พยายามหันมามองโลกให้บวกๆ เข้าไว้


เพิ่มเพื่อน    

In adversity a man is saved by hope. ...นี่ ขึ้นต้นด้วยภาษาปะกิต ที่ไปลอก ไปจำ มาจากนักคิด-นักเขียนและนักปราชญ์ชาวกรีก Menander of Athens ยุคไม่รู้เมื่อกี่ต่อกี่พันปีที่แล้ว ซึ่งก็คงไม่ได้เพื่อเอาเท่ เอาเก๋ แต่ประการใดหรอกทั่น!!! แต่ภายใต้วาทะ หรือข้อสรุปสั้นๆ ง่ายๆ ของนักคิด-นักปราชญ์ผู้นี้ ประมาณว่า... ยามวิบัติ...คนเราจะอยู่ได้ด้วย...ความหวัง มันออกจะเป็นอะไรที่น่าเก็บเอามาคิด และเอามาใช้ กับฉากสถานการณ์ในช่วงระยะนี้เป็นอย่างยิ่ง...
                                                                -------------------------------------------------
    คือเจอเข้ากับการ ติดเชื้อ ระดับวันละสองหมื่นเกือบสามหมื่น เปิดประตู เปิดหน้าต่าง แง้มบ้าน เปิดบ้าน แทบไม่ได้ รายได้หลักที่เคยมีอยู่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีประเทศ จากการท่องเที่ยว เดินทาง ในแต่ละปี มีแต่ต้องหายวับกับตาเอาดื้อๆ แถมรายได้จากการส่งออก การรับจ้างทำของ การประกอบชิ้นส่วนไปตามห่วงโซ่อุปทานแต่ละประเภท ยังอาจหัวทิ่ม หัวตำ ตามไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้ อันเนื่องมาจากบรรดา โรงงาน ต่างๆ กลายสภาพเป็น คลัสเตอร์ เป็นแหล่งแพร่เชื้อแบบชนิด ซูเปอร์สเปรด กันเป็นจำนวนมิใช่น้อย แม้ว่า ในน้ำมีปลา-ในนามีข้าว ก็เถอะ!!! แต่โอกาสที่จะ อดแ-ก หรือ อดตาย ก็แล้วแต่จะเรียก ไปพร้อมๆ กับ ป่วยตาย ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ...
                                                                   -----------------------------------------------
    อันนี้นี่แหละ...ที่เลยต้องยอมรับว่าถือเป็น ยามวิบัติ อย่างมิอาจปฏิเสธได้ การสร้างความหวัง ความพยายามปลุกใจปลอบใจ ระหว่างกันและกัน มันจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้พออยู่ได้ หรือพอไปได้ ไม่ถึงกับต้องหงายหลังตีลังกา หลับกลางอากาศ ก่อนเวลาอันควร ดังนั้น...การออกมาพูด ออกมาระบาย ของผู้นำประเทศ อย่างท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ที่คุณน้อง ผักกาดหอม ท่านนำมาจากเฟซบุ๊กส่วนตัว และเผยแพร่ไปแล้วเมื่อวันวาน อย่างน้อย...ก็พอช่วยให้เกิดแสงริบๆ หรี่ๆ ที่ปลายอุโมงค์อยู่มั่งไม่มาก-ก็น้อย โดยเฉพาะการพูดถึง สัญญาณการชะลอตัว ของการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่น่าจะเริ่มๆ ขึ้นมาบ้างแล้ว ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ หรือการผ่านจุดสูงสุดของการติดเชื้อ ที่ไม่น่าจะสูงไปกว่านี้อีกแล้ว...
                                                                    ---------------------------------------------------
    คือถ้าหากมันเป็นอย่างนั้นขึ้นมาจริงๆ!!!...โอกาสที่จะเกิดการคลายล็อก คลายตัว หรือกระทั่งคลายความเมื่อยขบ ด้วยการเดินทางไปกระทำ หัตถการ ตั้งแต่ช่วงต่ำกว่าเอวลงไป ให้มันหายเกร็ง หายอาการเส้นตึงที่เป็นกันมาเป็นปีๆ ทั้งเครียด ทั้งซีเรียส ทั้งเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า กับภาวการณ์แพร่ระบาดของท่านเชื้อไวรัสโควิด ที่หาจุดจบ หรือแม้กระทั่ง จุดสมดุล แทบไม่ได้ มันคงพอได้เกิดช่อง เกิดทาง เกิดโอกาสใดๆ ขึ้นมาได้มั่ง สามารถภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ กระบี่ พังงา แซนด์บ็อกซ์ ไปจนถึงเชียงใหม่ แซนด์บ็อกซ์ หรือประเทศไทย แซนด์บ็อกซ์ ให้มันระเบิดเถิดเทิงกันไปทั้งประเทศ ก็น่าจะพอเริ่มต้นขึ้นมาภายในอีกไม่นาน-ไม่ช้า...
                                                                        ----------------------------------------------------
    ส่วนถ้าหากมันไม่ได้เป็นไปเช่นนั้น ไม่ได้เป็นไปตามนั้น!!! อันนี้...คงต้องไป เช็กบิล กับ บิ๊กตู่ กันเอาเองก็แล้วกัน แต่อย่างน้อย...ระหว่างนี้ การสร้างความหวัง ปลุกระดมความหวัง ปลุกใจ-ปลอบใจ เพื่อให้เกิดความ ไทยแลนด์สู้สู้...ไทยแลนด์สู้ตาย กันต่อไป ย่อมน่าจะดีกว่าการเอามือซุกหีบไว้เฉยๆ หรือการหันไปเอาส้นตีนราน้ำอยู่แล้วแน่ๆ เพราะอย่างที่นักคิด-นักปราชญ์ชาวกรีก ท่านเอ่ยเป็นคำพูด เป็นวาทะ ดังที่ยกมาเกริ่น มาอ้าง ไว้ตั้งแต่ต้นนั่นแหละว่า สิ่งที่เรียกว่า ความหวัง นั้น ไม่เพียงแต่เป็นสิ่งสำคัญ แต่ยังถือเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในยามวิบัติ หรือวิกฤติ อีกด้วยต่างหาก...
                                                                        -----------------------------------------------------
    ส่วนผู้หนักไปทาง ซาดิสต์ หรือ มาโซคิสต์ ก็แล้วแต่...ที่อาจรู้สึกสนุกสนาน สบายอก สบายใจ หรืออาจถึงขั้น ออกัสซั่ม ถ้าหากได้มีโอกาสทำลายความรู้สึก หรือทำลาย ความหวัง ของผู้อื่น เช่น ประเภทพวกที่ชอบ ด้อยค่า วัคซีนของเมืองจีนเพื่อที่จะทำให้ วัคซีนอเมริกา โดดเด่น เป็นสง่า ชนิดเป็น วัคซีนเทพ ไปเลยถึงขั้นนั้น หรือผู้ที่รู้สึกตื่นเต้ลล์ล์ล์ ตื่นตา-ตื่นใจเมื่อได้เห็นใครต่อใครถูก ตำรวจยิงตาย ด้วยเหตุเพราะการฝ่าฝืนกฎหมาย ฝ่าฝืนคำสั่ง หรือเพราะการยั่วยวน กวนส้นตีนใดๆ ก็แล้วแต่ อันนั้น...ก็คงต้องปล่อยไป หรือคงต้องถือเป็น อาการทางจิต ชนิดหนึ่ง อย่าถึงกับต้องไปสนใจ หรือไปถือสาหาความจนเกินเหตุ สู้หันมาสร้าง หันมาเน้น หันมาระดม ครีเอทีฟ ไอเดีย เพื่อให้เกิดการนิรมิตสร้างสรรค์ในสิ่งที่อาจพอนำมายึดถือเป็นความหวัง หรือในสิ่งที่ควรหวัง น่าจะเข้าท่ากว่าเป็นไหนๆ...
                                                                           ---------------------------------------------------------
    เอาเป็นว่า...อย่างน้อย ภายใต้ความเป็นประเทศไทย ความเป็นสังคมไทย ที่ไม่ว่าในด้านคุณภาพ คุณธรรม ของบุคลากรทางการแพทย์ หรือของระบบสาธารณสุข ภายใต้อารมณ์-ความรู้สึกแห่ง ความเป็นไทย ที่ถูกถักทอ บูรณาการ มาจากวัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยมทางสังคม อย่างยาวนาน ต่อเนื่องและสม่ำเสมอ จนน่าจะยังพอหลงเหลือความเมตตา ปรานีความรัก ความห่วงใย ความปรารถนาดีต่อผู้อื่น ในระดับพอถือเป็น เครือข่ายป้องกันทางสังคม ได้บ้างตามสมควร ทุกสิ่งทุกอย่าง...มันคงไม่ถึงกับตายโหง ตายห่า เด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึง ไปทั้งประเทศอยู่แล้วแน่ๆ ดังนั้น...บรรดาผู้ที่ยังเหลือรอดทั้งหลาย คงต้องพยายามนำเอาสิ่งดีๆ เหล่านี้ ไปก่อรูป ก่อร่าง ให้กลายเป็น ความหวัง เป็นทางออก ทางไป และทางรอด ของประเทศ ของสังคมไทยกันต่อไป โดยอาจถือเป็นภาระของแต่ละปัจเจกบุคคล ที่จะต้องช่วยกันออกแรงสร้างสรรค์ ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ นั่นแหละเข้าท่าที่สุด...
                                                                      -------------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Helen Keller (อีกครั้ง)... No pessimist ever discovered the secrets of the stars or sailed to an uncharted land or opened a new heaven to the human spirit. – ไม่เคยมีคนมองโลกในแง่ร้ายรายใด ที่ค้นพบความลี้ลับของดวงดาว การแล่นเรือออกไปสู่น่านน้ำที่ไม่มีผู้ใดเคยสำรวจ หรือการเปิดสวรรค์ชั้นใหม่ภายในจิตใจของมวลมนุษย์...
                                                                        -----------------------------------------------------------
 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"