ตร.ยื่นฟ้อง25ไทยไม่ทน ทะลุแก๊สปรับขบวนใหม่


เพิ่มเพื่อน    

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณทรงรับตำรวจ คฝ.บาดเจ็บไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์  "กมธ.ตำรวจ" เตรียมพบ "ผบช.น." 14 ก.ย. จี้ถามคลิป ตร.ขับรถชนผู้ชุมนุมแยกดินแดง "ภัคพงศ์" ปัดตั้งใจชน แจงรถคุมผู้ต้องขังถูกไล่ทุบทำร้ายต้องรีบหนี บอกใครได้รับความเสียหายใช้สิทธิ์แจ้งความได้ "พงส." ยื่นอัยการฟ้อง 25 แกนนำไทยไม่ทน 4 ข้อหา "ทะลุแก๊ส" ปิดทวิตเตอร์ปรับยุทธศาสตร์ใหม่
    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 13 ก.ย. นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีส.ต.ต.ธนาวุฒิ จิรคเชนทร ผบ.หมู่กองร้อยที่ 1 กก.คฝ.2 บก.อคฝ. ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่จากการชุมนุมบริเวณแยกดินแดง ซึ่งแพทย์วินิจฉัยมีเลือดออกในสมอง กระดูกเบ้าตาด้านขวาแตก มีแผลฉีกขาดบริเวณใบหน้าและตาขวาว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณทรงรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์แล้ว
    นายเสกสกลกล่าวว่า ขอประณามการกระทำของม็อบกลุ่มทะลุแก๊สที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และไม่ได้ออกมาชุมนุมตามข้อเรียกร้อง แต่ตั้งใจอยากออกมาชุมนุมเพื่อที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน และตั้งใจที่จะมาทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น เพราะการชุมนุมมีการขว้างปาสิ่งของ ยิงหนังสติ๊ก ลูกแก้ว พลุไฟ ปาระเบิดแบบไปป์บอมบ์และระเบิดประทัดยักษ์ ที่มีความรุนแรงมากขึ้น
    ส่วนนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กมธ.การตำรวจทำหนังสือเชิญ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เข้าชี้แจง กมธ.วันที่ 16 ก.ย. ภายหลังโซเชียลมีเดียเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ช่วงค่ำวันที่ 12 ก.ย.ที่สามเหลี่ยมดินแดง ที่รถตำรวจขับชนเยาวชนกลุ่มม็อบทะลุแก๊สแล้วหนีไม่ลงมาดูคนเจ็บ แต่ทั้งนี้เพื่อความรวดเร็ว ตนกังวลว่าจะล่าช้าไปจึงให้ตัวแทน กมธ.ตำรวจ อาทิ นายสัญญา นิลสุพรรณ รองประธาน กมธ.คนที่สอง, น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร รองประธาน กมธ.คนที่ห้า และนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ กมธ.การตำรวจ ไปพบ ผบช.น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ในวันที่ 14 ก.ย. เวลา 13.00 น. เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง
    นายณัฏฐ์ชนนกล่าวว่า ประเด็นที่เตรียมไปซักถามข้อเท็จจริงกับ ผบช.น. มี 2 ประเด็นหลักคือ 1.กรณีคลิปตำรวจขับรถตำรวจชนผู้ชุมนุมว่าใช้ความเร็วที่เท่าไหร่ และ 2.ถามถึงเจตนาการใช้ความเร็ว ซึ่งขอย้ำไม่ได้จับผิดการทำหน้าที่ของตำรวจ แต่ต้องสอบถามเพื่อตอบข้อสงสัยของสังคม 
    "เรายืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และจะพิจารณาอย่างรอบคอบรอบด้าน ขณะเดียวกัน กมธ.จะติดตามกรณีมีตำรวจโดนเขวี้ยงระเบิดที่บริเวณหน้าได้รับบาดเจ็บกะโหลกศีรษะร้าวด้วย" กมธ.การตำรวจผู้นี้ระบุ
    ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พร้อมด้วยพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าวสรุปเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา
    พล.ต.ท.ภัคพงศ์ชี้แจงถึงคลิปเหตุการณ์กรณีรถควบคุมผู้ต้องหาวิ่งชนกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณแยกดินแดงดังกล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อรถควบคุมผู้ต้องหาขับไปถึงจุดเกิดเหตุสามเหลี่ยมดินแดง ปรากฏมีผู้ชุมนุมประมาณ 6-7 คนได้วิ่งกรูใช้อาวุธเข้ามาทุบรถ ขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนรถเกิดความเสียหาย จากนั้นจึงเกิดเสียงดังคล้ายเสียงระเบิดดังขึ้น และไม่เห็นว่าผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ โดยระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่าจะถูกทำร้ายจึงรีบขับรถหลบหนีเพื่อเดินทางกลับไปยังต้นสังกัด แต่รถไม่สามารถขับต่อไปได้ จึงไปจอดไว้ที่ รพ.พระมงกุฎฯ และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนที่จะทำการตรวจสอบสภาพรถ พร้อมกับลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.ดินแดง รวมทั้งไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวที่ได้ก่อเหตุไว้ 
    "ยืนยันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีพฤติกรรมชนแล้วหนี แต่เหตุการณ์เมื่อคืนได้มีการตรวจสอบไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง ก็ไม่ได้รับแจ้งหรือรายงานว่ามีใครได้รับบาดเจ็บแล้วมาเข้ารับการรักษา และหลังจากนี้หากกลุ่มผู้ชุมนุมคิดว่าตนเองได้รับความเสียหาย ก็มีสิทธิ์ที่จะแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายได้" พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าว
    ผบช.น.กล่าวว่า ในส่วนการเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่แฟลตดินแดงคืนวันที่ 11 ก.ย.นั้น เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์บานปลาย เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมก่อความวุ่นวาย มีการทำร้ายเจ้าหน้าที่และทำลายทรัพย์สิน ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงการสลายการชุมนุมในเคหสถานมาโดยตลอด แต่ผู้ชุมนุมยังไม่ยอมที่จะยุติ ส่งผลให้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหลายนาย ล่าสุด ส.ต.ต.ธนาวุฒิก็ถูกปาไปป์บอมบ์ใส่บริเวณใบหน้าด้านขวาและเบ้าตาต้องผ่าตัดด่วนถึง 8 ชม. ขณะนี้อาการยังคงทรงตัวและรักษาอยู่ที่ห้องไอซียู
    ด้าน พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า การชุมนุมในช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้จำนวน 204 คดี มีผู้ต้องหาหรือผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 756 คน จับกุมได้ 511 คน โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่มีการชุมนุม เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 รายพร้อมยึดอาวุธปืนและมีระเบิดแสวงเครื่องและไปป์บอมป์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ จากนั้นก็จัดส่งดำเนินคดีต่อไป
    "กรณีความคืบหน้าที่มีการยิงเด็กอายุ 14 ปี ตำรวจได้ภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นภาพใกล้ๆ กับจุดเกิดเหตุขณะนี้ยังคงขาดพยานหลักฐานสำคัญ แต่ก็สามารถที่จะออกหมายจับได้ แต่อยากให้มีการพิสูจน์ทราบให้แน่ชัดกว่านี้" โฆษก บช.น.กล่าว
    ที่สำนักงานอัยการพิเศษ คดีศาลแขวง 3 พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ส่งตัวพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง 25 แกนนำไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชน ให้อัยการพิเศษศาลแขวง ในความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 15) และอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 4 ข้อหา
    นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และแกนนำไทยไม่ทนฯ กล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการว่าหลังจากปฏิเสธข้อกล่าวหาแล้ว ได้ให้การเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรแก่พนักงานสอบสวนลงวันที่ 9 ก.ย.2564 รวมถึงแนบภาพถ่ายการชุมนุมในวันดังกล่าวประกอบที่แสดงถึงข้อขัดแย้งกับข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวนโดยสิ้นเชิง และได้ขอให้สอบพยานเพิ่มเติมอีก 4 คน เพื่อประโยชน์แก่ผู้ต้องหา แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้สอบพยานเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์ให้เห็นความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา แต่กลับเร่งรีบยื่นส่งสำนวนสอบสวนที่ขาดการพิสูจน์ความผิดให้พนักงานอัยการ
    โดยภายหลังพนักงานอัยการรับสำนวนพร้อมตัวผู้ต้องหาเเล้ว นายเมธา เปิดเผยว่า ทางอัยการได้นัดฟังคำสั่งวันที่ 17 ก.ย.นี้ เวลา 10.00 น. ซึ่งคาดว่าก็จะมีคำสั่งในเรื่องคำร้องขอความเป็นธรรมที่ยื่นไปด้วย
    วันเดียวกัน กลุ่มทะลุแก๊สได้โพสต์ผ่านทางทวิตเตอร์ประกาศ "ขอยุติบทบาทชั่วคราว จนกว่าจะได้ข้อสรุปทางยุทธศาสตร์และจะกลับมาอีกครั้งในวันในที่ 18, ส่วนวันที่ 30 เจอกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เราจะไปรำลึกวีรชนผู้กล้า ผู้เป็นทั้งครูอาจารย์ในการกำหนดจริยธรรมของการต่อต้านเผด็จการ และยังเป็นแรงบันดาลใจในการต่อสู้ทางการเมืองของแอดมินเสมอมา"  โดยหลังมีการโพสต์ผ่านทวิตเตอร์ดังกล่าว ทางกลุ่มทะลุแก๊สได้มีการลบแอคเคาต์ทวิตเตอร์ออกไป
    ขณะที่ทางเฟซบุ๊กทางกลุ่มทะลุแก๊ส ได้โพสต์แถลงการณ์ปิดเพจทะลุแก๊ส และติดตามความเคลื่อนไหวต่อได้ที่ เพจเยาวรุ่นทะลุแก๊ส และต่อไปนี้เพจนี้จะเป็นเพียงแค่กระจายข่าว. 


"เสาร์-อาทิตย์" ทุกคนก็อยากสบายๆ อะไรที่หนักกระบาล ถ้าไม่จำเป็น ไม่มีใครอยากนำมายัดหัว

วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"
"สีกาเทศนาสอนพระ"    
"ตัดหัวพระ"บาปมั้ย?
ตูน-ก้อย"เด็กแนว"ไหน?