จ่อถกร่างยุทธศาสตร์ชาติ นับถอยหลังเร่งจุดไฟปฏิรูป


   

    สนช.จ่อถกร่างยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน   คาดศึกษาเสร็จเข้าที่ประชุมอีกครั้ง 5-6 ก.ค.นี้ ขณะที่ กลุ่มคนอยากเลือกตั้งบุกรัฐสภาขวางยุทธศาสตร์ที่ไม่ยึดโยงประชาชน แต่ผูกพันรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง "กอบศักดิ์" จุดไฟปฏิรูปช่วง 8 เดือนสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง จ่อตั้ง 5 อนุกรรมการขับเคลื่อน ชวนปชช.ติดแฮชแท็ก "#reform together# สร้างไทยไปด้วยกัน"  
    ที่รัฐสภา มีรายงานว่า ในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะมีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างยุทธศาสตร์ชาติ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ ตามมาตรา 28 (9) แห่ง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560 ซึ่งในร่างดังกล่าวมีส่วนที่สำคัญคือ ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ ที่แบ่งออกเป็น  6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง 2.ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3.ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 4.ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 5.ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 6.ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ   
    ทั้งนี้ ในการประชุม สนช.จะรับร่างดังกล่าวเพื่อไปศึกษาและตั้งข้อสังเกตภายใน 30 วัน และนำกลับมาบรรจุเป็นระเบียบวาระให้ สนช.เห็นชอบอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 5 หรือ 6 ก.ค. อย่างไรก็ตาม ร่างยุทธศาสตร์ชาติเป็นเพียงหัวข้อเท่านั้น ส่วนรายละเอียดว่าจะทำอย่างไร ต้องกำหนดในแผนแม่บท โดยต้องร่างใหม่ใช้เวลา 2 เดือน จากนั้นจึงทำเป็นแผนปฏิบัติการให้แต่ละกระทรวงปฏิบัติ ซึ่งหากไม่ทำตามรัฐธรรมนูญก็กำหนดโทษไว้
     ช่วงเช้าวันที่ 14 มิ.ย. ที่บริเวณหน้ารัฐสภา กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นำโดย น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา เดินทางมาคัดค้านการพิจารณาร่างยุทธศาสตร์ชาติของสนช. ที่จะมีการพิจารณาในวันศุกรนี้ พร้อมทั้งอ่านแถลงการณ์ขอให้ สนช.พึงตระหนักว่าไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่มาจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ยึดโยงประชาชน แต่กลับมาพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างยุทธศาสตร์ชาติ ที่มีผลผูกพันรัฐบาลพลเรือนที่จะมาจากการเลือกตั้งในอนาคตให้ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งถือว่าไม่ชอบธรรม  นอกจากนี้เราขอให้มีการจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว และหยุดใช้คำสั่ง คสช.ทุกกรณี รวมถึงปล่อยตัวนักโทษการเมือง เพื่อสร้างบรรยากาศที่พร้อมสำหรับการเลือกตั้ง 
    "การคัดค้านร่างยุทธศาสตร์ชาติของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในวันนี้ อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าเราได้คัดค้านอย่างเต็มที่แล้ว และสังคมต้องไม่หยุดที่จะสื่อสารความไม่ชอบของยุทธศาสตร์นี้ เพื่อที่สุดท้ายจะได้อ่อนกำลัง และถูกแก้ไขหรือยกเลิกต่อไปเมื่อมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง" น.ส.ณัฏฐากล่าว
    ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวในงาน "MEET the PRESS" หัวข้อ "ปฏิรูปแนวใหม่ ร่วมคิดร่วมใจ สร้างไทยไปด้วยกัน" ว่า การปฏิรูปที่สำคัญคือทุกคนร่วมกันขับเคลื่อน "สร้างไทยไปด้วยกัน เราอยากให้ 8 เดือนที่เหลือของรัฐบาล เป็นการจุดไฟสร้างประเทศไทยก่อนจะมีการเลือกตั้ง ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย เรื่องของการเลือกตั้ง การเมือง ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปหมด ซึ่งขณะนี้คนยังไม่ทันเฉลียวใจว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่กระบวนการจะแตกต่างจากเดิม เช่น การเลือกแบบ 1 คน 1 โหวต เป็นหลักการปฏิรูปการเมืองไทยที่ไม่เคยทำมาก่อน ส่วนที่บอกว่าต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แค่เป็นการปั่นกระแสการเมืองมากกว่า แต่ความจริงแล้วการปฏิรูปต้องทำต่อเนื่องและต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่อย่างนั้นเสียดายมาก ปัญหาในอดีตอาจกลับมาก็ได้ 
    นายกอบศักดิ์กล่าวว่า สำหรับการเดินหน้าปฏิรูปในช่วง 8 เดือนสุดท้ายของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีกำชับอยากให้ปฏิรูปที่ประชาชนอยากได้มี 6 ด้านคือ 1.แก้จน 2.ความเหลื่อมล้ำ 3.แก้โกง 4.การมีส่วนร่วมในประชาธิปไตย 5.การปฏิรูปราชการ และ 6.การสร้างอนาคต เปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประชาชน ขณะที่การสร้างความเข้มแข็งจากฐานรากมี 15 โครงการที่ทำทันในรัฐบาลนี้ ได้แก่ กองทุนพัฒนาผู้นำชุมชน สภาประชารัฐ พ.ร.บ.รัฐวิสาหกิจชุมชน พ.ร.บ.สถาบันการเงินประชาชน พ.ร.บ.วิสาหกิจเพื่อสังคม ธนาคารต้นไม้ ธนาคารปูม้า พ.ร.บ.ป่าชุมชน ไม้มีค่าตัดได้ โครงการ 1 ไร่ 1 แสน กองทุนยุติธรรม ธนาคารที่ดิน พ.ร.บ.ขายฝาก โครงการผู้ป่วยติดเตียง โครงการยาเพื่อประชาชน ทั้งหมดถือว่าสำเร็จแล้ว 60 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 4 เดือนข้างหน้าเป็นของขวัญประชาชน
    นอกจากนี้ จะมีโครงการการปฏิรูปกฎหมายหรือกิโยตินกฎหมาย เพื่อสะสางกฎหมายให้ทันต่อโลก โดยจะเริ่มคิกออฟเดือนหน้า และจัดตั้งสำนักงานขึ้นมาดำเนินการเรื่องนี้ โดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ดำเนินการ และด้วยเวลาที่เหลือ 8 เดือนมันสั้น กฎหมายเข้าไปที่ สนช. ต้องมีกระบวนการดูแลไม่ให้กฎหมายถูกทิ้งขว้าง โดยจะมีระบบฟาสต์แเทร็ก
    ส่วนการขับเคลื่อนเรื่องของการปฏิรูป จะมีการตั้งอนุกรรมการขึ้นมา 5 คณะ เพื่อขับเคลื่อนการทำงาน ประกอบด้วย 1.อนุกรรมการประสานงาน 2.อนุกรรมการปฏิรูปกระทรวง ที่เร่งดำเนินการปฏิรูปขณะนี้ อาทิ กระทรวงอุดมศึกษาวิจัยและนวัตกรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปรับให้เดินดีขึ้น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 3.อนุกรรมการด้านกฎหมาย 4.อนุกรรมการพีอาร์ สร้างการรับรู้ มีส่วนร่วมลงสู่ประชาชน และ 5.อนุกรรมการสื่อมวลชน เพื่อร่าง พ.ร.บ.จริยธรรมและมาตรฐานสื่อมวลชน และกลางเดือน มิ.ย.ทั้ง 20 กระทรวงต้องส่งแผนปฏิรูปกระทรวง โดยรายการเดินหน้าประเทศไทย จากนี้ทุกวันเสาร์ตั้งแต่เดือน ก.ค.จะเป็นรายการพิเศษ ในหัวข้อ "ร่วมคิดร่วมใจ สร้างไทยไปด้วยกัน" ว่าด้วยเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ
    นายกอบศักดิ์กล่าวว่า ส่วนเรื่องของการปฏิรูปตำรวจนั้น ทางนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ จะดูเรื่องของโครงสร้างที่จะเขียนเป็นกฎหมาย ขณะที่การปฏิรูปจะมีเรื่องของการรวมศูนย์ที่เกี่ยวกับการร้องเรียนทั้งหมด จัดทำเป็นศูนย์ 191 และจะมีทนายความทุกสถานีตำรวจ ส่วนเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ ในวันที่ 15 มิ.ย. สนช.จะพิจารณาร่างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เมื่อเรียบร้อยแล้วจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยต่อไป และคาดว่าประกาศใช้ได้ในต้นเดือน ต.ค. เพื่อให้การจัดทำงบประมาณจากนี้ต่อไปเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ
    “ต่อไปการปฏิรูปจะเปิดกว้างมากขึ้น ให้ประชาชน เยาวชน เสนอแนวคิดการปฏิรูป โดยกำหนดเป็นปฏิทินจัดกิจกรรมในเวทีต่างๆ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงเดือน ก.ย. โดยเป็นการเสนอความคิดเห็นที่ให้มีการติดแฮชแท็ก "#reform together# สร้างไทยไปด้วยกัน" โดยนายกอบศักดิ์ได้ทำมือเป็นสัญลักษณ์ติดแฮชแท็กด้วย
     ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีใครมาจีบเป็นรัฐมนตรีสมัยหน้าหรือยัง และหาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังเป็นนายกฯ ต่อ สนใจจะร่วมงานต่อด้วยหรือไม่ นายกอบศักดิ์กล่าวว่า ต้องถามนายกฯ สนใจให้ตนไปทำงานร่วมด้วยหรือไม่ แต่ตอนนี้เร็วเกินไปที่จะพูด  หัวใจสำคัญวันนี้คือเรามีเวลาเหลือแค่ 6-8 เดือน เป็นหน้าต่างสุดท้าย ที่ตนมีความหวังมาก อย่างไรก็ตามตนไม่กดดัน ทำงานอย่างมีความสุข.


"บิ๊กป้อม" พูดถูกนะ ๕ รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐที่ยังเป็น ส.ส. ควรจะลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลื่อนลำดับ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ขึ้นมาอีก ๕ อันดับ

มอง ส.ส.ผ่านบัญชีทรัพย์สิน
ภาพเชิงซ้อน 'การเมือง-การรบ'
แจกเงินเที่ยว 'รวยนักหรือ?'
เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'
รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต