ผู้ว่าฯภูเก็ตลงนามสั่งคุมเข้มแคมป์คนงาน โรงงาน ลุย ATK หวั่นโควิดลามไม่หยุด


เพิ่มเพื่อน    

17 ส.ค.64-  นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนหนึ่งมีลักษณะเป็นกลุ่มก้อนที่เชื่อมโยงกับผู้ใช้แรงงานและแรงงานต่างด้าวที่พักอาศัยในแคมป์ที่พัก โรงงาน หรือสถานประกอบการ  โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 48/2564 เมื่อวันที่14 สิงหาคม 2564 จึงลงนามคำสั่งที่ 4652/2564 ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2564  กำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)ในแคมป์ที่พัก โรงงาน หรือสถานประกอบการ

สาระสำคัญ  ดังนี้

กำหนดให้แคมป์ที่พัก โรงงาน สถานประกอบการ ที่มีแรงงานไทยและต่างด้าวพักอาศัยหรืออยู่ในความดูแล ให้ทำงานประจำในสถานที่ทำงานที่ใดที่หนึ่ง หลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายแรงงานไปทำงานหลายที่ในคราวเดียวกัน โดยยังสามารถดำเนินกิจการได้ภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้

1.ให้แคมป์ที่พักโรงงาน สถานประกอบการทำการสุ่มตรวจแรงงานโดยวิธี ATK (Antigen Test Kit)ตามแนวทาง Bubble & Seal เพื่อป้องกันและควบคุม COVID - 19 ในสถานประกอบกิจการแนบท้ายคำสั่งนี้  กรณีพบผู้มีผลบวกน้อยกว่าร้อยละ 10 ให้แยกแรงงานที่ผลเป็นบวกออกมาพักกักตัวในสถานที่ที่เตรียมไว้  สำหรับแรงงานที่ผลการตรวจเป็นลบ ให้สามารถทำงานต่อได้ และให้มีการสุ่มตรวจทุกหนึ่งสัปดาห์ โดยผู้ที่มีอาการ ให้ปรึกษาแพทย์/เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เพื่อพิจารณาให้การรักษาหรือรับการรักษาตัว
ที่โรงพยาบาลต่อไป

2. ให้แคมป์ที่พัก โรงงาน สถานประกอบการ ต้องมีการเตรียมสถานที่พักกักตัวแรงงาน กรณีพบผู้มีผล ATK positive (ผลการตรวจด้วย Antigen Test Kit เป็นบวก) ในสถานประกอบการ มากกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนแรงงานในสถานประกอบการนั้น โดยจะจัดที่พักกักตัวในลักษณะห้องแยกหรือห้องรวมก็ได้ตามบริบทของพื้นที่ โดยให้มีการพักกักตัวของแรงงานทุกคนเป็นระยะเวลา 14 วันนับตั้งแต่วันที่ตรวจพบเชื้อ

3. ให้แคมป์ที่พัก โรงงาน สถานประกอบการ ที่สามารถจัดหาที่พักในสถานที่ทำงานได้ให้แยกตัวผู้ที่ตรวจพบเชื้อโควิด - 19 เข้าอยู่ในที่พักนั้น กรณีที่ไม่สามารถจัดหาที่พักในสถานที่ทำงานได้

ให้จัดพาหนะรับ - ส่ง ระหว่างสถานที่ทำงานกับที่พักในลักษณะของ Seal Route คือ เดินทางระหว่างสถานที่ทำงานกับที่พักโดยห้ามมีให้ออกนอกเส้นทางหรือแวะระหว่างทางโดยเด็ดขาด

4. ให้แคมป์ที่พัก โรงงาน สถานประกอบการ ดูแลแรงงานที่ถูกกักตัวในพื้นที่จัดเตรียมไว้โดยให้ดูแลเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งอำนวยความสะดวกให้เรียบร้อย โดยปฏิบัติตามคำสั่งหรือประสาน
การปฏิบัติกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ ส่วนเรื่องยาและเวชภัณฑ์เบื้องต้น ให้ประสานไปทางโรงพยาบาลภาครัฐในพื้นที่ที่รับผิดชอบ

5. กลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในลักษณะแคมป์ที่พัก โรงงาน หรือสถานประกอบการที่มีนายจ้างดูแลโดยตรง หากตรวจ ATK (Antigen Test Kit) พบผลบวก ให้ประสานศูนย์ CI (Community Isolation) แต่ละพื้นที่ หรือศูนย์ CI  ระดับจังหวัด หมายเลขโทรศัพท์ 09 9314  4838 เพื่อนำตัวมาแยกพักดูแลรักษาในศูนย์ดูแลผู้ป่วยโควิด - 19 ชุมชน CCC (COVID - 19 Care Center) ตามพื้นที่นั้น ๆ

6. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จัดเตรียมศูนย์ดูแลผู้ป่วยโควิด - 19 ชุมชน CI(Community Isolation) ทุกตำบล โดยอำเภอร่วมวางแผนและกำกับดูแล และประสานกับโรงพยาบาลภาครัฐในพื้นที่

7. การควบคุมกำกับดูแลแรงงานคนไทยหรือแรงงานต่างด้าวในแคมป์ที่พัก โรงงานสถานประกอบการ ห้ามมิให้รวมกลุ่มมั่วสุมดื่มสุราหรือรับประทานอาหารร่วมกัน ที่ไม่เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด และให้ปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T-T-A โดยเคร่งครัด

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ อาจเป็นความผิดตามมาตรา51  ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือมาตรา52  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558และอาจได้รับโทษตามมาตรา 18แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง.
 


"เสาร์-อาทิตย์" ทุกคนก็อยากสบายๆ อะไรที่หนักกระบาล ถ้าไม่จำเป็น ไม่มีใครอยากนำมายัดหัว

วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"
"สีกาเทศนาสอนพระ"    
"ตัดหัวพระ"บาปมั้ย?
ตูน-ก้อย"เด็กแนว"ไหน?