เพื่อนช่วยเพื่อน...บริจาคเบี้ยยังชีพ เข้า"กองทุนผู้สูงอายุ"รับมืออนาคต


เพิ่มเพื่อน    

เพื่อให้การพัฒนาผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 โดยกรมกิจการผู้สูงอายุได้รับทราบแนวทางการดำเนิน โครงการบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้ากองทุนผู้สูงอายุ ตามนโยบายรับมือผู้สูงวัยในอนาคต โดยตั้งเป้าผู้สูงวัยอายุ 60 ปีที่ได้รับเบี้ยยังชีพเข้ามาร่วมบริจาคเงินสนับสนุนดังกล่าวให้ได้ 5 หมื่นราย จากจำนวน 5 ล้านคน ที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินสนับสนุนจากภาครัฐในส่วนดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้สูงอายุที่ได้เบี้ยยังชีพจากภาครัฐอยู่ที่จำนวน 8 ล้านราย โดยนำเงินที่ได้ไปช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ซึ่งอยู่ในโครงการลงทะเบียนเพื่อรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรผู้มีรายได้น้อย) ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นผู้จ้างกรมธนารักษ์จัดทำเหรียญเชิดชูเกียรติ และจัดส่งให้กับผู้สูงอายุที่บริจาคเบี้ยยังชีพตามโครงการดังนี้ด้วย     

(ธนาภรณ์ พรมสุวรรณ)

นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวว่า สำหรับโครงการนี้มีนโยบายจะช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย โดยการเพิ่มเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงวัยกลุ่มนี้ที่มีอยู่ราว 11 ล้านคน และมีผู้สูงอายุรายได้น้อยที่รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐอยู่ที่ 8.4 ล้านคน ผ่านงบประมาณ 6 หมื่น 4 พันล้านบาทต่อปี ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2553 นโยบายของภาครัฐคือการช่วยเหลือผู้ที่ใช้ชีวิตด้วยความเดือดร้อนลำบาก เพื่อให้อยู่ได้ด้วยตัวเอง แต่ต่อมาเน้นเป็นการให้ความช่วยเหลือคนทั่วไปซึ่งมีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียนไว้กับภาครัฐ ดังนั้นจึงมีการพิจารณากันว่าน่าจะช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรผู้มีรายได้น้อย) จึงได้เกิดเป็นที่มาของ โครงการบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้ากองทุนผู้สูงอายุ

ซึ่งงบประมาณที่ใช้ในโครงการนี้มาจากเงินภาษียาสูบของกรมสรรพสามิต คิดเป็นประมาณ 2% หรือคิดเป็นยอดรวมทั้งหมดจำนวน 4,000 ล้านบาท แต่เมื่อนำมาบวกลบคูณหารกับจำนวนผู้สูงอายุรายได้น้อยที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรผู้มีรายได้น้อย) ราว 3-4 ล้านคนในปัจจุบัน ผู้สูงอายุแต่ละท่านจะได้รับเงินประมาณคนละ 50 บาท ซึ่งเป็นจำนวนค่อนข้างน้อย จากเงินที่ได้จากภาครัฐประมาณ 200-300 บาทต่อราย ประกอบกับงบจากภาษียาสูบ จำนวน 4,000 ล้านบาท จะต้องเข้ามาอย่างเป็นระบบ หรือเข้ามาเป็นรายวัน ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 1,000 ล้านบาท ประกอบกับ โครงการบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เข้ากองทุนผู้สูงอายุ ที่เริ่มเปิดให้ผู้สูงวัยอายุ 60 ปีที่ประสงค์จะบริจาคเบี้ยยังชีพตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ปี 2560 ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวนเพียง 515 ราย โดยมียอดเงินบริจาคอยู่ที่ 9 แสนบาท และเมื่อรวมกับเงินจากภาษียาสูบ ทำให้มีงบประมาณที่จะช่วยเหลือผู้สูงอายุรายได้น้อยซึ่งมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรรายได้น้อย) อยู่ที่ประมาณ 1,900 ล้านบาท เมื่อหารต่อคนแล้วก็ค่อนข้างได้จำนวนน้อย ทั้งนี้ ทางกรมกิจการผู้สูงอายุก็คาดหวังว่าจะมีผู้สูงวัยที่ได้รับเบี้ยยังชีพเข้ามาร่วมบริจาคเงินอยู่ที่ 5 หมื่นราย จากจำนวน 5 ล้านคนที่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าว

สำหรับผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ได้รับเบี้ยยังชีพจากภาครัฐซึ่งประสงค์จะเข้าร่วมบริจาคนั้น 1.สามารถแสดงความจำนงได้ที่หน่วยรับแจ้งการบริจาค ได้แก่ สำนักงานเขต กทม. อบต. เทศบาล และพัทยา ที่ตนได้ลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไว้ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมกรอกแบบฟอร์มที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด โดยผู้สูงอายุที่บริจาคเบี้ยยังชีพจะได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติ เพื่อเป็นการตอบแทนการเสียสละเพื่อส่วนรวม ทั้งนี้ หากในอนาคตผู้สูงอายุที่เคยบริจาคเบี้ยยังชีพต้องการยกเลิกการบริจาค ก็สามารถแจ้งความจำนงเพื่อขอยกเลิกการบริจาคได้

2.หน่วยรับแจ้งการบริจาคจัดส่งเงินบริจาค และข้อมูลของผู้บริจาคให้แก่กองทุนผู้สูงอายุตามขั้นตอนที่กำหนด โดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ซึ่งกองทุนผู้สูงอายุและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (สนง.พมจ.) จะจัดส่งใบเสร็จให้แก่ผู้บริจาคต่อไป รวมถึงสามารถติดต่อขอบริจาคได้ที่ ธนาคารของภาครัฐ อาทิ ธ.ก.ส, กรุงไทย, ออมสิน ทั้งนี้ สามารถบริจาคได้ตลอดโดยไม่จำกัดระยะเวลา”.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.