สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ!!!


เพิ่มเพื่อน    

ฮื่ออ์อ์อ์...ถ้าว่ากันตามผลสำรวจวิจัยชิ้นล่าสุดของ  นิด้าโพล เขา ก็น่าจะยังพอ อยู่ๆ กันไปได้ อันเนื่องมาจากท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ของหมู่เฮา ยังคงมี คะแนนนิยม นำโด่ง อยู่ที่ประมาณ 17.54 เปอร์เซ็นต์ ทิ้งคุณหญิง เจ๊สุดาหน่อย ที่ไล่ตามมาเป็นอันดับ 2 แบบไม่ถึงกับฟืดๆ ฟาดๆ ไม่ถึงกับหายใจรดต้นคอมากมายซักเท่าไหร่ คือยังอยู่ที่ประมาณ 11.15 เปอร์เซ็นต์ ยังต้องรอสะสมพลัง ต้องแวะไปรับประทานขนมจีนร้าน ยายเป้ากระเด้าหม้อ อีกหลายชามอยู่พอสมควร...
                                                         --------------------------------------------------
    แต่ที่ออกจะน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว...ก็คือผู้ที่ยังหาตัวไม่เจอ ผู้ที่อยากให้ขึ้นมาเป็นนายกฯ แต่ดันไม่รู้ว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหน บุคลิก รูปร่าง หน้าตา จะออกมาในแนวไหนต่อแนวไหน อันนี้...แทบไม่น่าเชื่อแต่คงต้องเชื่อ ว่ามีคะแนนนำโด่งไปถึงระดับ 32.61 เปอร์เซ็นต์เอาเลยถึงขั้นนั้น ล้ำหน้า บิ๊กตู่ ของหมู่เฮาไปถึง 2 เท่า 3 เท่า  อันน่าจะเป็นตัวสะท้อนให้เห็น ความหวัง และ ความสิ้นหวัง ควบคู่กันไป คือถ้าหากประเภท สี จิ้นผิง หรือ วลาดิมีร์ ปูติน ดันแวบมาเกิดเป็นคนไทย ทวยไทย ป่านนี้...คงได้ออร์กัสซัม พลั่กๆๆ กันไปนานแล้ว!!!
                                                            --------------------------------------------------
    แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ...เรื่องของบ้าน-ของเมืองนั้น มันคงไม่ถึงกับง่ายดาย สะดวกสบายไปได้ถึงขั้นนั้น ตรงกันข้าม...กลับเป็นอะไรที่ออกจะซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ ฯลฯ เอามากๆ ผู้ที่ไม่ได้มีบทบาท สถานะ ตำแหน่ง พอที่จะเป็นอะไรได้ จู่ๆ...ก็ดันโผล่มาเป็นโน่น เป็นนี่ เป็นเพราะตัวเองต้องการเป็น หรือเป็นเพราะผู้อื่นเห็นว่าตัวเองควรเป็น ก็แล้วแต่จะว่ากันไป ส่วนผู้ที่เป็นอย่างที่ตัวเองเป็น ไม่ได้คิดจะสร้างภาพ สร้างเรื่อง สร้างราว อย่างบรรดาพวก หิวแสง ทั้งหลาย ก็อาจต้องรอไปจนกว่า สุธี กลับมาเกิดใหม่ อีกประมาณ 3 ชาติ 4 ชาติเป็นอย่างน้อย...
                                                             ------------------------------------------------
    และส่วนใหญ่...มันก็มักจะเป็นไปในแนวนี้นั่นแหละทั่น!!! ไม่ว่าจะเป็นชาติไหนต่อชาติไหน สังคมไหนต่อสังคมไหน ความเป็นมา-เป็นไปในประวัติศาสตร์ของแต่ละประเทศ มันเลยมักจะหักเหไปตาม เหตุปัจจัย ในแบบเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้...สิ่งนี้จึงเป็นไปมาโดยตลอด จนกว่าจะเกิด ฉากสถานการณ์พิเศษ อุบัติขึ้นมาจนได้ เมื่อนั้นนั่นแหละ...ผู้ที่แทบไม่มีใครรู้ว่าเป็นใครไม่เคยสนใจว่าเคยอยู่ที่ไหน เคยทำอะไรต่อมิอะไรมาบ้าง จู่ๆ...ก็อาจผงาดขึ้นมาในฐานะผู้ปรับเปลี่ยน ผู้พลิกโฉมฉากสถานการณ์ กลายสภาพเป็น วีรบุรุษ-วีรสตรี อย่างชนิดแทบไม่น่าเชื่อเอาเลยก็มี...
                                                               -------------------------------------------------
    อย่างเช่น...ฉากสถานการณ์เมื่อครา กรุงแตก ครั้งที่ 2 ยังไงล่ะทั่น!!! ผู้ที่น่าจะพึ่งได้ ท่านก็ดันหันไปดื่มด่ำกับพระศาสนาหันไปออกบวช ลาละสละทิ้งทางโลกย์ จนฉากสถานการณ์มันเลยต้องเป็นไปอย่างที่มันเป็น...นั่นแล  คือไปจนถึงจุดที่ กำแพงรอบขอบคูก็ดูลึก-ไม่น่าศึกอ้ายพม่าจะมาได้ แต่สุดท้าย...กรุงศรีอยุธยา หรือสุดท้ายบุรี...ก็ยังคงมีชาย หรือยังไม่สิ้นคนดีเอาง่ายๆ แม่ทัพบ้านนอก ตัวเล็กๆ แถมยังเป็นเชื้อจีนอีกต่างหาก อย่าง พระเจ้าตากสินมหาราช ก็พร้อมรวบรวมทหารม้า 500 คน ตีฝ่าด่าน แหกด่าน ไม่เพียงตะลุยทหารพม่ากระเจิดกระเจิงไปแต่เพียงเท่านั้น ยังพร้อมเอาบ่า เอาหลัง เอาไหล่ แบกหามชะตากรรมของบ้านเมืองทั่วทั้งประเทศ ฟื้นอาณาจักรสยามให้กลับคืนมาดังเดิม ได้อย่างชนิดแทบไม่น่าเชื่อแต่ก็คงต้องเชื่อ ดังที่เป็นที่รับรู้ รับทราบ จนตราบเท่าทุกวันนี้...
                                                                    --------------------------------------------------
    ด้วยเหตุนี้...ก็อย่าถึงกับต้องหงุดหงิด งุ่นง่าน อะไรมาก โดยเฉพาะในเมื่อ จังหวะ และ โอกาส มันยังมาไม่ถึง หรือยังไม่เข้าสู่ช่วงจังหวะที่เหตุปัจจัยต่างๆ มัน ถึงพร้อม ขึ้นมาจริงๆ อันเป็นสิ่งที่มนุษย์อุจจาระเหม็นอย่างเราๆ-ทั่นๆ ทั้งหลาย คงจะไปเสกสรร ปั้นแต่ง ให้มันเป็นไปอย่างที่เราปรารถนาและต้องการให้เป็น...ไม่น่าจะได้!!! เพราะคงมีแต่ ธรรมชาติ หรือ พระสยามเทวาธิราช เท่านั้นเอง ที่พอจะรับรู้ได้ว่า...เมื่อไหร่? ที่ไหน?  และอย่างไร? ยิ่งถ้าหากคิดจะไปดิ้นรนแบบโผงๆ ผางๆ ก็คงไม่ต่างอะไรไปจาก วาทะ ที่เคยหยิบยกมาห้อยท้ายไว้หลายต่อหลายครั้งแล้วนั่นแหละว่า...“Summer ends and autumn comes, and he  who would have it otherwise would  have high tides always a full moon  every night” หรือ...“ฤดูร้อนผ่านไป ฤดูใบไม้ร่วงจึงตามมา ส่วนสำหรับผู้ที่อยากให้เป็นเช่นอื่น ก็คงไม่ต่างไปจากผู้ที่อยากให้กระแสน้ำขึ้นเสมอๆ และอยากให้พระจันทร์เต็มดวงทุกคืน...” อันถือเป็นสิ่งที่ ขัดต่อธรรมชาติ โดยชัดเจน...
                                                                            -----------------------------------------------------
    ดังนั้น...ระหว่างที่อะไรต่อมิอะไรมันยัง ไม่ถึงพร้อม สู้หันมา เตรียมพร้อม ให้กับตัวตน-ของตน น่าจะเหมาะกว่า หันมาสูดลมหายใจให้ลึกๆ เข้าไว้ เพื่อเพิ่มพลัง ขันติธรรม ภายในตัวให้มันเข้มข้น แข็งแรง หันมาแปรสภาพขันติธรรมทั้งหลายให้กลายเป็นมโนธรรม  คุณธรรม และสามัคคีธรรม จนกว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันจะไหลมาเข้าตีน เข้าเท้า ชนิดชักหัวแม่ตีน แม่เท้าหลบไม่ทันกันจริงๆ อันนั้นนั่นแหละ...ค่อยราวี...ราวี...ราวี กันได้อย่างเป็นระบบและเป็นกิจการ...
                                                                              ---------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Sun Tzu...“The quality of decision is like the  well-times swoop of a falcon which  enable it to strike and destroy its  victim. - ลักษณะของการตัดสินใจที่ดี เปรียบได้ดั่งการโฉบลงอย่างได้จังหวะของเหยี่ยว ขณะเข้าฟาดฟันสังหารเหยื่อของมัน...”
                                                                             -----------------------------------------------------------


"เสาร์-อาทิตย์" ทุกคนก็อยากสบายๆ อะไรที่หนักกระบาล ถ้าไม่จำเป็น ไม่มีใครอยากนำมายัดหัว

วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"
"สีกาเทศนาสอนพระ"    
"ตัดหัวพระ"บาปมั้ย?
ตูน-ก้อย"เด็กแนว"ไหน?