จับตา 'คกก.ปราบโกง' ชุดใหม่  'ต่อตระกูล–บิ๊กป้อม' ใครหลุด


   

      เคยเป็นประเด็นใหญ่มาแล้วครั้งหนึ่ง สำหรับคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ที่มี “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน ในช่วงเกิดกรณีนาฬิกาหรูของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม

      เนื่องจาก "ต่อตระกูล ยมนาค" 1 ในกรรมการ คตช. ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึง “บิ๊กตู่” แสดงถึงความกังวลต่อเรื่องดังกล่าว และเรียกร้องให้พิจารณาปลด “บิ๊กป้อม” ออกจากกรรมการ คตช. เพราะต้องการให้เป็นแบบอย่างในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แต่ “บิ๊กตู่” กลับไม่นำพา

      ก่อนที่เดือนเมษายนที่ผ่านมา นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) และ 1 ในอนุกรรมการ ภายใต้ “คตช.” ออกมาตอกลิ่มอีกคำรบว่า รัฐบาลยังเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้อยู่หรือไม่ เพราะช่วงแรกมีการประชุมกันแทบจะทุกเดือน แต่ปัจจุบันไม่มีการประชุมมานานแล้วร่วม 8 เดือน

      กระทั่งมีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 2/2561 เรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของ “คตช.” เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ “คตช.” เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ปี

      ย้อนกลับไปการประชุมครั้งสุดท้ายของ “คตช.” เกิดขึ้นปีที่แล้ว เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2560 มี “บิ๊กตู่” นั่งหัวโต๊ะ โดยเป็นการประชุมเพื่อรับทราบข้อเสนอของอนุกรรมการชุดต่างๆ จากนั้นก็ไม่มีการประชุมอีกเลย

      รัฐบาล โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เคยออกมาเคลียร์ประเด็นดังกล่าวว่า หลายคนเกษียณอายุราชการ ลาออก ทำให้ร้างลาการประชุม แต่ไม่ได้เพิกเฉยต่อการดำเนินการปราบปรามการทุจริต เพราะมีศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ซึ่งเป็นฝ่ายปฏิบัติขับเคลื่อนอยู่

      แต่กระนั้น เครื่องหมายคำถามเกี่ยวกับความจริงจังในเรื่อง “รัฐบาลปราบโกง” ยังคงอยู่ เพราะแต่เดิมมีการพักงานข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้บริหารท้องถิ่นต่อเนื่อง มีการคลอดมาตรการป้องกันและปราบปรามออกมามากมาย แต่ที่ผ่านมากลับนิ่งลงไปมาก ในขณะที่รัฐบาลเองมีเรื่องราวเหล่านี้เข้ามาพัวพันกับบุคคลที่เกี่ยวข้องมากขึ้นเรื่อยๆ

      คำสั่ง คสช.ฉบับล่าสุด จึงน่าจะตั้งขึ้นมาเพื่อขันนอตกันอีกครั้งเพื่อลดกระแสดังกล่าวลง อีกทั้งยังถือโอกาสปรับเปลี่ยนหลายตำแหน่งที่ว่างลงไป

      โดยเฉพาะตำแหน่งกรรมการ คตช. ในสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่ได้มาโดยตำแหน่ง แต่จะมาจากการแต่งตั้งของ “บิ๊กตู่” จำนวนไม่เกิน 9 คน ที่จะออกมาหลังจากมีคำสั่งฉบับนี้ ต้องจับตาเป็นพิเศษว่า นายต่อตระกูลจะยังคงอยู่หรือไม่

      หรือจะเป็น “บิ๊กป้อม” คนที่นายต่อตระกูลเรียกร้องให้ “บิ๊กตู่” เอาออกไปก่อนจนกว่าคดีจะได้สรุป จะยังเป็นกรรมการ คตช.อยู่หรือไม่ เพราะในคำสั่ง คสช.ที่ 2/2561 ไม่ได้ระบุว่า รายชื่อบุคคลหรือตำแหน่ง

      เพียงกำหนดโครงสร้างใหม่ ประกอบด้วย 1.หัวหน้า คสช. เป็นประธาน 2.รองนายกรัฐมนตรีที่นายกฯ มอบหมาย เป็นรองประธาน 3.หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เป็นกรรมการ 4.ผู้ดำรงตำแหน่งใน คสช.ที่หัวหน้า คสช.มอบหมาย จำนวนไม่เกินสามคน เป็นกรรมการ 5.ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งหัวหน้า คสช.แต่งตั้ง จำนวนไม่เกิน 9 คนเป็นกรรมการ 6.เลขาธิการ ป.ป.ท. เป็นเลขานุการ 7.ผู้แทนสำนักงานเลขาธิการ คสช. เป็นผู้ช่วยเลขานุการ และ 8.ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่ ครม.มอบหมาย เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

      ไม่เหมือนโครงสร้างเดิมที่ “บิ๊กป้อม” นั่งเป็นที่ปรึกษาประธานกรรมการ ที่ตอนนี้ไม่มีตำแหน่งดังกล่าวแล้ว จึงต้องจับตาดูว่า ระหว่าง “ต่อตระกูล” หรือ “บิ๊กป้อม” ใครจะอยู่หรือไป!.


"บัดนี้.......... การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสร็จสิ้นลง และมีการเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช ๒๕๖๒

"ธนาธร"กับ"กฎหมายปิยบุตร"
จากหุ้นถึง 'เงินกู้' ธนาธร
ความคิด 'ส่วนเกิน' ประชาธิปัตย์
ปัญหาพรรคหรือปัญหาประเทศ?
'พระอุปคุต' ผู้ขจัดมารประเทศ
ระบอบทักษิณแพ้อีกยก