มหกรรมเสริมบารมี?


เพิ่มเพื่อน    

การเมืองเริ่มจะคึกคัก
    พลังประชารัฐดูจะต้องพึ่งพา "ลุงป้อม" กับ "ธรรมนัส พรหมเผ่า" เป็นหลัก
    ส่วนเพื่อไทยยังสลัดภาพนักโทษหนีคุกไม่พ้น 
    นั่นคือสถานการณ์จริง ไม่ใช้ตัวแสดงแทนครับ 
    "น.ช.โทนี่ วูดซัม" พูดในคลับเฮาส์ของกลุ่มแคร์ กลุ่มการเมืองสาขาเพื่อไทย
    “...ที่มีปัญหาเรื่องธรรมนัส เพราะมีคนปล่อยข่าวว่าผมเอาเงิน ๒ พันล้านไปให้ธรรมนัส แล้วทำไม่สำเร็จ กลายเป็นดีลล่ม คือ ผมจะบอกว่า ผมเริ่มจากศูนย์ ผมหาเงินเอง ดังนั้นผมไม่โง่เรื่องใช้เงิน..." 
    จริงครับ "ทักษิณ" ใช้เงินเป็น 
    ย้อนกลับไปยุคก่อตั้งพรรคไทยรักไทย จะได้คำตอบชัดเจนว่า "ทักษิณ" ใช้เงินอย่างไร 
    "ทักษิณ" ประสานกลุ่มทุนสื่อสาร กับกลุ่มคนเดือนตุลาเข้าด้วยกัน 
    การตั้งพรรคไทยรักไทย เริ่มต้นด้วยคนดีเด่นดังมากมาย อาทิ คณิต ณ นคร, เกษม วัฒนชัย 
    "ทักษิณ" ขายฝัน ไทยรักไทย จะเป็นพรรคของมหาชน ไม่ใช่ของนายทุน 
    แต่แล้วการก่อเกิดของไทยรักไทย ไม่ได้เป็นอย่างที่ทักษิณพูด 
    เพราะเลือกที่จะสร้างพรรคด้วยวิธีการดูด ส.ส.เข้าพรรค หวังผลชนะในการเลือกตั้งเท่านั้น 
    กลุ่มใหญ่ที่สุดที่ถูกดูดด้วยทุน คือ กลุ่มวังน้ำเย็น นำโดย "เสนาะ เทียนทอง" 
    มี ส.ส.อยู่ในสังกัดประมาณ ๗๐ คน 
    ตามด้วยการควบรวมพรรคการเมือง 
    ความหมายคือ ไม่ได้เจาะเป็นตัวบุคคล แต่ซื้อยกพรรค 
    พรรคเสรีธรรม หลัง ประจวบ ไชยสาส์น หัวหน้าพรรค สอบตก ส.ส. ๑๔ คน  ถูกดูดยกพรรค 
    หลังจากนั้น พรรคความหวังใหม่ของ "พ่อใหญ่จิ๋ว" ก็ไม่รอด 
    ยุบพรรคพา ส.ส. ๓๖ คน เข้าสังกัดไทยรักไทย 
     ตามด้วย พรรคชาติพัฒนา ต้องยุบพรรค และมติเอกฉันท์ให้ ส.ส. ๒๙ คนของพรรค ไปอยู่ไทยรักไทย 
    ฉะนั้นอย่าได้แปลกใจว่าทำไม "ไทยรักไทย" ถึงสามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ 
    เพราะ "ทักษิณ" ใช้เงินเป็นนั่นเอง 
    "ทักษิณ" วางแผน และเริ่มปฏิบัติการดูด ส.ส. เป้าหมายคือมัดตราสังรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ 
    จงใจเพิ่มความแข็งแกร่งให้ฝ่ายบริหาร ลดทอนอำนาจของสภา เพื่อหลบเลี่ยงกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลของฝ่ายนิติบัญญัติ 
    คณิตศาสตร์ง่ายๆ หากไทยรักไทยมี ส.ส.เกิน ๓๐๐ เสียง "ทักษิณ" จะรอดพ้นจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ไปตลอดที่นั่งในตำแหน่งนี้ 
    เพราะการซักฟอกนายกรัฐมนตรีต้องใช้เสียง ส.ส.ถึง ๒ ใน ๕ หรือ ๒๐๐ เสียงขึ้นไป 
    ตลอดการเป็นนายกรัฐมนตรีของ "ทักษิณ" จึงไม่ถูกอภิปรายไม่วางใจเลย
    นี่คือการใช้เงินเป็นของ "ทักษิณ" 
    คนดีเด่นดังหลายคนถอยห่างจาก "ทักษิณ" บางคนตัดสินใจเลิกร่วมงานตั้งแต่แรกคือ คณิต ณ นคร เพราะปรากฏชัดว่าแนวทางที่คุยกันถูกบิดเบือน 
    นั่นคือการมาของกลุ่มวังน้ำเย็น ที่เต็มไปด้วยเรื่องอื้อฉาวทางการเมืองและผลประโยชน์ 
    การใช้เงินของ "ทักษิณ" ทำให้ "ทักษิณ" ได้นักการเมืองจากคอกอื่นมารวมไว้ในคอกตัวเอง 
    ที่ "ทักษิณ" บอกว่า
    "...รัฐบาลคุณประยุทธ์นะ ถ้าใช้อีก ๒๘ เสียง เพื่อให้ล้มรัฐบาล หารมาคนละ ๗๐ ล้านก็ซื้อได้แล้ว เพราะเขาวิ่งกันแค่คนละ ๕ ล้าน แต่ผมไม่ทำไง ผมเกลียด เพราะผมเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ผมไม่ทำแบบนั้นแน่นอน
    คนที่ปล่อยข่าวแบบนี้นะ คือ ควายทั้งนั้น ข่าวปลอมทั้งนั้น ถ้าหลายคนอยากรู้ว่าผมดีลอะไรหรือเปล่า ให้มาถามผมที่ clubhouse นี่ ผมจะได้ตอบให้ชัดๆ ผมรำคาญมากเรื่องการปล่อยข่าว เราเป็นคนนะ จะให้ควายจูงไม่ได้ ถ้าท่านสงสัยในตัวผม ท่านถามผมตรงๆ เลย ถ้าผมพูด ไม่มีคำว่าโกหกหรอกครับ ถ้าผมคิดว่าสิ่งนั้นไม่ควรพูด ผมจะไม่พูด ไม่มีหรอกครับดงดีลอะไร...”
    พูดอีกก็ถูกอีก "ทักษิณ" ไม่ใช่แค่เห็น แต่ลงมือทำมาแล้วทั้งนั้น 
    โฮลดิ้งพรรคการเมือง 
    ในประวัติศาสตร์ ไม่มีการเมืองยุคไหน ใช้เงินซื้อ ส.ส. ซื้อพรรคการเมือง มากกว่าที่พรรคไทยรักไทยทำอีกแล้ว 
    แม้พลังประชารัฐจะเลียนแบบไทยรักไทย แต่ทำได้ไม่ถึงครึ่ง 
    ดีล "ธรรมนัส-ทักษิณ" จะเป็นจริงหรือไม่ ไม่ใช่สาระสำคัญ 
    แต่การปล่อยข่าวเป็นเรื่องจริง  
    และ "ทักษิณ" ใช้คำว่า "ควาย"
    ธรรมชาติมนุษย์ หากถูกจี้ใจดำ ก็มักจะหลุดคำพูดพวกนี้ออกมาเพื่อกลบเกลื่อน  
    แต่อาจไม่ใช่กลบเกลื่อนจากข่าวที่เพิ่งปรากฏ 
    เป็นการกลบเกลื่อนจากอดีต 
    คืออดีตการใช้เงินมหาศาล ทุ่มเพื่อซื้อ ส.ส. ซื้อแบบยกพรรค 
    และ "ทักษิณ" เคยจูงควายเข้าคอกมาก่อนมิใช่หรือ  
    หันไปที่พลังประชารัฐ เหมือนจะเริ่มตั้งหลักได้ 
    เมื่อวันอังคาร สมศักดิ์ เทพสุทิน, สันติ พร้อมพัฒน์, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ, ธนกร วังบุญคงชนะ, เสกสกล อัตถาวงศ์ ไปพบ "ลุงป้อม" ที่ทำเนียบรัฐบาล
    ผลคือ "ลุงป้อม" เป่ากระหม่อม
     "ขอให้ทำงานช่วยนายกฯ ต่อไป" 
    "ถ้ามีอะไรให้ท่านสั่งได้เลย ทุกคนพร้อมช่วยทำงาน" 
    ที่ประชุม ส.ส.พรรควานนี้ (๑๕ กันยายน) ปรากฏภาพ "ลุงป้อม" เป็นแป๊ะยิ้ม ขนาบข้างด้วย "ธรรมนัส-บิ๊กอาย" 
    ทุกคนยิ้มกันหมด 
    "ลุงป้อม" ประกาศกลางที่ประชุม
    "อย่ามีกลุ่ม มีก๊วน ต่อไปจะมีแต่กลุ่มหัวหน้าพรรค แล้วห้ามไปตั้งก๊วน ตั้งมุ้ง ส่วนมุ้งต่างๆ ที่เคยดูแล ส.ส.กันอยู่ ขอให้หยุด ต่อไปถ้าจะดูแล มาเอาที่ผม ผมรับผิดชอบคนเดียวเอง” 
    ผลคือ "ธรรมนัส" เปิดใจในที่ประชุม
    "ตอนแรกผมจะไม่อยู่ ใจอยากกลับไปอยู่ที่บ้านทำธุรกิจ เป็นราษฎรธรรมดา มากกว่าทำการเมือง ซึ่งท่านประวิตรขอให้อยู่ช่วยกันทำงาน ถ้านายรัก อนุญาตให้ทำงานต่อ ก็จะไม่ออกไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ ถ้าท่านประวิตรอยู่ผมก็ยินดีที่จะอยู่ต่อ ผมเกิดจากพรรคนี้ก็พร้อมจะอยู่ตรงนี้ ถ้าจะจบชีวิตการเมืองก็ขอให้จบที่พรรคพลังประชารัฐ ยึดที่นี่เป็นที่พึ่งพิง ขอให้พลังประชารัฐเป็นบ้านสุดท้ายของผม" 
    ก็เป็นอันจบข่าว!
    เพราะในทางการเมือง ยังต้องใช้งาน "ธรรมนัส" 
    ดูเหมือนบารมีทางการเมืองของ "ลุงป้อม" จะถูกยกระดับขึ้นมาอีกคืบ 
    ส่วน "ลุงตู่" ควง "ลุงป๊อก" เดินสายไปเยี่ยม ส.ส.พรรคถึงชานเรือนตามคำสัญญา 
     นี่ไม่ใช่สัญญาณยุบสภา 
    เพราะ "ลุงป้อม" ประกาศกลางที่ประชุม ส.ส.พรรคว่า "จะไม่ยุบ" 
    ส.ส.ก็พากันยิ้มกริ่ม  
    อยู่ต่ออีกปีกว่า 
    แต่ "ทักษิณ" ทำนาย เดือนกุมภาพันธ์ มีนาคมปีหน้าเลือกตั้งใหม่ ถ้าอยู่ครบเทอมต้องแจกกล้วยทีละเครือ หมดสวนแน่ 
    ราวกับผีเห็นผี เพราะที่ด่าคนอื่นมา "ทักษิณ" ทำมาหมดแล้ว
    ที่ต่างคือตอนนี้ไม่มีอำนาจ 
    สถานภาพแค่สัมภเวสี. 


"เสาร์-อาทิตย์" ทุกคนก็อยากสบายๆ อะไรที่หนักกระบาล ถ้าไม่จำเป็น ไม่มีใครอยากนำมายัดหัว

วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"
"สีกาเทศนาสอนพระ"    
"ตัดหัวพระ"บาปมั้ย?
ตูน-ก้อย"เด็กแนว"ไหน?