สั่งเร่งระบายน้ำ เตือน8จว.-กทม.


เพิ่มเพื่อน    

"บิ๊กตู่" ลงตรวจสถานการณ์แม่น้ำพระยา ยันภาพรวมอยู่ในเกณฑ์รับมือได้หากฝนไม่ตกหนักซ้ำเติม ภายใน 10-15 วันน้ำลด "ชาวนนท์" อุ่นใจนายกฯมั่นใจไม่ท่วมสูงเท่าปี 54 รับห่วงพื้นที่ภาคกลางนอกคันกั้นน้ำ สั่งกรมชลฯ เร่งระบาย กำชับ "รองนายกฯ-รมต." ลงดูแลปชช.ใกล้ชิด "ปภ." แจ้ง 8 จว.-กทม.ระวังระดับน้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงขึ้น "อัศวิน" เตือนชุมชนริมน้ำเตรียมขนย้ายของขึ้นที่สูง 1-5 ต.ค.นี้
    เมื่อวันที่ 30 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก "ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-Chan-o-cha" ถึงการเดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.ชัยภูมิ วันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา ตอนหนึ่งระบุว่า แม้ในบางพื้นที่อาจจะยังไม่ได้ลงไป แต่ก็มีความห่วงใยอยู่เสมอ และได้ติดตามวิกฤตน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด ได้สั่งการให้รายงานสถานการณ์มายังผมอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะได้สั่งการผ่านกลไกในระดับรัฐบาลลงไปยังระดับท้องถิ่น สนับสนุนการแก้ปัญหาของแต่ละพื้นที่ให้ดูแลพี่น้องผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง จนกว่าน้ำจะลด แล้วเข้าสู่การเยียวยาและฟื้นฟูต่อไป
    นายกฯ กล่าวว่า จากที่ได้ลงไปติดตามสถานการณ์ในหลายๆ พื้นที่ พบภาพรวมแล้วยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถรับมือได้ ปัจจัยหนึ่งเป็นเพราะแต่ละจังหวัดได้มีการดำเนินการตามแผนรับมืออุทกภัยระดับประเทศที่ ครม.ได้กำหนดไว้เมื่อเดือน มิ.ย.ไว้ 10 มาตรการ
    "จากการประเมินสถานการณ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มีพายุเข้ามาอีกน้ำท่วมขังจะค่อยๆ ลดลงจนหมดภายใน 10-15 วัน ผมได้สั่งการย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ว่าราชการทุกจังหวัดที่ประสบเหตุได้เร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่ รวมทั้งการเข้าไปดูแลประชาชนที่ประสบภัยให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้เรายังได้ทำการประเมินความเสี่ยง เพื่อวางแผนรับมือสำหรับจังหวัดในเขตพื้นที่ตอนล่าง รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑลไว้ด้วย ซึ่งจากแผนเผชิญเหตุและการเตรียมพร้อมล่วงหน้าของเราในปีนี้ ผมจึงเชื่อว่าสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้จะไม่เหมือนกับวิกฤตในอดีตที่ผ่านมา" นายกฯ กล่าว
    ต่อมาเวลา 13.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส), นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ, นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมว.คมนาคม รวมทั้ง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐในพื้นที่ และ พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่ท่าน้ำเทศบาลปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อติดตาม สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และการก่อสร้างแนวกำแพงป้องกันน้ำท่วมรอบเกาะเกร็ด 
    จุดแรก นายกฯ เดินทางมาที่ศาลาท่าเรือเทศบาลนครปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด มีนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าฯ นนทบุรี และประชาชนบางมารอต้อนรับถือป้ายให้กำลังใจและตะโกนให้ "นายกฯ สู้ๆ ลุงตู่สู้ๆ" ซึ่งนายกฯ ได้ชูมือเป็นสัญลักษณ์ไอเลิฟยู พร้อมทักทายประชาชนและเด็กๆ และระหว่างอยู่บนเวทีเพื่อถ่ายรูปกับภาคส่วนต่างๆ นั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้กำมือขวาแล้วนำไปวางที่หน้าอกด้านซ้ายตรงหัวใจ ก่อนจะขว้างส่งให้กับกลุ่มประชาชนที่สนับสนุน สร้างเสียงกรี๊ดดังลั่น
    จากนั้นออกเดินทางจากศาลาท่าเรือเทศบาลนครปากเกร็ดโดยเรือตรวจการณ์เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และตรวจเยี่ยมการสร้างคันกั้นน้ำที่จะดำเนินการสร้างทั้งหมดความยาว 50 กิโลเมตร ดำเนินการแล้วเสร็จ 18 กิโลเมตร พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมบ้านเรือนประชาชนที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ได้รับผลกระทบบางส่วน 
'บิ๊กตู่'ยันน้ำไม่สูงเท่าปี 54
    โดยระหว่างอยู่บนเรือ พล.อ.ประยุทธ์ รับฟังรายงานสถานการณ์น้ำจากผู้ว่าฯนนทบุรี พร้อมทั้งแสดงความเป็นห่วงในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะพื้นที่นอกคันกั้นน้ำว่า ตอนนี้ในคันกั้นน้ำยังต่ำกว่าคันเกือบเมตร สิ่งสำคัญที่สุดซึ่งตนก็ได้ศึกษามาบ้างแล้ว และได้รับฟังคำชี้แจงจากกรมชลประทาน ในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการระบายน้ำออกทางคลองด้านข้าง ตัดตอนน้ำที่มาจากภาคเหนือตอนล่าง และมีคลองหลายคลองที่จะนำออกสู่ทะเลให้เร็วขึ้น ช่วงนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ก็ขอให้ติดตามกรมอุตุนิยมวิทยาด้วย
    "หน้าที่เราต้องไปด้วยกัน ภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ธุรกิจ เอกชน ทุกคนต้องช่วยกัน ถึงจะพลิกโฉมของเราให้ได้พ้นจากโลกปัจจุบันให้เราอยู่กับธรรมชาติให้ได้ ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ  และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทั้งสองพระองค์รับสั่งเสมอมา และรัชกาลที่ 10 ทรงห่วงตรงนี้ รับสั่งกับผมเสมอเวลาเข้าเฝ้าราชการ ให้ดูแลประชาชนให้มีความสุข ให้เขาปลอดภัย ให้ประเทศชาติยั่งยืน เดินไปข้างหน้า มีเสถียรภาพ เราก็จำเป็นต้องเอาเรื่องนี้ปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ขึ้นมาให้ได้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ต่อมา นายกฯ แวะที่ท่าเรือพิบูลสงคราม 4 เพื่อเยี่ยมเยียนและมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่เดือดร้อน ระหว่างพบประชาชนนายกฯ กล่าวว่า "ความรักความห่วงใยนายกฯ ลอยไปกับอากาศให้คนทั้งประเทศ ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง" พร้อมเอามือตบที่หน้าอก จากนั้นมีชาวบ้านบอกว่าปี 54 น้ำท่วมสูงถึงคอ นายกฯ จึงกล่าวว่า "ปีนี้ไม่ถึงหรอก เราพยายามทำเต็มที่ และเราทำเพิ่มเติมมามากจากช่วงนั้น"
    เวลา 15.30 น. ภายหลังเสร็จสิ้นการตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้ประชาชนที่ชุมชนตลาดขวัญ นายกฯตรวจเยี่ยมการบูรณะศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเก่า ต.บางกระสอ อ.เมืองฯ จ.นนทบุรี
    พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์บนเรือก่อนขึ้นโป๊ะเทียบเรือบริเวณอาคารรัฐสภาว่า การแก้ไขปัญหาต่างๆ บางอย่างถ้ายังทำไม่เสร็จก็ย่อมเกิดผลกระทบบ้าง การลงพื้นที่วันนี้ก็ได้นำรัฐมนตรีหลายคน ซึ่งทุกคนต่างก็มีหน้าที่เพื่อทำให้ประเทศไทยพลิกโฉมไปสู่การเป็นประเทศใหม่ให้ได้ นั่นคือการมีรายได้ให้เพียงพอ อย่างไรก็ตาม รู้สึกเห็นใจประชาชน หลังจากได้ไปเยี่ยมเยียน แต่แววตาทุกคนยังสู้อีก ทำให้เรามีกำลังใจสู้มากขึ้น ในส่วนของเรื่องน้ำรัฐบาล ก็ต้องบริหารจัดการให้ดีที่สุด วันนี้เราห้ามธรรมชาติไม่ได้ แต่เราต้องทำให้มีผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด อย่าลืมว่าธรรมชาติก็คือธรรมชาติ เราจะต้องอยู่ร่วมกันให้ได้
    "ช่วงนี้อยากให้รองนายกฯ และรัฐมนตรีลงพื้นที่ไปช่วยกันดู เพราะเราต้องระวังปริมาณน้ำเหนืออยู่ ต้องดูการระบายน้ำออกทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา แม้จะมีการเตรียมทุ่งรับน้ำไว้แล้วก็ตาม แต่ก็ต้องดูปริมาณฝนที่จะตกลงมาด้วย ซึ่งวันนี้ได้มีการแจ้งเตือนไป 5 จังหวัดที่ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะบางพื้นที่เราต้องมีแผนที่น้ำเพื่อดูแลแต่ละพื้นที่ให้ดีที่สุด" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    นายกฯ ยังกล่าวว่า วันนี้ต้องขอโทษด้วยในจุดที่เราไม่ได้ไป ก็ไปดูแล้วกันว่ามีเหตุและเพราะอะไร ความจริงผมอยากไปเยี่ยมในทุกๆ ที่ แต่เราก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาเท่านั้นเอง ก็ขอโทษด้วยแล้วกัน ฝากผู้ว่าราชการจังหวัดขอโทษประชาชนด้วย อย่างไรก็ตาม ผมจะพยายามทำอย่างเต็มที่ ขณะนี้ก็ได้เตรียมแผนและตารางที่จะลงไปเยี่ยมในพื้นที่หลายจังหวัด ก็คงต้องลงไปเยี่ยมเยียนกันบ่อย
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการรักษาความปลอดภัยนายกฯ ในการลงพื้นที่ จ.นนทบุรีครั้งนี้เป็นไปด้วยความเข้มงวด เนื่องจากก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะมาถึงจุดแรกที่เทศบาลปากเกร็ด ได้มีประชาชนบางส่วนมารอเพื่อตะโกนขับไล่ ส่วนที่บริเวณท่าน้ำนนทบุรีซึ่งเป็นจุดที่ พล.อ.ประยุทธ์จะต้องมาขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับ ได้มีมวลชนมาปักหลักเพื่อขับไล่ตั้งแต่เวลา 13.00 น. จึงได้เปลี่ยนจุดขึ้นจากที่ท่าน้ำนนทบุรีมาเป็นโป๊ะเรือตรงตึก ส.ว.อาคารรัฐสภา เกียกกาย แทน
เตือน 8 จว.-กทม.เฝ้าระวัง
    ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานสถานการณ์น้ำท่าและการระบายน้ำของเขื่อนต่างๆ ประกอบกับกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้ประเมินปริมาณฝนที่ตกหนักสะสมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบนและลุ่มน้ำป่าสัก คาดว่ามีน้ำไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกรมชลประทานได้ตัดยอดน้ำเข้าระบบคลองชลประทานทั้งสองฝั่ง ทำให้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจำเป็นต้องระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในอัตรา 900-1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (C29A) ในอัตรา 3,000-3,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย และท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1.20-2.40 เมตร และท้ายเขื่อนพระรามหกเพิ่มสูงขึ้น ประมาณ 2.30-2.80 เมตร ช่วงระหว่างวันที่ 1-5 ต.ค.
    "ได้ประสาน 8 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี รวมถึงกรุงเทพมหานคร ตลอดจนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์และการระบายน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริม สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก จุดเสี่ยงที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ รวมถึงแม่น้ำและคลองเชื่อมต่อให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงเตรียมพร้อมในการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้พ้นจากแนวน้ำท่วม และระมัดระวังอันตรายจากการสัญจรทางน้ำ" ปภ.ระบุ
    ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า กทม.ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีการระบายน้ำจากเขื่อนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา จึงขอให้หน่วยงาน บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ โดยเฉพาะประชาชนที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่นอกแนวคันป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนจากน้ำท่วมได้ 
    "จากการสำรวจมีบ้านเรือนประชาชนที่อยู่นอกแนวคันป้องกันน้ำท่วม 11  ชุมชน จำนวน 239 ครัวเรือน ในพื้นที่ 9 เขต ได้แก่ บางซื่อ ดุสิต พระนคร สัมพันธวงศ์ บางคอแหลม ยานนาวา คลองเตย บางกอกน้อย และคลองสาน จึงขอให้เตรียมขนย้ายสิ่งของให้อยู่ในที่สูง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนหากเกิดปัญหาระดับน้ำขึ้นสูงในช่วงวันที่ 1-5 ต.ค.64" ผู้ว่าฯ กทม.กล่าว
    วันเดียวกัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ พร้อมคณะลงพื้นที่ จ.นครสวรรค์ มอบถุงน้ำใจบรรเทาทุกข์ ของมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พรรคประชาธิปัตย์ ให้แก่กลุ่มซาเล้ง และประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในชุมชนต่างๆ โดยนายจุรินทร์กล่าวว่า การลงพื้นออนทัวร์ภาคเหนือตอนล่าง 4 จังหวัดคือ จังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร สุโขทัย และเพชรบูรณ์ เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าในพื้นที่น้ำท่วม ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดติดตามอย่างใกล้ชิดอย่าให้มีการค้ากำไรเกินควร
    ส่วนนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมว.คมนาคม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมจากมวลน้ำที่ไหลมาจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร อ.โนนไทย ไหลเข้าท่วมพื้นที่ อ.โนนสูง โดยนายอธิรัฐ กล่าวว่า ได้นำเจ็ตสกีพร้อมด้วยเรือท้องแบนเร่งเข้าให้ความช่วยเหลือเพื่อนำส่งยังศูนย์อพยพ
    จ.นครราชสีมา ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) อ.โนนไทย มีปริมาณน้ำเหนือสันอ่างลดลงอย่างรวดเร็ว มองเห็นสันดินโผล่ขึ้นมาให้เห็นเป็นบางจุด ล่าสุดปริมาณน้ำลดลงเหลือน้ำในอ่างแค่ 6.8 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 24% ของความจุอ่างทั้งหมด 27.7 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยลดลงจากระดับน้ำที่เคยสูงสุดเมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 45.4 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 164% โดยหลังจากช่วง 3 วันที่ผ่านมาที่คันดินของอ่างเกิดแตกชำรุดกว้างเป็นช่องโหว่ ทำให้มีมวลน้ำมหาศาลจำนวนมากกว่า 100 ล้านลูกบาศก์เมตรถูกระบายลงพื้นที่ด้านท้ายอ่าง และส่งผลกระทบทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ อ.โนนไทย อ.โนนสูง และ อ.พิมาย.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"