"ไม้อ่อน-ไม้แข็ง"ทวงหนี้กยศ.


เพิ่มเพื่อน    


    ทุกๆ วันที่ 5 ก.ค.ของทุกปี คือวันครบกำหนดชำระหนี้ของลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ถือเป็นหน้าที่สำคัญของรุ่นพี่ที่ต้องเร่งชำระหนี้ เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนให้นักเรียน นิสิต นักศึกษารุ่นน้องได้มีเงินไว้ใช้สำหรับเรียนในปีการศึกษาต่อๆ ไป สิ่งนี้จึงถือเป็นหน้าที่สำคัญที่รุ่นพี่ลูกหนี้ กยศ.จะลืมเสียไม่ได้ 
    แต่ที่ผ่านมาคงได้เห็นข่าวตัวเลขลูกหนี้ กยศ.ที่มีปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ และกำลังจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในปี 2561 จำนวนถึง 1.2 แสนราย คิดเป็นมูลหนี้รวมทั้งสิ้น 1.2 หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ยที่รายละประมาณ 1 แสนบาท ก็แอบน่าตกใจว่า ในหนึ่งปีมียอดลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระหนี้อยู่จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว และเมื่อมาดูสถิติรวมในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า กยศ.ได้มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระไปแล้วทั้งสิ้น 1.2 ล้านคดี คิดเป็นมูลหนี้จำนวนมหาศาลถึง 4.8 หมื่นล้านบาท
    โดยจากข้อมูลการปล่อยกู้ของ กยศ. พบว่า ปัจจุบันกองทุนฯ มีการปล่อยกู้ให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษาแล้ว จำนวน 5.4 ล้านราย คิดเป็นวงเงินกว่า 5.7 แสนล้านบาท โดยในจำนวนนี้มีลูกหนี้ดีที่มีการชำระและปิดบัญชีไปเรียบร้อยแล้วเพียง 8 แสนราย และอีกกว่า 5 หมื่นรายมีสถานะตาย หรือพิการ ส่งผลให้ขณะนี้ยังเหลือยอดผู้กู้อยู่ในระบบของ กยศ.ทั้งสิ้น 4 ล้านคน โดยในจำนวน 4 ล้านคนนี้เอง พบว่ามีสถานะปกติเพียง 1 ล้านกว่ารายเท่านั้น ส่วนอีกจำนวน 2 ล้านกว่าราย มีสถานะเป็นลูกหนี้ผิดนัดชำระ คิดเป็นมูลหนี้สูงถึง 6.8 หมื่นล้านบาท
    และในปีนี้ 2561 กยศ.ได้ตั้งเป้าหมายที่จะปล่อยกู้เพื่อช่วยเหลือนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประมาณ 7 แสนราย คิดเป็นวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนปกติที่กองทุนได้มีการปล่อยกู้เพื่อช่วยเหลือนักเรียน นิสิต นักศึกษา โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมากองทุนได้มีความพยายามในการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อให้เพียงพอที่จะดำเนินการปล่อยกู้ให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ต้องการ โดยไม่ได้มีการขอจัดสรรจากงบประมาณรัฐบาลแต่อย่างใด 
    ทั้งแนวทางการ "หักเงินเดือน" ลูกหนี้ กยศ.เพื่อใช้หนี้ ซึ่งถ้าจะเรียกว่าเป็นไม้แข็งก็คงไม่ผิด เพราะหากไม่จริงจัง หรือเด็ดขาดพอ ก็มีโอกาสที่ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นยอดลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระและถูกฟ้องร้องดำเนินคดีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยแนวทางดังกล่าวนี้จะเริ่มต้นในเดือน ก.ค.2561 โดยจะเริ่มกับข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างชั่วคราวก่อน นำร่องที่ข้าราชการกรมบัญชีกลาง หลังจากนั้นจึงจะดำเนินการหักเงินเดือนกับข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างชั่วคราวในสังกัดกระทรวงการคลัง และส่วนราชการทั้งหมดต่อไป
    โดยปัจจุบันมีข้าราชการที่เป็นลูกหนี้ กยศ.ทั้งสิ้น 1.7 แสนราย คิดเป็นมูลหนี้ราว 1.6 หมื่นล้านบาท และในจำนวนนี้เองพบว่ามีลูกหนี้ที่เป็นสถานะปกติ มีการผ่อนชำระตามรอบเวลาครบถ้วนเพียง 9 หมื่นกว่ารายเท่านั้น ส่วนอีก 7 หมื่นกว่าราย เป็นลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระทั้งสิ้น และหลังจากเริ่มดำเนินการกับลูกหนี้ข้าราชการ พนักงานและลูกจ้างชั่วคราวของภาครัฐแล้ว หลังจากนั้นก็จะเริ่มดำเนินการแนวทางหักเงินเดือนกับลูกหนี้ กยศ.ที่เป็นพนักงานบริษัทเอกชนในช่วงปลายปี 2561 ต่อไป
    ซึ่งจะเริ่มนำร่องกับบริษัทเอกชนที่มีขนาดใหญ่ๆ ก่อน อาทิ ซีพี, กรุงไทย และรัฐวิสาหกิจ เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หลังจากความพยายามของ กยศ. ในการหารือร่วมกับองค์กรนายจ้างมาระยะหนึ่ง จนตกผลึกมาเป็นแนวทางที่เตรียมดำเนินการในช่วงเร็วๆ นี้ อีกทั้งก่อนหน้านี้ กยศ.ยังได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย เปิดช่องทางการชำระหนี้ที่สะดวกขึ้นให้กับลูกหนี้ กยศ.ผ่านระบบคิวอาร์โค้ด ก็น่าจะเป็นอีกช่องทางที่ช่วยทำให้การชำระหนี้ง่ายขึ้น และจะเป็นผลดีกับนักเรียน นิสิต นักศึกษารุ่นน้องๆ ให้มีเงินเรียนต่อไป
    อย่างไรก็ดี ยังเป็นอีกประเด็นที่ต้องติดตามกันต่อว่า แนวทางการหักเงินเดือนและการเพิ่มช่องทางการชำระหนี้ที่สะดวกสบายมากขึ้น จะเป็นผลช่วยให้ยอดการฟ้องร้องดำเนินคดีกับรุ่นพี่ที่ผิดนัดชำระหนี้ลดน้อยลงหรือไม่ โดยเห็นว่าแนวทางการอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะยังต้องอาศัยจิตสำนึกของรุ่นพี่ ที่ควรมอบโอกาสทางการศึกษาให้รุ่นน้องๆ ได้เรียนหนังสือต่อไปด้วย.

ครองขวัญ รอดหมวน


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.