โหวตรธน.วาระสาม   ชี้ชะตาอนาคต 3 ป.  


เพิ่มเพื่อน    

ดูเหมือนสถานการณ์อาจเปลี่ยนไป จากเดิมมีความมั่นใจว่าการโหวตรัฐธรรมนูญวาระ 3 ในวันที่ 10 กันยายนนี้ ภายใต้ความร่วมมือของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคเพื่อไทย (พท.) จะผ่านฉลุย แต่ตอนนี้เริ่มไม่แน่นอนเสียแล้ว หลังจาก พปชร.เกิดปัญหาอย่างหนักในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม และ 5 รัฐมนตรี   
    ท่ามกลางกระแสข่าวกล่าวหาว่า ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค พปชร.คิดการใหญ่ ใช้เสียง ส.ส.กดดัน "พี่น้อง 2 ป." คือนายกฯ และ "บิ๊กป๊อก" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เกิดการปรับ ครม. หรือเปลี่ยนแปลงการทำงานให้ลงมาติดดินรับฟังปัญหาของ ส.ส.พปชร. เพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่การเลือกตั้งในอนาคต  
    จนกระแสความดังกล่าวเลยเถิดไปถึงขั้นให้ ส.ส.พปชร.โหวตคว่ำนายกฯ ให้พ้นเก้าอี้นายกฯ และกลับมาผสมพันธุ์รัฐบาลใหม่ระหว่าง พปชร.กับ พท. โดยเขี่ย ปชป. และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ออกจากสมการการเมือง  
    ก่อนที่ทุกอย่างจะบานปลาย แตกยับไปกว่านี้ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์และ ร.อ.ธรรมนัส ต่างออกมาให้สัมภาษณ์ที่แต่ละฝ่ายแฝงด้วยความขัดแย้งและไม่มีใครยอมกัน  
    กระทั่งพี่ใหญ่ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้า พปชร. พล.อ.อนุพงษ์ และ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องนัดเคลียร์ทุกฝ่าย ปรับความเข้าใจและสงบศึกชั่วคราว ที่บ้านป่ารอยต่อฯ ภายใน ร.1 รอ.ทม. พร้อมเผยภาพความสำพันธ์อันยาวนานของพี่น้อง 3 ป. และท้ายสุด ส.ส.พปชร.ก็โหวตเห็นชอบให้นายกฯ และรัฐมนตรีอีก 5 คน ผ่านเวทีซักฟอกและรัฐบาลทำงานต่อไปได้   
    แต่สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมเกิดคำตามมาหลังจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ จะจัดการหรือเช็กบิลผู้คิดการใหญ่เหล่านี้หรือไม่ หรือปรับความเข้าใจว่าแท้จริงแล้ว ร.อ.ธรรมนัสไม่ได้เป็นไปตามที่ไอ้ห้อยไอ้โหนคอยปั่นกระแส แต่เป็นความตั้งใจของเลขาธิการพรรค พปชร.ต้องการแก้ปัญหาให้แก่ ส.ส. และทำให้ พปชร.กลายเป็นพรรคอันดับหนึ่งหลังเลือกตั้ง
    หากปรับความเข้าใจได้ "พี่น้อง 3 ป." อาจเก็บไว้ใช้งานต่อไป แต่หากยังหวาดระแวงก็เป็นหน้าที่ของ "บิ๊กป้อม" ต้องกลืนเลือดลดบทบาทของเลขาธิการ พปชร.ผู้นี้ลงไป 
    อย่างไรก็ตาม ความไม่สงบที่เกิดขึ้นยังส่งผลสะเทือนไปถึงการลงมติโหวตรัฐธรรมนูญวาระ 3 ในวันที่ 10 ก.ย.ด้วยใช่หรือไม่ เพราะผู้มีอำนาจ​อาจยังไม่แน่ใจ หากเปลี่ยนกติกาจากบัตรเลือกตั้ง 1 ใบ เป็น 2 ใบ จะยังทำให้ พปชร.ได้เปรียบอยู่เช่นเดิม และทำให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ หลังการเลือกตั้งได้สำเร็จ แถมยังปิดกั้นมิให้พรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมากแบบถล่มทลาย โดยอาจลืมไปว่าวิกฤตศรัทธาที่มีต่อรัฐบาลยังดำรงอยู่จากสถานการณ์แก้ปัญหาโควิด อาจทำให้เสียค่าโง่แก่พรรคเพื่อไทย สามารถได้ ส.ส.แบบแลนด์สไลด์ก็เป็นได้    
    ซึ่งแตกต่างจากความเห็นของโต้โผหลักคือ ร.อ.ธรรมนัส และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ต้องการบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพราะเชื่อว่าพรรค พปชร.จะมีขนาดใหญ่ขึ้นในระดับเขต พิสูจน์ได้จากการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.4 ครั้งชนะรวด แม้แต่พื้นที่ไข่แดงของพรรคเพื่อไทยที่จังหวัดขอนแก่น และนครศรีธรรมราชของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ทลายมาได้หมดแล้ว 
    ฉะนั้นหากไม่มีการแก้กติกาเลือกตั้งเป็นบัตร 2 ใบ ก็มีแนวโน้มว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร.อาจจะไม่ได้หรือได้น้อย รวมทั้งยังเตรียมการเพื่อลดการพึ่งพาวุฒิสภาในการเลือกนายกฯ เมื่อพ้นระยะเวลา 5 ปีตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญไปแล้ว    
    แต่การขับเคลื่อนประเด็นนี้กลับสร้างความหวาดระแวง ท่ามกลางกระแสข่าวสะพัดว่า "บิ๊ก พปชร."  กำลังมีบิ๊กดีลกับ "คนแดนไกล" หลังเลือกตั้งด้วยใช่หรือไม่ และไม่น่ารอดสายตาของนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ หรือแม้กระทั่งบิ๊กป้อม   
    การโหวตรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ครั้งนี้จึงท้าทายการตัดสินใจของ 3 ป.อย่างมาก และถือว่ายังมีเวลาพอที่จะตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยมีวุฒิสภาสรรหาจำนวน 250 คน ที่กำเนิดมาจาก คสช.อยู่ในมือ และสามารถกดปุ่มกำหนดทิศทางให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าจะสำเร็จหรือไม่  
    ล่าสุดเริ่มมีเสียง ส.ว.ออกมาส่งเสียงส่อคว่ำการแก้ไข รธน. เพราะเห็นว่าอาจทำให้การเมืองย้อนยุคกลับไปที่ 16 ปีที่แล้ว กลายเป็นระบบเหล้าเก่าในขวดใหม่ และเปิดช่องให้เกิดเผด็จการรัฐสภาใช่หรือไม่ ที่วันนี้คนจำนวนไม่น้อยยังเกรงกลัว "ผีทักษิณ" อยู่   
    ดังนั้นหากไม่ชิงตัดไฟแต่ต้นลม พี่น้อง "3 ป." อาจไม่มีที่ยืนในกระดานอำนาจทางการเมืองหลังเลือกตั้งก็เป็นได้.
 


"เสาร์-อาทิตย์" ทุกคนก็อยากสบายๆ อะไรที่หนักกระบาล ถ้าไม่จำเป็น ไม่มีใครอยากนำมายัดหัว

วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"
"สีกาเทศนาสอนพระ"    
"ตัดหัวพระ"บาปมั้ย?
ตูน-ก้อย"เด็กแนว"ไหน?