พร้อม! รับ '13 หมูป่า' กลับบ้าน


เพิ่มเพื่อน    

      บรรยากาศที่ตึงเครียดมากว่า 10 วันผ่อนคลายลงไปเยอะ หลังสามารถค้นหานักเตะและโค้ชทั้ง 13  คน ของทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายได้สำเร็จเมื่อค่ำคืนวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา

      ถือเป็นการจบภารกิจแรกคือ การค้นหา ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะทั้ง ผู้ปฏิบัติหน้าที่ และ ผู้ประสบภัย ปลอดภัยทุกคนหลังจากลุ้นกันมาราวกว่าสัปดาห์

      ทว่าทุกอย่างยังไม่เสร็จสิ้น เพราะขั้นตอนที่ยากรองลงมาคือ การกู้ภัย หรือการลำเลียง 13 ชีวิต ออกจากจุดเนินนมสาว ซึ่งเป็นจุดที่เด็กๆ ใช้เป็นที่หลบภัย ระยะทางห่างจากปากถ้ำหลายกิโลเมตร

      ขณะเดียวกันปริมาณน้ำภายในถ้ำจากจุดที่เด็กอยู่ยังคงสูงและเชี่ยวอยู่ กอปรกับสภาพร่างกายของเด็กที่ต้องได้รับการ อนุบาล เพื่อให้มีสภาพร่างกายแข็งแรง ทำให้ยังไม่สามารถนำตัวออกมาได้ทันที

      โดยขั้นตอนนี้เจ้าหน้าที่ต้องรอจนกว่าจะมั่นใจ 100% ถึงจะนำออกมาได้ ซึ่งตัวแปรสำคัญคือ ระดับน้ำ ภายในถ้ำและ ร่างกาย ของเด็กๆ

      ซึ่งยึดหลัก ไม่รีบ แต่ เอาชัวร์ เพราะเด็กๆ อยู่ในความดูแลของหน่วยซีลแล้ว แพทย์ พยาบาล  อาหาร เวชภัณฑ์ อยู่ตรงนั้นทั้งหมด

      ระหว่างนี้ที่ทุกคนภายนอกต่างรอคอย สิ่งที่ หน่วยซีล กำลังทำคือ ดูแลสภาพร่างกายของเด็กๆ  ตลอดจนสอนการใช้อุปกรณ์ดำน้ำอย่าง

        “หน้ากากดำน้ำ”

      นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงเร่งดำเนินการสูบและพร่องน้ำทุกจุดที่เชื่อมโยงกับปริมาณน้ำในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เพื่อให้ระดับน้ำในถ้ำลดลงให้มากที่สุดจึงจะสามารถลำเลียงได้

      ขณะที่ความพร้อมอื่นๆ ในด้านนอกเพื่อรอรับ 13 หมูป่า กลับบ้าน

      ถึงตรงนี้แทบจะพูดได้ว่า เมื่อใดที่สามารถลำเลียงเด็กๆ ออกมาจากถ้ำได้ ทุกชีวิตจะไปถึงโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็วที่สุด

      ที่ศูนย์อำนวยการค้นหาผู้สูญหาย วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน มีโรงพยาบาลสนามและรถพยาบาล 13 คัน จอดสแตนด์บายเอาไว้นานแล้วหลายวันตั้งแต่ยังไม่พบตัวเด็ก

      มีการเคลียร์พื้นที่ซึ่งจะใช้เป็นเส้นทางในการลำเลียงเด็กไปยังโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นการนำหินคลุกมาถมและเกลี่ยบริเวณถนนให้รถสามารถแล่นได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากหลายวันที่ผ่านมามีฝนตกหนักจนทำให้หน้าดินเป็นโคลนแทบทุกจุดบริเวณศูนย์อำนวยการร่วมฯ

      มีการซักซ้อมกำลังทหารตั้งแนวกำแพงตลอดเส้นทางที่จะใช้ลำเลียง หรือกำหนดเขตหวงห้ามเพื่อป้องกันการชุลมุนวุ่นวาย หรือกีดขวางระหว่างนำเด็กไปโรงพยาบาล

      นอกจากนี้ พล.ต.วุฒิชัย อิศระ แพทย์ใหญ่ กองทัพภาคที่ 3 หัวหน้าทีมโรงพยาบาลสนาม ยังเตรียมแพทย์ในการรักษาพยาบาล โดยกระบวนการรักษามีเป็นลำดับขั้นตอนทั้งขั้นเตรียมการ มีการหาข้อมูลความเจ็บป่วยของทั้ง 13 คน ประเมินจากน้ำหนัก อายุ โรคประจำตัว และปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคลที่ก่อให้เกิดความเจ็บป่วย

      ขั้นการวางแผนวิเคราะห์เหตุที่จะเกิด คือการขาดสารอาหาร ซึ่งแพทย์ได้เตรียมสารอาหารสำหรับบำรุงร่างกายให้แข็งแรงก่อนนำออกมา เบื้องต้นเมื่อหน่วยค้นหาพบและให้การรักษาพยาบาลเพื่อช่วยชีวิตแล้ว จะได้นักประดาน้ำคือ พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำ จบหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจมหรือซีล ทำการประเมินเพื่อวางแผนเคลื่อนย้ายมายังโรงพยาบาลสนาม 

      เส้นทางเคลื่อนย้ายมีการจัดทีมแพทย์ไว้ 13 ทีม ในหนึ่งทีมประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม ด้านภาวะฉุกเฉิน พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล พลเปลขนย้ายผู้ป่วยจากปากถ้ำมาสู่รถพยาบาล  เมื่อขึ้นรถจะมีแพทย์คนที่สองมาดำเนินการตรวจร่างกาย เพื่อประเมินว่าจะให้การรักษาอย่างไร โดยมีเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์พร้อม ณ จุดรับผู้ป่วย

      สิ่งสำคัญคือต้องให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ให้สวมแว่นตาดำ เนื่องจากเด็กอยู่ในที่มืดเป็นเวลานาน  เมื่อออกมาสู่ที่มีแสงสว่าง รูม่านตาจะไม่ทนต่อการรับแสงจ้าชั่วคราว

      จากนั้นจะนำส่งขึ้นรถพยาบาล 13 คัน แต่ละคันจะมีแพทย์ดูแล 1 คน พาไปที่โรงพยาบาลสนาม  ณ จุดคัดแยก มีแพทย์ พยาบาลดำเนินการคัดแยก 3 ขั้นตอน ขั้นตอนแรก สีแดง-ขั้นวิกฤติ จำเป็นต้องรักษาอย่างเร่งด่วน สีเหลือง-บาดเจ็บเล็กน้อย สีเขียว-ไม่บาดเจ็บ หลังจากประเมินจะรักษาพยาบาลอีกครั้ง เปลี่ยนเสื้อผ้าและใส่อุปกรณ์ป้องกันตามมาตรฐานการรักษาสากล เพื่อให้เด็กมีร่างกายพร้อมที่จะเคลื่อนย้าย

      โดยจัดทีมแพทย์ประกบตัวต่อตัวเพื่อนำส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ทั้งนี้ต้องวิเคราะห์จากสภาพอากาศว่าจะสามารถนำส่งทางอากาศยานหรือรถพยาบาล ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกาย อากาศ และเวลา ขั้นตอนสุดท้ายเมื่อถึงโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ทีมแพทย์จะตรวจรักษาร่างกายอย่างละเอียดและให้การรักษาจนกว่าร่างกายจะเข้าสู่ภาวะปกติ

      ซึ่งทุกขั้นตอนทุกวิธีการ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ย้ำชัด

        "ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ"

      ทั้งหมดนี้คือแผนรองรับที่เจ้าหน้าที่เตรียมการไว้หลังนำเด็กออกมาจากทางปากถ้ำได้ หรือที่ ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ เรียกว่า แผนเข้าทางไหน ออกทางนั้น ที่เป็นแผนหลัก

      หรือหากที่สุดต้องใช้ช่องทางอื่น ศูนย์อำนวยการร่วมฯ ก็ได้มีการเตรียมการไว้ ตามยุทธศาสตร์มีทั้ง แผนหลัก และ แผนรอง!!!


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.