไม่เกิน 30 บาท แน่นอน สั่งตรึงราคาราคาขายปลีกแอลพีจีขนาด 15 กิโลกรัม อยู่ที่ 363 บาทต่อถัง 

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยผลประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ที่ประชุมเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2561 ว่าที่ประชุม มีมติเห็นชอบแนวทางการปรับอัตราส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อ โดยเพิ่มการเรียกเก็บเงินในส่วนของน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอลทั้ง 91 และ 95 เพิ่มขึ้น 37 สตางค์ต่อลิตร รวมถึงลดการชดเชยของกองทุนในส่วนของ E20 และ E85 ลง 37 สตางค์ต่อลิตรเช่นกัน ซึ่งเป็นการลดภาระของกองทุนทำให้กองทุนมีความเข้มแข็ง เพื่อใช้รองรับความผันผวนของราคาน้ำมันในช่วงปลายปีที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

"ปัจจุบันกองทุนน้ำมันมีเงินสะสม ณ วันที่ 10 มิ.ย. 61 อยู่ที่ 30,697 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนของน้ำมัน 30,305 ล้านบาท และในส่วนของก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) 392 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าเงินที่มีอยู่จะสามารถนำมาดูและราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทตลอดทั้งปี"นายทวารัฐ กล่าว

ขณะเดียวกัน กบง.ยังมีการหารือเกี่ยวกับแนวทางกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันดีเซล B20 โดยเร็ว ๆ นี้กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในกรณีดังกล่าว โดยเสนอให้เรียกเก็บภาษีสรรพสามิตของ B20 ที่ 5.1523 บาทต่อลิตร จากฐานเดิมของภาษีน้ำมันดีเซลทุกชนิด 5.85 บาทต่อลิต และไปเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล B7 อีก 0.14 บาทต่อลิตร เป็นเก็บ 5.9895 บาทต่อลิตร เพื่อเป็นการทำให้ B20 มีราคาถูกกว่า B7 ที่ 3 บาทต่อลิตรแน่นอน แต่ทั้งนี้เพื่อไม่ได้กระทบกับผู้ใช้ B7 เดิม จึงมีการนำเงินกองทุนน้ำมันไปชดเชยให้บีในอัตรา 0.14 บาทต่อลิตร ซึ่งจะทำให้ราคา B7 อยู่ในอัตราเท่าเดิม

นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชนสำหรับราคาก๊าซแอลพีจี โดยให้ตรึงราคาขายปลีกแอลพีจีขนาด 15 กิโลกรัม อยู่ที่ 363 บาทต่อถัง ขณะเดียวกันยังมีมติต่ออายุโครงการแอลพีจีเพื่อผู้ประกอบการหาบเร่แผงลอยอยู่ที่ 325 บาทต่อถัง รวมถึงผู้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย โดยจะต่ออายุโครงการไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 61 นี้ ทั้งนี้จากการสนับสนุนดังกล่าว จึงต้องนำเงินของกองทุนน้ำมันในส่วนของแอบพีจีมาอุดหนุนจำนวน 342 ล้านบาทต่อเดือน และทั้งนี้หากเดือนก.ค.ราคาแอลพีจีตลาดโลกสูงขึ้นอีก ก็จะทำให้เงินกองทุนฯไม่เพียงพอ ดังนั้นจะติดตามสถานการณ์ราคารายสัปดาห์เพื่อกำหนดแนวทางดูแลต่อไป อาทิ ให้โรงกลั่นหรือผู้นำเข้ารับภาระก่อน หรือนำเงินกองทุนในส่วนของน้ำมันมาช่วยเหลือ 
 


พรุ่งนี้ (๑๙ ตุลา ๖๑)ใครเบื่อ "นั่งกิน" ข้าวเที่ยงจำเจ ก็แวะมา "ยืนกิน" ที่ไทยโพสต์นี่นะ จะเป็นมงคลมาช่วยเลือกชิมกันหน่อย เพราะปีนี้ "พระโคเสี่ยงทาย" กินน้ำ-หญ้า-สุรา ขึ้นรอบปีที่ ๒๓ ไทยโพสต์ ข้าวปลาอาหาร จึงกระเดียดไปทาง มากันมากเป็นพิเศษ

ตามรอย '๑๓ หมูป่าท่องโลก'
คำว่า 'สืบทอดอำนาจ' มาอีกแล้ว
'ยุทธศาสตร์ชาติ' ฉบับชาวบ้าน
เงาสะท้อน 'ประเทศ' วันนี้
"พ่อ-แม่" รังแก "โอ๊ค"?
'บวกทั้งประเทศ' ที่จะเป็นจริง