สธ. แถลงสถานการณ์โควิดในไทยกระเตื้องขึ้น ชี้โอกาสสูงผ่อนคลายมาตรการ


เพิ่มเพื่อน    

24 ส.ค.64 - ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่า ตัวเลขติดเชื้อใหม่ค่อยๆ ขยับลง น่าใจชื้นขึ้น ตัวเลขระดับโลกมีการติดเชื้อใหม่ 4 แสนรายต่อวัน สะสม 213 ล้านราย เสียชีวิตใหม่ 6,847 ราย คิดเป็น ร้อยละ 2.09 สะสม 4.4 ล้านราย ประเทศที่มีการติดเชื้อสูงสุด คือ สหรัฐอเมริกา รายใหม่ 7.4 หมื่นราย สะสม 38 ล้านราย เสียชีวิตใหม่ 313 ราย อังกฤษ ติดเชื้อใหม่ 3.1 หมื่นราย สะสม 6.5 ล้านราย เสียชีวิต 40 ราย อินเดีย ติดเชื้อใหม่ 1.05 หมื่นราย สะสม 32 ล้านราย เสียชีวิต 254 ราย ดังนั้น มีการติดตามในหลายประเทศ เพราะการระบาดของสายพันธุ์เดลต้า ทั้งประเทศที่มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างกว้างขวาง และบางประเทศเพิ่งเริ่มฉีด ก็พบปัญหาการติดเชื้อรายใหม่ที่สูงขึ้น

นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า การติดเชื้อรายใหม่ของไทยวันนี้ 17,165 ราย ลดลงมาจาก 2 หมื่นราย คาดว่าหากสัปดาห์นี้มีการลดลงอย่างต่อเนื่อง ก็น่าจะผ่านจุดสูงสุด แต่ก็ต้องจับตามองอย่างต่อเนื่อง ค่าเฉลี่ยการติดเชื้อย้อนหลัง 7 วันอยู่ที่ 19,358 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตรายใหม่ 226 ราย เฉลี่ยย้อนหลัง 7 วัน อยู่ที่ 259 ราย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-24 ส.ค. ผู้เสียชีวิตสะสม 9,788 ราย คิดเป็น ร้อยละ 0.90 อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการติดเชื้อของกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จะต่ำกว่า 71 จังหวัด ทั้งนี้ ข้อมูลผู้ติดเชื้อสะสมในระบาดรอบเดือน เม.ย.64 ใน 71 จังหวัด รวม 514,521 ราย ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล อยู่ที่ 482,398 ราย

“ตัวเลขติดเชื้อใหม่ที่เคยแตะหลัก 2 หมื่นราย จะอยู่วันที่ 3-4 ส.ค. หลังจากนั้นจะแกว่งตัวลดต่ำกว่า 2 หมื่นรายบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็จะมากกว่า ไล่ยาวมาจนถึงช่วงท้ายที่สัปดาห์นี้ลดต่ำกว่า 2 หมื่นราย หากเราลดลงต่อเนื่อง ก็จะสอดคล้องกับโมเดลที่เราดูกันไว้ก่อนเดือน ส.ค.ว่า ช่วงพีคสูงสุดจะอยู่ในเดือน ส.ค. น่าจะเป็นสัญญาณที่ดี ที่จะทำให้มาตรการผ่อนคลายต่างๆ มีโอกาสเป็นไปได้สูง” นพ.เฉวตสรร กล่าว

นพ.เฉวตสรร กล่าวเพิ่มว่า เมื่อดูกราฟแสดงจำนวนผู้ป่วยอาการหนักในไทย พบว่า ยังคงระดับ จากจุดพีคที่เห็นแม้รายใหม่ลดลง แต่จำนวนผู้ป่วยสะสมที่ผ่านมา จะทำให้เห็นภาพผู้ป่วยหนักยังคงระดับสูงต่อไปอีกระยะ ส่วนผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจในภาพรวมประเทศ ข้อมูลวันที่ 23 ส.ค.64 ตัวเลขอยู่ที่ 1,095 ราย แบ่งเป็น กรุงเทพฯและปริมณฑล 563 ราย และต่างจังหวัด 532 ราย ขณะที่จำนวนผู้ป่วยครองเตียง อาการหนักและใส่ท่อช่วยหายใจ ของพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาพรวมไต่ระดับสูงขึ้น แนวโน้มจะต่างกับต่างจังหวัด 71 จังหวัด ที่มีโนวแน้มลดลง แสดงให้เห็นว่า แม้ต่างจังหวัดมีรายใหม่สูงกว่าแต่แนวโน้มผู้ป่วยอาการหนักไม่สูงขึ้น การเข้าถึงการดูแลมีประสิทธิภาพทำให้ป้องกันอาการป่วยหนักได้

นพ.เฉวตสรร กล่าวต่อว่า การรวบรวมข้อมูลการตรวจด้วยแอนติเจน เทสต์ คิท (ATK) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามกลุ่มเขต ที่มีความพยายามรวบทั้งหมดแต่ก็มีส่วนตกหล่นอีกจำนวนหนึ่ง ข้อมูลเฉลี่ย 7 วันย้อนหลัง 3,167 ราย เฉลี่ย 14 วัน อยู่ที่ 2,761 ราย แสดงให้เห็นว่า สัปดาห์ล่าสุดมีจำนวนมากกว่าสัปดาห์ก่อนหน้า

“โดยการตรวจเอทีเค เปอร์เซ็นต์การพบผลบวกจะอยู่ที่ร้อยละ 10 บวกลบ สูงสุดเคยถึง ร้อยละ 20 ก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ว่ามีการระบาดเข้มข้น และมีผู้ที่มีอาการเปอร์เซ็นต์ก็จะสูงได้” นพ.เฉวตสรร กล่าว

ส่วนสถานการณ์ฉีดวัคซีนโควิด-19 เมื่อวานนี้ (23ส.ค.64) ฉีดได้ 573,446 โดส สะสม 27,612,445 โดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 20.8 ล้านโดส ครอบคลุมประชากร ร้อยละ 28.9 เข็มที่ 2 อีก 6.2 ล้านโดส ครอบลุม ร้อยละ 8.6 ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนมีความก้าวหน้าต่อเนื่อง จากการได้วัคซีนมาฉีดในช่วงครึ่งหลังของปี ศักยภาพการฉีดเราสามารถเพิ่มได้มากกว่าที่ทำในปัจจุบันอยู่แล้ว

ดังนั้น หากมีวัคซีนก็เร่งฉีดขึ้นได้ ก่อนหน้านี้เน้นใน 13 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด มีประชากร 22 ล้านคน ได้ฉีดเข็มที่ 1 แล้ว 11.5 ล้านคน คิดเป็น ร้อยละ 52.1 ส่วนจังหวัดอื่นๆ มีประชากร 49 ล้านคน ฉีดแล้ว 9 ล้าน คิดเป็น ร้อยละ 18.6 ภาพรวมอยู่ที่ ร้อยละ 28.9 ส่วนกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป กรุงเทพฯ ฉีดแล้ว ร้อยละ 95 นนทบุรี ร้อยละ 40 ซึ่งรวม 13 จังหวัด เฉลี่ยร้อยละ 65.8 ส่วนจังหวัดอื่นๆ 64 จังหวัด ฉีดไป ร้อยละ 31.2 ซึ่งเป็นจุดที่เน้นย้ำที่จะขยายการฉีด และให้มีการเข้าถึงด้วยการฉีดที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) การจัดหน่วยลงไปฉีดในชุมชน ก็ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูล และมั่นใจวัคซีนทุกสูตรที่คณะผู้เชี่ยวชาญทั้งในและนอก สธ. ให้ความเห็นว่า เป็นสูตรที่สามารถป้องกันการเสียชีวิต ป้องกันป่วยหนัก ให้เราผ่านพ้นการระบาดไปด้วยกัน

นพ.เฉวตสรร ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ ฉีดเข็มที่ 1 ไปแล้ว 20.8 ล้านคน คิดเป็น ร้อยละ 41.7 ของเป้าหมายการฉีด 50 ล้านคน แบ่งเป็น บุคลากรสาธารณสุข 8.6 แสนคน เจ้าหน้าที่ด่านหน้า 1.02 ล้านคน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 6.1 แสนคน ผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง 2.3 ล้านคน ประชาชนทั่วไป 11.5 ล้านคน ผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป 4.3 ล้านคน และ หญิงตั้งครรภ์ 2.5 หมื่นคน


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"