คำขู่'สาธารณรัฐไทย'


เพิ่มเพื่อน    

เหมือนจะเป็นคำขู่ 
    "ปิยบุตร" บอกว่า วิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำให้ประเทศไทยไม่เป็นสาธารณรัฐ คือ การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ 
    ก็หมายความว่า หากไม่มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ตามแนวทางที่ "ปิยบุตร" ต้องการ ประเทศไทยจะเป็นสาธารณรัฐใช่หรือไม่ 
    ไหนๆ พูดเรื่องนี้แล้ว ควรจะเอาให้เคลียร์ 
    ครับ...นับตั้งแต่เดินทางไปเยี่ยมเมียที่ฝรั่งเศสเดือนสองเดือนมานี้ "ปิยบุตร" เน้นสื่อสารเรื่องปฏิรูปสถาบันเป็นพิเศษ 
    และดูเหมือนจะเปลี่ยนแนวทาง 
    เพราะน่าจะเล็งเห็นแล้วว่า การปราศรัยโจมตีสถาบัน ปลุกม็อบ จุดไฟความขัดแย้ง เหมือนที่สามนิ้่วทำ เริ่มเดินเข้าสู่หนทางที่ตีบตัน 
    หาแนวร่วมเพิ่มเติมไม่ได้ 
    เดิมทียืนกรานกันที่ ๑๐ ข้อเสนอของ อานนท์ นำภา 
    ที่ดูแล้วตีบตัน 
    หลังๆ มานี้ "ปิยบุตร" ปรับปรุง แก้ไข และเพิ่มเติม 
    เสนอแนะให้ทำข้อเสนอให้ 'radical' ที่สุด ก้าวหน้าที่สุด ไต่เพดานให้มากที่สุด เท่าที่เป็นไปได้ภายใต้ระบอบที่เป็นอยู่
    พร้อมกับยืนยัน ยกระดับให้ข้อเสนอนี้เป็นข้อเสนอขั้นต่ำที่จะไม่ถอยไปมากกว่านี้ 
    "ปิยบุตร" เชื่อว่าหากข้อเสนอนี้ไม่ได้รับการสนองตอบ สถานการณ์จะสุกงอมจนลื่นไถลให้ปฏิรูปกลายเป็นปฏิวัติ นี่คือ “ปฏิรูปแบบปฏิวัติ”
    ก้าวหน้า สุดโต่ง รุนแรง หรือ ซ้ายจัด "ปิยบุตร" น่าจะระบุให้ชัดเจนว่า จะเอาแนวทางไหน      
    เพราะสะท้อนถึงแนวทางปฏิบัติ 
    ในทางปฏิบัติ "ปิยบุตร" นำเสนอแนวทางขึ้นมาเปรียบเทียบ นั่นคือต้องมีสมาชิกสภาแบบปฏิวัติ การปฏิวัติ ๑๗๘๙  จึงเกิดขึ้นได้
    ซึ่งก็คือปฏิวัติฝรั่งเศส 
    และปัจจุบันคือ สาธารณรัฐฝรั่งเศส 
    ต้นเดือนสิงหาคม "ปิยบุตร" เริ่มเสนอแนวทางที่เป็นระบบขึ้น เพราะข้อเสนอ ๑๐ ข้อของม็อบสามนิ้วแค่ข้อเสนอเบื้องต้นเท่านั้น  
    เมื่ออยู่กับเมียที่ปารีส "ปิยบุตร" มีความดุดันมากกว่าเดิม ด้วยข้อเสนอ ๕ ข้อ อ้างว่าเพื่อให้การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์เกิดขึ้นให้จงได้
    ๑.ต้องมีข้อเสนอเป็นรูปธรรม จับต้องได้ พร้อมใช้งาน นำข้อเสนอต่างๆ เกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์มาแปลงเป็นร่างรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ 
    เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หมวด ๒ พระมหากษัตริย์
    ๒.ใช้กลไกในระบอบของพวกเขาให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ยืนยัน ประเทศไทยยังคงมีประมุขของรัฐเป็นกษัตริย์ที่สืบทอดทางสายโลหิต แต่ต้องมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงบรรดากฎเกณฑ์และธรรมเนียมปฏิบัติทั้งหลายที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ทั้งหมดให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย 
    ตั้งคณะกรรมการรณรงค์การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ เพื่อเดินสายรณรงค์ทั่วประเทศ ทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์ ออนกราวด์ เชิญชวนประชาชนมาร่วมเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมและร่างพระราชบัญญัติต่างๆ ในส่วนที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์  
    ๓.ยกระดับข้อเสนอการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้เป็นการปฏิรูปแบบปฏิวัติ 
    อ้างว่าข้อเสนอทั้งหมดก็เพื่อรักษาสถาบันกษัตริย์เอาไว้ในระบอบประชาธิปไตย ไม่สามารถถอยหรือลดไปกว่านี้ได้
    พร้อมกับขู่ว่าหากไม่รับข้อเสนอเช่นนี้ ด้วยสถานการณ์แบบที่เป็นอยู่ที่ประชาชนก้าวรุดหน้ามากขึ้น ก็จะโหมเร่งให้รุดหน้ามากขึ้น สุกงอมเพียงพอจนปฏิรูปกลายเป็นปฏิวัติ   
    ๔.สร้างมิตร สร้างแนวร่วม รวมม็อบไล่ประยุทธ์ แก้รัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ เข้าด้วยกัน
    ๕.แปลงประเด็นการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้กลายเป็นฉันทามติของสังคม
    ครับ... "ปิยบุตร" หมกมุ่นกับเรื่องนี้อย่างหนัก จนพบว่าเส้นทางที่เดินกันมาก่อนนี้ ไม่น่าจะได้ผล จึงนำมาสู่การนำเสนอแนวทางที่ชัดเจนขึ้น 
    ส่งสัญญาณไปยังหลายๆ ฝ่ายว่า     
    ...การปฏิรูปสถาบันต้องอาศัยทุกฝักทุกฝ่าย ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ จะอาศัยรัฐสภาเดินหน้าทำอย่างเดียวไม่พอ ต้องทำให้คนทั้งสังคมเห็นพ้องต้องกันด้วย ถึงจะทำให้รัฐสภากล้าทำ 
    หรือต่อให้รัฐสภากล้าทำ แต่ถ้าสังคมไม่มีฉันทามติ รัฐสภาก็อยู่ต่อไปไม่ได้เช่นกัน
    ดังนั้นหากฉันทามติของสังคมไม่เกิด การปฏิรูปเรื่องสำคัญของประเทศไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม ก็ไม่มีทางเป็นไปได้ 
    ยกตัวอย่าง การปฏิรูปขนานใหญ่ที่เคยเกิดขึ้นอย่างการปฏิรูปการเมืองเมื่อปี ๒๕๔๐ ก็ต้องอาศัยฉันทามติของคนทั้งสังคม แม้กระทั่งฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็ต้องทำให้เขาเห็นว่าเป็นความจำเป็นต้องทำ....
    ดูเหมือนจะลดดีกรีการตั้งตนเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลลง 
    และดูจะเป็นการเตือนไปยังม็อบ ๓ นิ้ว รวมทั้งพรรคการเมืองว่า ต้องเปลี่ยนแนวทาง เพราะที่ผ่านมาไม่อาจสร้างฉันทามติได้ 
    นี่สะท้อนให้เห็นว่า เริ่มจะตระหนักแล้วว่าความเชื่อเรื่องปฏิรูปสถาบัน ถูกขีดในวงจำกัดแค่พรรคพวกตัวเองเท่านั้น 
    แต่สังคมโดยรวมมิได้เอาด้วย 
    แม้ "ปิยบุตร" จะย้ำเสมอว่า การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่การล้มล้างสถาบันกษัตริย์ ขีดเส้นยืนยันว่ายังรักษาสถาบันกษัตริย์ไว้อยู่ต่อไป 
    แต่...ใช่สิ่งที่ "ปิยบุตร" คิดหรือไม่ 
    ถ้าไม่ใช่ เขาคิดอะไรอยู่ 
    ครับ...สดๆ ร้อนๆ วานนี้ (๑๙ สิงหาคม) "ปิยบุตร" โพสต์เฟซบุ๊ก จั่วหัว
    "สื่อสารถึงทุกฝ่าย : วิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำให้ประเทศไทยไม่เป็นสาธารณรัฐ คือ การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์"
    เหมือนจะไม่มีอะไร!    
    อ่านผ่านๆ เป็นการเชิญชวนระดมสมอง นักวิชาการ ปัญญาชน รวมทั้งคนทั่วไปที่เข้าใจเรื่องปฏิรูปสถาบัน พูดคุยกันเพื่อเสนอแนวทาง 
    "ปิยบุตร" ยังพูดถึงกลุ่มรอยัลลิสต์ เปิดกว้างให้มีการหารือ
    แต่การบอกว่า วิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำให้ประเทศไทยไม่เป็นสาธารณรัฐ คือ การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์
    มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย 
    นอกจาก ข่มขู่ 
    ถ้าไม่ทำตามที่ "ปิยบุตร" ว่ามาทั้งหมด ประเทศไทยในอนาคตอาจเป็นสาธารณรัฐ
    ก็ต้องมาพิจารณาดูครับว่า ไทยจะเป็นสาธารณรัฐได้อย่างไร เพราะใคร 
    กลุ่มคนที่ต้องการให้ไทยเป็นสาธารณรัฐ คือกลุ่มล้มเจ้า
    กลุ่มสามนิ้วแนวร่วมของ "ปิยบุตร" ประกาศชัดเจนถึงความต้องการ สาธารณรัฐ อยู่หลายครั้งหลายครา จนผู้คนในสังคมทั่วไปต่างจดจำได้ว่า กลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองไม่ใช่ใครอื่น
    ดูเหมือนจะเป็นงูกินหาง  
    แต่ก็จบที่สาธารณรัฐ.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"