ควรพิจารณาทั้งลีลาและสาระ


เพิ่มเพื่อน    

การที่ใครจะสื่อสารดีหรือไม่ เราต้องพิจารณาทั้งเนื้อหาและลีลา สำหรับลีลานั้น ใครจะชอบลีลาแบบไหน ก็สุดแต่รสนิยม เรื่องนี้เป็นเสรีภาพของความคิด ใครจะชอบลีลาแบบไหน ไม่ควรเอามาเถียงกัน แต่เนื้อหานั้น มีทั้งจริงและเท็จ มีทั้งใช่และไม่ใช่ มีทั้งผิดและมีทั้งถูก หากลีลาดี แต่พูดเท็จ พูดผิดจากความจริง พูดสิ่งที่ไม่ใช่ เราก็ไม่ควรที่จะยอมรับ อย่าเอาลีลามาอยู่เหนือเนื้อหา คนลีลาไม่ดี แต่เนื้อหาดี น่ายกย่องมากกว่าคนที่ลีลาดี แต่เนื้อหาเป็นเท็จ ไม่ถูกต้อง ตามหลักการของวาทวิทยาและการสื่อสารที่ว่า Content before form, not form before content

นอกจากเนื้อหาแล้ว การเลือกใช้คำก็เช่นเดียวกัน คำพังเพยของไทยที่บอกว่า “สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล” ยังคงเป็นเรื่องที่ใช้ได้ในการจะประเมินคนที่สื่อสารสาธารณะในปัจจุบัน การพูดถึงคนอื่น ต้องไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย หยาบโลน ที่ทั้งแสดงคุณลักษณะของผู้พูด อีกทั้งยังเป็นการด้อยค่าความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น ซึ่งเป็นการไม่สมควร การจะพูดอะไร ควรจะคิดถึงผลกระทบที่เกิดกับคนอื่นด้วย โดยเฉพาะผลกระทบเชิงลบที่พวกเขาไม่ควรจะได้รับ

สุดท้ายแล้ว เรื่องของลีลา มันคือเรื่องของรสนิยม ใครจะชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เป็นเรื่องที่อย่าเอามาเถียงกันเลย ใครชอบสิ่งที่เราไม่ชอบ ก็เรื่องของเขา ไม่ว่ากัน แต่จากรสนิยมของใครคนใดคนหนึ่ง เราก็พอจะอนุมานได้ว่าเขาเป็นคนเช่นไรจากรสนิยมของเขา และเราก็สามารถพิจารณาได้ว่า เราควรเป็นเพื่อนเขาหรือไม่ เพราะรสนิยมก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องพิจารณาในการตัดสินใจว่าเราควรจะตบกับใครหรือไม่ หรือจะคบแบบไหน แบบเพื่อนร่วมงาน หรือแบบเพื่อนทางสังคม และรสนิยมที่ต่างกันก็อาจจะส่งผลว่าเราจะคบกับใครสนิทสนมแค่ไหนอย่างไร

นอกจากนั้น ในการสื่อสารนั้น ผู้สื่อสารควรตระหนักรู้บทบาท หน้าที่ และสถานะของตนด้วย และควรจะรู้บรรทัดฐาน (norm) ของแต่ละบทบาท แต่ละสถานะว่าเราควรพูดอะไรด้วยลีลาแบบใดด้วย เราไม่ควรสื่อสารโดยไม่ใส่ใจบรรทัดฐานการกระทำของสถานะ เพราะมันคือสิ่งที่กำหนดความไม่เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมกับสถานะ แต่ละบทบาทในสังคม การไม่ใส่ใจบรรทัดฐานของสถานะ แม้ว่ามันไม่ใช่ความผิด แต่มันก็เป็นความไม่เหมาะสมที่โลกอาจจะติเตียนได้ บางคนอาจจะไม่สนใจการติเตียน เพราะถือว่าตนเองทำตามใจตน นั่นก็แสดงว่าคนคนนั้นไม่ใส่ใจความรู้สึกของใครทั้งนั้น เมื่อเราทั้งหลายเป็นสัตว์สังคม เราจะเป็นตัวของตัวเองจนสุดโต่ง โดยไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่นเลยคงจะไม่เหมาะ เราควรจะคิดถึงบรรทัดฐานสังคมบ้าง อย่างน้อยก็ในระดับที่ทำให้เรารู้จักจำกัดการตามใจตัวเองลงบ้าง ถ้าต้องการทำตามใจตัวเองโดยไม่สนใจใคร แล้วใครจะว่าอะไรได้ล่ะ ก็เอาตามที่สบายใจก็แล้วกันนะ

การสอนธรรมะแบบใหม่ ใช้เทคโนโลยีทันสมัย เป็นเรื่องที่น่ายกย่อง ถ้าหากว่าคนที่สอนมีความตั้งใจที่จะสอนธรรมะให้น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำให้วัยรุ่นสนใจธรรมะ เข้าถึงธรรมะ ไม่ว่าจะใช้ลีลาอะไรก็ตาม เมื่อเราตั้งใจจะสอนธรรมะ เนื้อหาที่นำเสนอภายใต้ลีลาในการนำเสนอนั้นจะต้องมีบทเรียนธรรมะแฝงไว้อย่างชัดเจน คนฟังจะต้องได้บทเรียนที่เป็นธรรมะสอนใจให้คิดดี ทำดี การแซะ แขวะรัฐบาล ไม่ใช่การสอนธรรมะ การด้อยค่าวัคซีนไม่ใช่การสอนธรรมะ การรีวิวขายอาหารเสริมไม่ใช่ธรรมะ การเล่นเกมโดยยอมทำอะไรบางอย่างตามที่มีคนบอกให้ทำอะไร แล้วยอมทำตามที่เขาขอมา เพื่อให้คนที่ขอให้ทำจ่ายเงินบริจาคให้ คงไม่ใช่ธรรมะ แต่เหมือนการพนันมากกว่า การเชิญชวนให้คนบริจาคที่ไม่มีการบอกว่าเงินบริจาคเอาไปทำอะไร ไม่ใช่ธรรมะ ถ้าสอนธรรมะ เนื้อหาที่เป็นธรรมะ น่าจะต้องมากกว่าข้อความที่เป็นการส่อเสียด เย้ยหยัน ถากถาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงความคิดเห็นบนพื้นฐานความเท็จและไม่รู้จริง ถ้าสอนธรรมะ คนฟังน่าจะได้บทเรียนทางธรรมมากกว่าการได้รับความบันเทิง ถ้าสอนธรรมะ คนพูดก็ต้องมีธรรม อย่างน้อยรักษาศีลข้อ 4 ให้ได้ด้วย

การที่มีวัยรุ่นสนใจการนำเสนอ ลองตั้งคำถามดูว่าพวกเขาสนใจเนื้อหาของธรรมะ หรือชอบมุกของการพูดจา ส่อเสียด เย้ยหยันผู้มีอำนาจ สะใจที่ได้ยินผู้มีอำนาจโดนด้อยค่า สะใจที่มีคนด่ารัฐบาล ขอย้ำว่าลีลาไม่ใช่ปัญหา อยากจะใช้ลีลาใดในการนำเสนอก็อยู่ที่รสนิยมของผู้เสนอ และลีลาการนำเสนอใดจะได้รับความนิยมหรือไม่ก็อยู่ที่รสนิยมของผู้รับสาร ลีลาอาจจะประเมินด้วยรสนิยม แต่เนื้อหาจะประเมินด้วยรสนิยมอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องมองด้วยว่าเนื้อหานั้นจริงหรือไม่ ถูกต้องหรือไม่ สมเหตุสมผลหรือไม่ ถ้าเอาความนิยมอยู่เหนือความถูกต้อง สังคมก็ก้าวสู่ความเสื่อมและอาจบรรลัยได้ในที่สุด

จากพระ 2 รูปมีชื่อเสียงโด่งดังมาหลายปี จนท่านอาจลืมตัวเอง ยั้งกิริยาไม่อยู่ เล่นจนเกินงามตามความนิยมของคนที่ติดตามท่าน จนพระผู้ใหญ่บางท่านออกมาเตือนให้ลดกิริยาที่เกินเลยลง ท่านก็น่าจะฟัง เพราะถ้ามีคนติเตียนกันมาก ย่อมแสดงว่าท่านล้ำเส้นการเทศน์ให้สนุกสนานจนเกินงาม ท่านควรคิดถึงสิ่งที่ท่านใช้ในการหุ้มกายที่เครื่องแบบในการบอกสถานะของท่านบ้าง เครื่องแบบบางอย่างก็มีข้อกำหนดเรื่องความสำรวม และการเดินทางสายกลางอย่างพอเหมาะพอดี ก็เป็นคำสอนที่คนใส่เครื่องแบบดังกล่าวนั้นควรพึงสังวรไว้บ้าง อย่าใช้รสนิยมของความขำมาเป็นตัวชี้นำพฤติกรรมให้อยู่เหนือคำว่าวินัยของเครื่องแบบ ที่ไม่ควรเอามุกที่คนที่เขาไม่ได้ใส่เครื่องแบบดังกล่าวมาเล่น การได้เสียงฮาในการสอนธรรมะ ไม่น่าจะเป็นเป้าหมายของการเผยแผ่พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

การอ้างว่าแฝงด้วยสาระที่เป็นธรรมะ ลองพิจารณาดูว่ามันมีเนื้อหาที่เป็นธรรมะสอนใจอยู่มากน้อยแค่ไหน การแฝงเนื้อหาอันเป็นสาระแห่งธรรมลงไปในมุกตลกนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าสติปัญญายังไม่ถึง วาทวิทยายังไม่แก่กล้า ศิลปะของการเทศน์ยังไม่ได้ระดับ มีแต่มุกตลกแบบตลกคาเฟ่ ก็ยากที่จะให้คนยอมรับว่าเป็นการเล่นตลกแฝงธรรมะที่แยบยล การแฝงธรรมะในมุกตลกไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะธรรมะเป็นของสูง

ต้องมีปัญญาในระดับที่สูงพอจึงจะทำได้โดยไม่ถูกติเตียน เคยลองถามตัวเองบ้างไหมว่า ถ้าไม่ใช่พระ เล่นตลกแบบนี้จะมีคนตามเท่านี้ไหม คนที่ตามดู สนใจธรรมะหรือชอบใจที่พระด่าการเมือง แซะรัฐบาล ถูกจริตคนที่ตามดู โดยไม่เกี่ยวอะไรกับการเรียนรู้ธรรมะเลยแม้แต่น้อย

ในการตลกดังกล่าวนั้นมีการแฝงธรรมะอะไรบ้าง คนที่เข้าดูนั้นได้ข้อคิดเรื่องธรรมะอะไรบ้าง คนที่เข้าฟังนั้นสนใจธรรมะมากขึ้นกว่าเดิมจริงหรือ

คนที่เข้ามาดูพระ live streaming นั้นจะเข้าวัดเพิ่มขึ้นไหม จะทำบุญเพิ่มขึ้นไหม การโอนเงินให้ 2 พส.นั้นเป็นการทำบุญหรือเป็นอะไรกันแน่.

 


"เสาร์-อาทิตย์" ทุกคนก็อยากสบายๆ อะไรที่หนักกระบาล ถ้าไม่จำเป็น ไม่มีใครอยากนำมายัดหัว

วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"
"สีกาเทศนาสอนพระ"    
"ตัดหัวพระ"บาปมั้ย?
ตูน-ก้อย"เด็กแนว"ไหน?