วัคซีนที่ดีที่สุด     


เพิ่มเพื่อน    

อัปเดตสถานการณ์โควิด-๑๙ กันหน่อยครับ 
    เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นถึง "ขาลง" 
    ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ วันที่ ๑๓ กันยายน ลงมาเหลือ ๑๒,๕๘๓  ราย 
    ถือว่าหล่นแนวต้านที่ ๑.๕ หมื่นลงมาได้ หลังทรงตัวในระดับดังกล่าวอยู่ร่วมสัปดาห์ 
    จำนวนผู้เสียชีวิต ก็น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด 
    แต่เรายังมีผู้ป่วยอาการหนักอยู่อีก ๔,๐๙๖ ราย
    ใส่เครื่องช่วยหายใจ ๘๓๕ ราย 
    แม้ตัวเลขจะลดลงจากเดิมมาก แต่การสูญเสียหลังจากนี้ ยังไม่ยุติ
    คนไทยฉีดวัคซีนแล้ว ๔๐,๗๕๖,๓๙๗ โดส
    แบ่งเป็นเข็ม ๑ จำนวน ๒๗,๔๒๑,๔๔๘ โดส
    เข็ม ๒ ฉีดสะสมแล้ว ๑๒,๕๘๗,๗๔๖ โดส
    เข็ม ๓ ฉีดสะสมแล้ว ๗๔๖,๗๒๓ โดส
    และเข็ม ๔ ฉีดสะสมแล้ว ๔๘๐ โดส
    ก็เป็นอันว่าตอนนี้มีคนไทยฉีดวัคซีนแล้ว ๒๗.๔ ล้านคน 
    ตุลาคมนี้น่าจะครบ ๕๐ ล้านคนแน่นอน 
    เพราะเฉพาะในเดือนตุลาคมมีวัคซีนรอฉีดอยู่ ๒๔ ล้านโดส 
    ปูพรมฉีดกันเกือบ ๑ ล้านโดสทุกวัน 
    ขณะที่ ทวิตเตอร์ WHO Thailand @WHOThailand โพสต์ข้อความบาดใจใครหลายคนพอควร 
    "วัคซีนที่ดีที่สุด คือวัคซีนที่ฉีดได้เร็วที่สุด"
    ประโยคนี้คุ้นๆ นะครับ
    เคยถูกนำเสนอโดย WHO มาแล้ว
    รวมทั้ง นพ.แอนโทนี เฟาซี (Anthony Fauci) ผู้อำนวยการสถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐฯ และหัวหน้าที่ปรึกษาการแพร่ระบาดของรัฐบาลไบเดน ก็พูดประโยคเดียวกันนี้
    คุณหมอในประเทศไทยหลายท่าน โดยเฉพาะคุณหมอยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็พูดในทิศทางเดียวกัน 
    ต้องฉีดให้เร็วที่สุด 
    ครับ...เห็นตัวเลขคนจองวัคซีนแล้วไม่ยอมไปฉีดหลักแสนคน จนต้องข้ามคิวให้คนที่ยังไม่ได้ฉีดไปฉีดแทน   
    เยอะนะครับ!
    กลุ่มนี้น่าจะเป็นกลุ่มที่อยากฉีด mRNA เท่านั้น ซึ่งเป็นผลมาจากการเสพข่าวร้ายๆ ว่า ต้องได้วัคซีนเทพเท่านั้นถึงจะรอดจากโควิด
    ข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับโควิด-๑๙ มีออกมาเรื่อยๆ ครับ ฉะนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเพิ่มพูนความรู้ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด ความตื่นตระหนก ฯลฯ 
    มีการแชร์เนื้อหา ไวรัสโควิด-๑๙ จาก ดร.จอห์น แคมป์เบลล์ (Dr. John Campbell) อาจารย์สอนในวิทยาลัยพยาบาลที่อังกฤษ และเป็นผู้เขียนตำรา Campbell's Pathophysiology  Notes ที่พูดถึงการกลับมาของโควิดในอังกฤษอีกครั้ง 
    เนื้อหาสรุปตามนี้ครับ
    ๑.ตอนนี้ชัดเจนว่า Delta Varient ติดได้แม้จะฉีดวัคซีนแล้ว
    ๒.Herd Immunity เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้แล้ว
    ๓.ทุกคนจะต้องติดเชื้อแน่ๆ ในที่สุด ดังนั้นทุกคนต้องฉีดวัคซีน  ๒-๓ เข็มแรก เพื่อลดโอกาสการป่วยหนัก 
    ๔.ไม่มีอะไรหยุดการแพร่ระบาดได้ ในขณะนี้
    ๕.อาจมีสายพันธุ์ใหม่อีกที่แรงกว่า Delta
    ๖.เตรียมตัวให้พร้อมกับการติดเชื้อ ทุกคนจะติดเชื้อแน่นอน เมื่อไหร่แค่นั้น
    ๗.เลิกการ Mass Testing ได้แล้ว ถ้ามีอาการค่อย Test  ยอดผู้ติดเชื้อรายวันไม่ค่อยมีประโยชน์แล้ว สำคัญเฉพาะจำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้า รพ.รับการรักษา
    ๘.Germany ยกเลิก Free Test วันที่ ๑๑ ตุลาคมนี้
    ๙.วัคซีนหยุดการระบาดไม่ได้ แค่ช่วยให้ป่วยหนักลดลง
    ๑๐.คนที่ยังไม่ฉีดวัคซีนอันตรายมาก รีบไปฉีดเสีย
    ๑๑.จากข้อมูลล่าสุด Two Doses ป้องกันได้ไม่เพียงพอ อาจช่วยป้องกันการติดเชื้อได้แค่ราว ๕๐% เท่านั้น คงต้องมีเข็มสามแน่ๆ
    ๑๒.คงต้องเปลี่ยนวิธีการรายงานข้อมูลแล้ว เพราะ Virus ตัวนี้มันกลายเป็น Endemic (โรคประจำถิ่น) ไปแล้ว
    ๑๓.การรายงานจำนวนคนติดเชื้ออาจไม่จำเป็น และทำให้เกิดความหวาดกลัวโดยไม่จำเป็น รายงานแต่จำนวนคนที่มีอาการก็พอ
    ๑๔.คนที่มีอายุมากกว่า ๕๐ ปี คงต้องมีการ Boosting เป็นปกติไปในที่สุด เหมือนวัคซีนไข้หวัดใหญ่
    ๑๕.คนอายุน้อยอาจไม่ต้องฉีดวัคซีน ถ้าเป็นผู้ที่แข็งแรงอยู่แล้ว ภูมิจะมีเองจากการติดโดยธรรมชาติ และคนอายุน้อยมักไม่มีอาการอะไร เป็นส่วนมาก แต่เด็กที่มีปัญหาสุขภาพคงต้องฉีด
    ดร.จอห์น แคมป์เบลล์ เคยพูดถึงประเทศไทยในช่วงแรกๆ อย่างชื่นชมว่า ไทยสามารถใช้วิธีที่ไม่ได้แพงอะไรในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ จนยอดผู้ติดเชื้อน้อยมากๆ 
    แต่สถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง 
    ประเด็นที่น่าสนใจคือ ภูมิคุ้มกันหมู่    เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้แล้ว 
    และทุกคนจะติดเชื้อแน่นอน 
    การระบาดของเดลตา หรืออาจมีสายพันธุ์ใหม่ที่ดุและระบาดเร็วกว่าเดลตา ทำให้สามารถเกิดสถานการณ์ที่ว่านี้ได้ 
    ถึงเวลาที่ต้องยอมรับกันอย่างจริงจังว่า โควิด-๑๙ จะไม่หมดไป 
    ทุกคนมีโอกาสติดเชื้อ
    และวัคซีนไม่ว่ายี่ห้อไหน แพลตฟอร์มใด ไม่อาจป้องกันการติดเชื้อได้ ๑๐๐% แต่จะช่วยให้ไม่ป่วยหนัก และไม่เสียชีวิต 
    คนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง แต่จะเอา mRNA เท่านั้น ต้องระวังให้มาก     
    การเสพข่าวด้านลบ เฟกนิวส์ อย่างเดียว ไม่สนใจข้อเท็จจริง อาจหมายถึง "ชีวิต" 
    การด้อยค่าวัคซีนจนส่งผลให้คนที่จองวัคซีนไว้แล้วแต่ไม่ยอมฉีดตัวเลขหลักแสน ถือว่ามีผลต่อแผนการฉีดวัคซีนมาก 
    วานนี้ (๑๓ กันยายน) มีข่าว จีนส่งมอบวัคซีนซิโนแวคเพิ่มเติมให้ฟิลิปปินส์  
    ณ ปัจจุบัน ชาวฟิลิปปินส์ฉีดวัคซีนมากกว่า ๓๑ ล้านโดสแล้ว 
    มีประชาชนฉีดวัคซีนครบโดสราว ๑๖ ล้านคน 
    ฟิลิปปินส์จะได้รับวัคซีน จากผู้ผลิตหลายรายราว ๕๖ ล้านโดส โดยจีนยังคงเป็นประเทศผู้จัดสรรวัคซีนให้ฟิลิปปินส์รายใหญ่ที่สุด
    ฟิลิปปินส์ มีพลเมืองราว ๑๐๘ ล้านคน 
    ฟิลิปปินส์ มีปัญหาในทะเลจีนใต้กับจีน และยอมให้อเมริกากลับมาตั้งฐานทัพอีกครั้งแลกกับการช่วยเหลือเรื่องวัคซีน
    แต่ปัจจุบันวัคซีนที่ชาวฟิลิปปินส์ฉีดมากที่สุดคือ ซิโนแวค
    มีการทำโพล โดยโซเชียล เวเธอร์ สเตชันส์ (SWS) สถาบันวิจัยทางสังคมของฟิลิปปินส์ พบว่าชาวฟิลิปปินส์ชอบวัคซีนของซิโนแวค มากที่สุด 
    ครับ...มิได้สรุปว่าวัคซีนอะไรดีกว่ากัน  
    แต่นี่คือข้อมูลที่บอกว่าวัคซีนที่หาได้และมีอยู่คือวัคซีนที่ต้องเร่งฉีดให้เร็วที่สุด 
     เพราะมันหมายถึง "ชีวิต".


นี่... แสดงว่า "หมดท่า" กันแล้วจริงๆ โดยเฉพาะการเมืองฝ่ายค้าน สารพัดวิชามารที่มี ทั้งในระบบ-นอกระบบ งัดมาใช้จนหมดเกลี้่ยง แต่ก็ล้มประยุทธ์ไม่ลงซักที!

"อุตสาหกรรมภาพยนตร์"
เรื่องของ"กบเลือกนาย"
แซะจน "เสียมหัก" จนได้
"ก็...ไม่ได้กู้มาโกงนี่ครับ"    
"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน
๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"