สมณะโพธิรักษ์วิพากษ์ วงการสงฆ์-การเมือง-บิ๊กตู่


เพิ่มเพื่อน    

วงการสงฆ์เสื่อมมานาน มหาเถรสมาคมตัวดี

สำนักสันติอโศก ที่มี สมณะโพธิรักษ์ เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวสันติอโศก โดยที่ผ่านมา สำนักสันติอโศก-กองทัพธรรม มีบทบาทการเคลื่อนไหวทางสังคม-การเมืองตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา  เช่นบทบาททางการเมืองก่อนหน้านี้ ที่สมณะโพธิรักษ์ได้นำกองทัพธรรมของสำนักสันติอโศกเข้าร่วมเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมืองในเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองหลายครั้ง ตั้งแต่ยุคคณะรัฐประหาร รสช.ที่เกิดเหตุพฤษภาทมิฬ พ.ศ.2535 หรือการร่วมชุมนุมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อต้านรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ในช่วงปี 2549 ต่อเนื่องมาถึงยุครัฐบาลสมัคร สุนทรเวช - สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และล่าสุด เป็นกองกำลังหลักในการร่วมเคลื่อนไหวร่วมกับมวลมหาประชาชน กปปส. ที่ต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และกฎหมายนิรโทษกรรมตั้งแต่ช่วงวันแรกๆ จนถึงวันสุดท้ายที่มีการทำรัฐประหารโดย คสช.

          การสัมภาษณ์ สมณะโพธิรักษ์ ที่สำนักสันติอโศกครั้งนี้ มีการพูดคุยทั้งเรื่องปัญหาวงการพระสงฆ์ ที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกิจการพุทธศาสนาและกิจการคณะสงฆ์ โดยเฉพาะหลังเกิดกรณีทุจริตเงินทอนวัดที่มีพระเถระชั้นผู้ใหญ่ระดับอดีตกรรมการมหาเถรสมาคมเข้าไปเกี่ยวข้อง จนปัจจุบันมีการเสนอแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฯ ในเรื่องโครงสร้าง-ที่มาของกรรมการมหาเถรสมาคม ที่ล่าสุดที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติแก้ไข 3 วาระรวดเมื่อ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา รวมถึงประเด็นทางการเมืองที่สมณะโพธิรักษ์ย้ำว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คือนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดหลังประเทศไทยมีนายกฯ มา 29 คน รวมถึงบอกว่าพร้อมจะนำกองทัพธรรมออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองอีก หากมีรัฐบาลชุดไหนบริหารประเทศแบบสมัยยุคทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และย้ำว่า สันติอโศกเห็นว่าธรรมมะกับการเมืองแยกกันไม่ออก 

          เมื่อเริ่มต้นถามถึงปัญหาวงการพระสงฆ์ในปัจจุบัน ที่เกิดข่าวทางลบมากมาย เช่น ทุจริตเงินทอนวัด ปัญหาพระสงฆ์ประพฤติตนเสื่อมเสียจนเกิดคดีความ สมณะโพธิรักษ์ ออกตัวว่า อาตมาวิจารณ์แล้วมันจะแหลก คือมันเละเทะ เหลวไหล สูญเสียหมดเลย หากอยู่ในหลักพระธรรมวินัย เช่น ที่สำนักสันติอโศก นักบวชของชาวอโศกเป็นภิกษุ เราเรียกว่าสมณะ เขาไม่ให้เราเรียกว่าพระ ก็ไม่มีปัญหา เราก็เรียกฝ่ายเราว่าเป็นสมณะ เป็นนักบวชของศาสนาพุทธที่ถูกต้อง เพราะที่นี่ไม่มีสมณะหรือนักบวชหญิงของสันติอโศกที่เรียกว่า สิกขมาตุ ที่ถือศีล 10 ก็ไม่มีเงินไม่มีทองตลอดมา

...ที่มีคนถามว่ามีภิกษุวัดไหนบ้างที่ไม่มีเงินไม่มีทอง ไม่รับเงิน เราก็อยากตะโกนบอกว่าที่นี่โว้ย พระของสำนักสันติอโศกและภิกษุหญิง สิกขมาตุ ก็ไม่มีเงินเลย ตั้งแต่ต้นที่มีสำนักสันติอโศกมาจนถึงทุกวันนี้ ก็เป็นแบบนี้มาตลอด ทำตามพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า แล้วก็อยู่กันอย่างสบาย ไม่ได้มีเรื่องเดือดร้อนอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ที่จริงหากจะชำระสะสางกันจริงๆ จะแทบไม่มีเหลือเลย ในมหาเถรสมาคมตัวใหญ่ๆ น่ะตัวดี เอาไปเลย เอาไปซักกันให้ละเอียดๆ ว่าทำตามพระธรรมวินัยหรือไม่ ปาราชิกกันเกือบทั่วหน้า ใช้เงินผิดประเภท ปาราชิกแล้ว เขาให้เงินวัดมาไปใช้ แล้วก็มีการนำไปใช้ส่วนตัว ปาราชิกหมด อันนี้พูดโดยหลักพระธรรมวินัย ไม่ได้พูดใส่ความ

สมณะโพธิรักษ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมันเพี้ยนมานาน จนไม่รู้จะไปจับต้นแต่แรกว่ามันเริ่มผิดมาจากตรงไหน มันหมักหมม เพี้ยน จนกระทั่งมาถึงปัจจุบัน มันไม่ใช่เพี้ยนแล้ว หรือคำที่ว่า ”ผี” ไม่ใช่เพี้ยน เป็นศาสนาผีไปแล้ว ไม่ใช่ศาสนาเพี้ยน มันเลยจากเพี้ยนกลายเป็นศาสนาผีแล้ว มันไม่อยู่ในร่องในรอยของศาสนาพระผู้เป็นเจ้า ขออภัยที่พูดชัด พูดเต็มที่ ตามความเป็นจริงไม่ได้ใส่ความอะไร

-แต่ยุคปัจจุบันพระสงฆ์บอกว่าต้องใช้เงินใช้ทอง?

ก็สมณะที่สันติอโศกก็อยู่ยุคเดียวกัน ก็บวชกันมา 30-40 ปี ก็ไม่มีเงินก็ไม่เห็นเดือดร้อนอะไร ก็อยู่กันสบาย ก็ไม่เห็นเดือดร้อนอะไร ก็เป็นพระยุคเดียวกัน คุณไม่เหมาะสมที่จะมาบวช เพราะประพฤติไม่ได้ ก็อย่ามาบวช เพราะทำให้เสีย เมื่อทำให้ศาสนาเสียก็บาป

ถามย้ำปัญหาเงินทอนวัดที่มีพระเถระชั้นผู้ใหญ่เกี่ยวข้อง สมณะโพธิรักษ์แห่งสำนักสันติอโศก ย้ำว่า เรื่องนี้มันบานปลายไกลไปแล้ว อาตมาไม่อยากวิจารณ์ มันเหลวไหลเละเทะหมด วัดจริงๆ ไม่มีเงินส่วนตัวของภิกษุ มีผู้มาทำทาน มาบริจาค ก็มีไวยาวัจกร มีฆราวาสดูแล ที่นี่ก็มีเงินเข้าวัด ก็เข้าส่วนกลาง ก็มีฆราวาส ไวยาวัจกรดูแล ก็เข้ากองกลางหมด

-มีคนไปพูดว่าสันติอโศกสร้างภาพ?

สร้างภาพอะไร

-เช่นที่มีการเผยแพร่คลิปท่านจันทร์แห่งสันติอโศก เวลามีคนมาถวายเงิน แล้วไม่เอา ให้คืนกลับไป?

ก็เป็นภาพที่ดี ก็สร้างกันไปสิ มาว่าเขาทำดี ทำไม ภาพที่ดีก็สร้างไป ก็สร้างให้ตลอดชีวิต ดีไหมล่ะ คุณไม่รู้ใจเขา ว่าสร้างภาพมันเป็นภาษา แต่ใจจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น ใจจริงคือเขาเป็นเช่นนั้น แล้วเขาก็เอาเงินคืนไปจริงๆ เขาไม่ได้มาเล่นสร้างภาพ เขาทำจริง จริงใจ ประพฤติจริงทั้งกาย วาจา ใจ แล้วคุณไปใส่ความเขาว่าสร้างภาพ คุณน่ะบาป

สมณะโพธิรักษ์ กล่าวว่า ในสำนักสันติอโศกพวกค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบริหารจัดการ ก็มีไวยาวัจกรเขาดูแล เราไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไร สมณะที่สันติอโศกไม่ได้เดือดร้อนใจ ฆราวาสก็มีหน้าที่บริหารเงินทอง บริหารดูแลความเป็นอยู่ของวัดวาอาราม ที่พูดกันหนักหนาว่า ศาสนวัตถุ อะไรต่างๆ ที่มีค่าใช้จ่าย เขาก็ดูแลกันไป แล้วที่นี่ สันติอโศก พูดได้อย่างภาคภูมิใจ ไม่เคยจัดงานวัดอะไรเพื่อหาเงิน แล้วก็ไม่เคยเรี่ยไร

ใครจะนำเงินมาบริจาคมีหลักเกณฑ์ด้วย คือหากมาที่สำนักสันติอโศก ถ้ามาไม่ถึง 7 ครั้ง บริจาคไม่ได้ เป็นสิ่งที่ทำมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่ว่ามาครั้งแรกแล้วอยากจะบริจาค เราจะถามว่ามากี่ครั้งแล้ว เราบอกให้มาสัก 7 ครั้ง มาให้รู้ว่าสันติอโศกคืออะไร เป็นที่ปฏิบัติธรรม ซึ่งจะเลื่อมใสศรัทธาจนนำเงินมาบริจาคจริงหรือไม่ ให้มาสันติอโศก 7 ครั้งขึ้นไป หรือไม่เช่นนั้นก็อ่านหนังสือของสันติอโศก 70 เล่ม แล้วก็ถึงค่อยมาบริจาค

-คนมองว่าตอนนี้ศาสนาเสื่อมถอย?

มันเสื่อมมานานแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงขันชะเนาะ ปัดกวาดอะไรต่างๆ ให้มันดีขึ้น ก็อนุโมทนาสาธุด้วย แต่พระธรรมวินัย หลักเกณฑ์ต่างๆ ในพุทธศาสนาดีอยู่แล้ว แต่ทำให้เคร่งครัดขึ้น ก็ไม่ถึงกับต้องเต็มที่ แต่ทำให้มันดีขึ้น เท่าที่มันควรจะเป็นได้ก็เอาเถอะ ก็อนุโมทนาสาธุ

สมณะโพธิรักษ์ กล่าวแสดงความเห็นหลังถามถึงกรณีมีการเสนอแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ที่ให้แก้เรื่องโครงสร้างที่มาของมหาเถรสมาคมว่า ก็เป็นคณะที่เห็นว่าควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้ดีขึ้น ก็เป็นเรื่องของคนที่มีความรู้กัน จริงๆ แล้วอาตมาไม่ได้เดือดร้อนในเรื่องธรรมวินัยของชาวอโศก เพราะเราเดินตามหลักเกณฑ์ของพระพุทธเจ้าได้อย่างดีอยู่แล้ว แต่ทางด้านโน้นจะปรับปรุงให้ดีขึ้นก็ขออนุโมทนาสาธุ มันเสื่อมมากๆ มันผิดเพี้ยนไป ถ้าจะพูดให้ครบ ทุกวันนี้อาตมาก็พูดอยู่ แต่เขาไม่ฟังใคร เพราะเขาฟังแล้วเขาก็แย่ เพราะเข้าตัวเอง

 ที่มันหนัก ทุกวันนี้ศาสนาพุทธ ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นไตรสิกขา 3 อย่าง ไม่เหลือสักอย่าง ไม่มีศีล ก็ไม่มีสมาธิ ปัญญาก็ไม่มี ทุกวันนี้พระไพศาลที่เรียกว่าพระผู้เจริญแล้วที่เขาเลี้ยงไว้ด้วยศรัทธา เต็มไปด้วยเดรัจฉานวิชา ศีลไม่เหลือเลย ไม่มีสักข้อ เมื่อไม่มีศีลก็เลยมีแต่เดรัจฉานวิชา อย่างรดน้ำมนต์อะไรต่างๆ พวกนี้ มีการสวดมนต์ล้านรูป ก็จะอาบัติพร้อมกันล้านรูป

ไม่ต้องอะไรมากเรื่อง "เงิน" เพราะพระมีเงินไม่ได้ เพราะถ้ามีเงินอาบัติ ปลงไม่ตก จะต้องเอาเงินสละออกจากตัวเองทั้งหมด สละให้เป็นของคนอื่นทั้งหมดก่อนถึงจะปลงได้ แล้วพระไม่ได้เอาเงินออกเลย แล้วจะอาบัติอีกเท่าไหร่ แล้วจะปลงอาบัติสำเร็จหรือ ถ้าพระยังมีเงินอยู่ในส่วนตัวอีกก็ นิสสัคคิยปาจิตตีย์ตลอดกาล ก็เป็นพระไม่สะอาด ไม่บริสุทธิ์ แต่ยุคนี้ไม่ได้เลย แล้วมาบอกว่ายุคนี้ต้องมี อ้าวแล้วพวกเราสันติอโศกอยู่ยุคไหน แล้วทำไมพวกเราทำได้ ขนาดผู้หญิงมาบวช ถือศีล 10 ยังทำไม่ได้เลย มีไร่มีที่นาของตังเอง อาตมาให้สละออกหมดก่อนที่จะมาบวชที่สันติอโศก สละเป็นของคนอื่นออกหมด แล้วไม่ได้สละแต่ปาก แต่ต้องมีการเซ็นเอกสารทางนิตินัย ไม่ให้มีสมบัติติดตัว ทั้งสมณะและสิกขมาตุแล้วก็มาอยู่ด้วยกันดูแลกันแบบสังคมนักบวช ก็อยู่กันได้อย่างอยู่เย็นเป็นสุขมาร่วม 38 ปี

สมณะโพธิรักษ์ กล่าวว่า เห็นด้วยที่แต่ละฝ่ายจะต้องช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับวงการคณะสงฆ์ในเวลานี้ โดยบอกว่า พระพุทธเจ้าก็บอกว่าฆราวาสก็ต้องช่วย อย่างฆราวาสมีสิทธิ์บอยคอตศาสนา บอยคอตสงฆ์ มันเป็นการถ่วงดุลอยู่แล้ว แต่ฆราวาสก็ไม่รู้เรื่อง เพราะพระก็ไม่เคยสอน ไม่เคยสอนศาสนา ไม่เคยสอนธรรมะ สอนแต่จารีตประเพณีนอกรีต ศาสนาทุกวันนี้จึงมีแต่จารีตประเพณีอาศัยเท่านั้น ไม่มีธรรมะที่เป็นสัจธรรม ซึ่งเท่ากันกับสมัยโบราณที่ยังไม่มีศาสนา ก็มีหมอผี มีหัวหน้าเผ่าทำพิธีการทางด้านจิตวิญญาณเป็นจารีตประเพณีไปตามประสาเท่าเดิม เท่ากับหัวหน้าเผ่ายุคที่ยังไม่มีศาสนา อย่างหัวหน้าเผ่ามีหมอผีเป็นผู้ทำตามจารีตประเพณี แล้วพระท่านก็เป็นหมอผีรักษาตามจารีตประเพณีเท่านั้น   

ขออภัยที่อาตมาพูดชัดๆ ที่ใช้ภาษาใจความระบุพฤติกรรม เพราะมันเป็นอย่างนั้น แต่จะได้ไม่ขยายความมาก เพราะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ไม่ได้ไปใส่ความ

-ที่ฝ่ายบ้านเมืองที่ผ่านมาพยายามเข้าไปแก้ปัญหาวงการสงฆ์ เช่น การเข้าไปจัดการกับปัญหาธรรมกาย การดำเนินคดีกับธัมมชโย และพระที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด ที่ผ่านมาดูแล้วเป็นอย่างไร?

ก็ดีขึ้น แต่ก็ยังน้อยไป แต่ก็ทำให้ดีขึ้น เพราะหากปล่อยปละละเลยจะยิ่งไปกันใหญ่ ก็ดีแล้ว แต่ยังไม่พอ ยังหรอก ก็ดีกว่าไม่ทำ

-ปัญหาในวงการยังมีมากกว่านี้?

โอ้โห เพราะอย่างนั้นอาตมาถึงได้ประกาศแยก เรียกว่า นานาสังวาสจากมหาเถรสมาคม เพราะอาตมาไม่มีสิทธิ์ทำอะไรได้ ไม่มีสิทธิ์ไปแก้ไข ตั้งแต่อาตมาประกาศแยกตัวจากพระสงฆ์ อาตมาเห็นแล้วว่ามันยาก ท่านเหมือนบริษัทใหญ่ เราทอดปาท่องโก๋กันแล้วท่านเป็นบริษัทใหญ่ เอาสูตรของพระพุทธเจ้ามาทอดปาท่องโก๋ให้คนกิน ท้องอืด ท้องเสีย กันไปเยอะ ผิดสูตรของพระพุทธเจ้า อาตมาก็เลยมาขอตั้งร้านเล็กๆ อยู่ข้างทาง อาตมาประกาศแบบนี้ต่อหน้าพระสงฆ์ ตอนที่ประกาศนานาสังวาส เพราะอาตมามั่นใจว่านี่คือสูตรของพระพุทธเจ้าจริงๆ ถ้าสูตรที่ทำแล้วดี ทำให้คนที่ได้อาศัยใช้กิน ไม่ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ไม่เป็นโรคเป็นภัยเสียชีวิต เขาเจริญงอกงาม เขาก็อุดหนุนร้านอาตมาอยู่ต่อไปได้ แต่ถ้าร้านของอาตมาไม่ใช่สูตรที่ดี สูตรของท่านถูกต้อง ของเราก็ร้านเล็กๆ ทำไปไม่นานก็ตาย ไปไม่รอด อาตมาก็ประกาศแบบนี้ ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ได้ เพราะมีประชาชนอุดหนุน เพราะหายโรคหายภัย หายทุกข์หายโศก

ตอนทำนานาสังวาสเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2518 มหาเถรสมาคมก็รับรองว่าอาตมาประกาศนานาสังวาสสำเร็จ วันร้ายคืนร้าย ปี 2532 มหาเถรสมาคมรวมตัวกันทั้งธรรมยุตและมหานิกายรวมตัวกัน เอาเรื่องอาตมาเข้าทำอธิกรณ์ ซึ่งทำไม่ได้ผิดหลักพระธรรมวินัย แต่เขามีอำนาจใหญ่ เขาก็ถือว่าเขาทำถูก ก็ครอบงำประชาชน ปิดหูปิดตาประชาชน เอาอำนาจบาตรใหญ่มาย่ำยีอาตมา แต่อาตมาก็ทน แก้ไขไปตามเรื่องตามราว เรื่องนี้อาตมาไม่ได้ผิด แต่อาตมาแพ้อำนาจบาตรใหญ่ เราเอาพระธรรมวินัยไปพูดไปกางให้เห็นอย่างไรเขาก็ไม่ฟัง

สำหรับทัศนะต่อการแก้ปัญหาวงการพระสงฆ์ นอกจากกรณีการแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์เพื่อปรับปรุงโครงสร้างที่มาของมหาเถรสมาคมแล้ว สมณะโพธิรักษ์ กล่าวว่า อาตมาเห็นว่าเขาจะทำก็ดีอยู่แล้ว แต่หากจะทำให้สมบูรณ์ อาตมาว่ามันเกินมือ เกินที่จะทำได้สำเร็จ พูดชัดๆ ง่ายๆ ก็คือ ให้สะอาดแบบชาวอโศก แก้ธรรมวินัยให้ได้อย่างชาวอโศก เป็นไปไม่ได้หรอกที่รัฐบาลจะทำอย่างไรก็คงเป็นไปไม่ได้ ยิ่งคณะสงฆ์เองก็ยิ่งไม่มีปัญญาจะไปแก้ แล้วรัฐบาลอาจจะไปช่วยบ้าง ออกกฎหมายมาบังคับบ้าง ก็คงจะดีขึ้น อาตมาพัฒนาขึ้นมา ก็ยากเหมือนกัน มันยึดมั่นถือมั่นกันไปแล้ว พูดไปก็ไม่เข้าใจ แล้วเขาก็ยึดกันเป็นสถาบันแน่นหนา แต่ว่าแม้จะยาก แต่ก็ต้องทำ ก็จะทำต่อไปจนตาย แล้วอาตมาไม่ตายง่าย ก็จะทำต่อไปอีก เพื่อจะปรับปรุงแก้ไขให้ได้มากที่สุด

-หลังเกิดกรณีเรื่องธรรมกาย รวมถึงกรณีการสอบสวนทุจริตเงินทอนวัด ทำให้ชาวพุทธได้ตื่นรู้มากขึ้นหรือไม่?

แน่นอน ตื่นตัวขึ้นบ้างก็ดี ดีกว่าไม่ทำ ทำบ้างก็ดีแล้ว ทำให้จริง ให้ได้ผล จัดการให้ดีๆ ทำให้ชัดเจนตามพระธรรมวินัยเลย พระอย่าให้มีเงินมีทอง.

                                              โดย วรพล กิตติรัตวรางกูร

 

***********************

 

ทำไมสันติอโศก ร่วมม็อบการเมืองนายกฯ ไทย 29 คน 'บิ๊กตู่' ดีที่สุด 

            สมณะโพธิรักษ์ แห่งสำนักสันติอโศก ที่เคยร่วมปักหลักชุมนุมทางการเมืองมาแล้วหลายครั้งหลายหน และทุกครั้งก็จะอยู่จนภารกิจเสร็จสิ้นหรือมีการประกาศยุติการชุมนุม ได้กล่าวถึงจุดยืนและแนวทางของสำนักสันติอโศกกับการเมืองไว้ว่า สันติอโศกไม่เคยพูดว่าการเมืองกับธรรมะแยกจากกัน  บอกว่าธรรมะกับการเมืองอันเดียวกัน เพราะธรรมะ ทำกับมนุษย์ ทำกับสังคม การเมืองก็ทำกับมนุษย์และสังคม จุดมุ่งหมายอันเดียวกัน คือให้เป็นคนดี ตามกฎหมาย และหลักเกณฑ์ของธรรมวินัย ก็จุดหมายเดียวกัน แล้วจะไปแยกกันตรงไหน

ถ้าคนที่ดีตามหลักเกณฑ์เช่นทางโลก ทางประเทศชาติ ก็มีกฎหมายเป็นหลัก ก็ทำให้ถูกตามกฎเกณฑ์นั้น ทางธรรมะก็มีหลักของพระพุทธเจ้า ก็ทำให้ถูกตามนั้น มันก็เจริญทั้งคู่ เพราะไปสู่จุดเดียวกัน ก็คือดีขึ้นทั้งคู่

-เหตุใดสำนักสันติอโศก กองทัพธรรม จึงออกไปร่วมชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายครั้ง อย่างช่วงหลังก็ตั้งแต่ยุคปี 2549 ยุครัฐบาลทักษิณ และปี 2556 ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ?

เป็นเพราะเราเป็นคนมีปัญญา เป็นปัญญาชน มีสัมปชัญญะ เมื่อรัฐบาลที่บริหารปกครองเลว จนประชาชนออกมาประท้วงไล่รัฐบาล เราก็เห็นด้วย เราก็ออกไปไล่ด้วย ผิดตรงไหน แล้วเราก็ไปช่วยกันไล่จนสำเร็จ ไล่ไปแล้วก็ดีขึ้นใช่หรือไม่ แม้ฝ่ายเขาจะพยายามไม่ยอม มีความพยายามสร้างรัฐบาลนอมินีขึ้นมา 2-3 รัฐบาล แต่เราก็ไม่ยอม ก็ไล่ไปจนหมด

-แต่เรื่องนี้คนบอกว่าไม่ใช่วัตรปฏิบัติของสงฆ์?

อันนั้นคนโง่พูดกัน สงฆ์ก็คือประชาชน สงฆ์ก็คือมนุษย์ มนุษย์ที่อยู่ในสังคม เมื่อสังคมเดือดร้อนก็ต้องช่วยสังคม มันผิดตรงไหน ไปแบ่งกันว่าธรรมะไม่ใช่เรื่องของการเมือง ไม่ใช่เรื่องของสังคมมนุษย์  ทั้งที่การเมืองคืองานของพลเมือง แล้วเราเกิดมาอยู่บนประเทศนี้ แล้วเราไม่ใช่พลเมืองของประเทศนี้หรือ ในเมื่อการเมืองของประเทศที่พลเมืองเขาทำ เราก็ไปร่วมกับสิ่งที่พลเมืองเขาทำ มันไม่ได้ผิดอะไร

ถามอีกว่าโดยหลักแล้วผู้ที่ออกบวชต้องมุ่งสู่นิพพาน สมณะโพธิรักษ์ กล่าวตอบว่า นี่แหละนิพพาน นิพพานที่เข้าใจกันไปว่าต้องหนีจากสังคม ไปนั่งหลับหูหลับตา นั่นไม่ใช่นิพพาน อันนั้นมัน  "พาล" แล้วก็โง่ มันไม่ใช่พุทธศาสนา ไม่ใช่ "นิพพาน" อันนี้แหละนิพพาน นิพพานไม่ได้หมายความว่า ออกไปหลับหูหลับตา ไปสะกดจิตอย่างเดียว อันนั้นมันพวกเดียรถีย์ลัทธิอื่น ศาสนาอื่น มันเป็นพวกนอกรีตของพุทธ ธรรมะกับการเมืองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

-หมายถึงหากฝ่ายบ้านเมืองทำตัวมีปัญหา มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน?

ต้องดูว่าทุจริตจริงไหม หากทุจริตจริงก็ต้องไปช่วยไม่ให้ทุจริต แต่จะไปช่วยเขาได้เราต้องสุจริตก่อน แล้วก็เข้าไปช่วยแก้ไข อย่าให้ทุจริตเหมือนกับที่เราออกไปทำ อะไรที่มันผิดไม่ถูกต้อง เราก็ประท้วงด้วยความสงบ ไม่มีอาวุธ กฎหมายโลกสากลก็ไม่ผิด ทำหน้าที่ก็ถูกต้อง เราเป็นประชาชน  หน้าที่ประชาชนต้องดูแลประเทศชาติ กฎหมายก็มี รัฐธรรมนูญก็บอก เราก็ทำตามรัฐธรรมนูญ เราก็ออกไปประท้วง ก็ทำถูกต้องทุกอย่างตามหลักเกณฑ์ของประเทศ คนโง่เท่านั้นที่เอาแต่พูดว่าธรรมะอย่าไปยุ่งกับการเมือง คนโง่พูด

-คนพูดกันว่าทำไมสมณะโพธิรักษ์ถึงออกมาเคลื่อนไหวการเมือง?

ก็ปล่อยเขาไปสิ คนโง่จะไปถือสาทำไม คนโง่ คนบ้า คนไม่เดียงสา พวกนี้อย่าไปถือสา หากไปถือสาเราก็ตาย เป็นเรื่องที่เขาเป็นอย่างนั้น เราก็ทำอย่างที่เราเป็นผู้ใหญ่ แล้วเราก็ไม่ได้โง่ ไม่ได้บ้า เราก็ชัดเจนแล้วก็ออกไปทำตามสิ่งที่ถูกต้อง มันไม่เสียหรอก

-การร่วมชุมนุมสองครั้งก่อนหน้านี้ เหมือนกับว่าสันติอโศกไม่เอากับฝ่ายทักษิณ ฝ่ายยิ่งลักษณ์?

ไม่เอา ถึงได้ไปประท้วงไปไล่ ไล่เสร็จแล้ว จนกระทั่งตอนนี้เข้าประเทศไม่ได้ ก็ดีแล้ว ก็สำเร็จแล้ว  แล้วที่ออกไปไล่ก็ไม่ได้ไล่อย่างป่าเถื่อน แต่ไล่อย่างมีหลักเกณฑ์ ไล่อย่างผู้ดี มีความสงบ ไม่ได้ใช้อาวุธ ไม่ได้ใช้อะไรเลย แต่ทำโดยสงบและใช้หลักความจริง ไปบอกว่าคุณทำผิดแบบนี้ หากแก้ไขอยู่ได้ หากแก้ไขอยู่ไม่ได้ต้องออกไป อย่ามาเป็นคนไทย อย่ามาอยู่ประเทศไทย สุดท้ายเราก็ทำสำเร็จ เขาก็ต้องออกไปจากประเทศไทย การออกไปร่วมชุมนุมก็ตัดสินใจไม่นาน ก็ออกไปทำเพราะก็เป็นหน้าที่ของประชาชน

ถามว่าหากในอนาคตมีรัฐบาลที่ทำแบบที่ผ่านมาสองครั้ง พร้อมจะออกมาเคลื่อนไหวไล่อีกหรือไม่  สมณะโพธิรักษ์ ตอบทันที เอาเลย ถ้ามาทำโง่ๆ ผิดๆ ชั่วๆ อย่างรัฐบาลทักษิณ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ออกไปอีก แต่อย่าไปพูดเลย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เขาคงไม่คิดทำหรอก เขารู้ดีอยู่แล้ว เขาไม่ทำ แต่หากใครมาทำแบบทักษิณ ยิ่งลักษณ์ ก็ออกเลย

สำหรับกรณีเสียงวิจารณ์รัฐบาล คสช.ว่าเป็นรัฐบาลเผด็จการ สื่อต่างประเทศก็บอกว่าเป็น "สฤษดิ์น้อย" ประเด็นนี้ สมณะโพธิรักษ์ กล่าวไว้ว่าเป็นการใส่ความ พวก fake หาเรื่องใส่ความผิดๆ เป็น  fake news มาดิสเครดิต เป็นธรรมชาติของคนที่ต้องการหาเรื่อง มาบอกว่านายกฯ ประยุทธ์ที่รัฐประหารเป็นเผด็จการ เป็นการใส่ความ แล้วไปตีข่าวเป็น fake news เป็นเรื่องเสียหายไม่ถูกต้อง เพราะพลเอกประยุทธ์ไม่ได้รัฐประหาร แต่ "รัฐ" ทางประชาชนได้ประหารมาแล้ว ไม่ใช่รัฐประหาร แต่ประชาชนประหารมาแล้ว ทั้งรัฐบาลทักษิณ รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช, รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สำเร็จแล้ว ก็ต้องมีผู้มาดูแล มาทำหน้าที่สถานะผู้รักษาความมั่นคงของชาติ ตอนนั้น นายกฯ ที่เป็นทหารก็เข้ามาแล้วขอใช้อำนาจนี้ เพราะตอนนั้นรัฐบาลหมดอำนาจแล้ว ก็ต้องมีผู้มาดูแลบริหารใช้อำนาจรัฐ เป็นอำนาจของรัฐบาล มาดูแลประเทศชาติ มันต้องมี

"เขาทำถูกต้องแล้ว ไม่ได้มาใช้อาวุธข่มขู่ ไม่ได้ใช้รถถังอะไรออกมาเลย ไปพูดกันไม่ได้ดูสาระ ดูปรากฏการณ์ความจริง ประชาชนเขาไปปฏิวัติ ไปประหารรัฐบาลนั้น จบหมด จนหมดอำนาจ แล้วเขาก็ขอเข้ามาทำงานเชื่อมต่อจากที่ประชาชนทำเสร็จ ก็ต้องมีคณะ หัวหน้าคณะ พลเอกประยุทธ์ก็เข้ามารับมาทำตำแหน่งนี้ แล้วประชาชนก็เห็นดีด้วย ไม่มีการขัดแย้ง ไม่มีการต่อต้าน"

...ก็มีแต่พวกที่เสียอำนาจออกมาเย้วๆ เป็นปากหอยปากปู เห็นได้จากผลโพลต่างๆ ก็บอกว่าเป็นพลเอกประยุทธ์ แล้วบริหารมา 4 ปีทุกอย่างก็ดีขึ้นทั้งนั้น ธรรมะยังดีขึ้นเลย เศรษฐกิจก็ดีขึ้น แล้วจะเอายังไงกันอีก

“อาตมาเกิดปี พ.ศ. 2477 ประชาธิปไตยเริ่มต้นเกิดขึ้นปี 2475 ก็มีรัฐบาลต่างๆ เช่น จอมพลแปลก พิบูลสงคราม จนมาถึงยุคนี้ เรามีนายกรัฐมนตรีมา 29 คน พูดตรงๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก นายกฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ของประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ได้ดีที่สุดใน 29 คน ตามภูมิตามความรู้ของอาตมาที่ได้เห็นความจริง"

..แล้วอาตมาก็เข้าใจว่าประชาธิปไตยคืออะไรที่เป็นความรู้ซึ่งได้มาจากพระพุทธเจ้า เนื้อแท้ของประชาธิปไตยคืออิสระ และไม่มีอัตตา และต้องมีความรู้ทางจิตวิญญาณ

-แต่สิ่งที่กลุ่มต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวช่วงก่อน คสช.เข้ามา ที่ชูธงเรื่องการปฏิรูปประเทศ  แต่สี่ปีกว่า คสช.ก็ถูกวิจารณ์ว่าหลายเรื่องไม่มีความคืบหน้าในเรื่องการปฏิรูป เช่น การปฏิรูปการศึกษา กระบวนการยุติธรรม?

เพราะมันหมักหมมมาในทุกด้าน ด้านที่เขาทำได้ มีการพัฒนาไปตามลำดับก็มีได้อยู่ แต่คนที่ต้องการจะดิสเครดิต ต้องการพูดข่ม ก็ออกมาพูดข่มซ้ำซากอยู่อย่างนั้น ทั้งที่เขาทำเจริญขึ้น เพราะฉะนั้นเอาอย่างนี้ไหม ปล่อยให้พลเอกประยุทธ์บริหารประเทศไปอีก 10 ปี คุณจะเห็นความแตกต่าง คุณจดบันทึกไว้เลยสถิติประเทศไทย ความเจริญในตอนนี้ แล้วอีก 10 ปีข้างหน้านำมาเปรียบเทียบกันเลย ถ้าไม่เจริญก้าวหน้าอาตมาให้ตัดคอ อาตมากล้ารับประกัน

สมณะโพธิรักษ์ กล่าวตอบหลังถามถึงเสียงวิจารณ์ว่า รัฐบาลชุดนี้ถูกมองว่าทำงานแล้วมีแต่คนรวย นายทุนได้ประโยชน์มากกว่า คนจนไม่ค่อยได้อะไร โดยบอกว่าก็เป็นเรื่องที่มองกันไปอย่างนั้น เป็นประเด็นที่หมายไปแบบนั้น คือควรช่วยเหลือคนจน ไม่ใช่ช่วยคนรวย ที่ก็ถูก คนรวยเขาก็รวยอยู่แล้วจะไปช่วยทำไม นายกฯ ประยุทธ์ก็ไม่ได้หมายจะไปช่วยคนรวย แต่โครงสร้างของคนรวยเป็นค่ายกลที่เขาทำไว้แล้ว มันก็ดำเนินบทบาทไป นายกฯ ประยุทธ์จะไปหักด้ามพร้าด้วยเข่า เราไม่ได้เป็นคอมมิวนิสต์ที่จะไปยึดอำนาจแล้วจับนายทุนมา

      -เป็นสฤษดิ์น้อย?

TIME สื่อของอเมริกาไปใส่ความ เพราะอเมริกานึกว่าตัวเองเป็นเจ้าประชาธิปไตย แล้วก็มองคนอื่นว่าเป็นนักเผด็จการ อาตมาพูดได้เลยว่า โดนัลด์ ทรัมป์ กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตัวพลเอกประยุทธ์เป็นนักประชาธิปไตยกว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวทรัมป์เป็นเผด็จการกว่าพลเอกประยุทธ์ ไทมส์ควรแก้ข่าวเสียเพราะผู้บริหารประเทศตัวเองเป็นเผด็จการยิ่งกว่า พลเอกประยุทธ์อันนี้อาตมาพูดเรื่องจริง ไปดูตามเนื้อผ้า ไม่ใช่ว่ามาหาเรื่อง เขาเป็นอย่างนั้นจริงๆ

ถามแย้งว่าแต่ตอนนี้เศรษฐกิจประเทศไม่ค่อยดี เช่นหุ้นตก สมณะโพธิรักษ์ มองว่าหุ้นตกเป็นเรื่องของพวกขี้หมา เป็นเรื่องของพวกอำนาจทุนนิยม เป็นเรื่องค่ายกลของนายทุน อย่าเอาเรื่องพวกนี้มาวัด เศรษฐกิจที่เข้าใจกันว่าประชาชนทุกคนในประเทศต้องรวย เป็นความรู้ตื้นเขินที่ผิด อย่างประเทศเราค่าเฉลี่ยจะมีคนจนมากกว่าคนรวย หากนำประเทศไปเทียบกับประเทศอื่น ก็จะมีทรัพย์สินที่จนกว่าประเทศอื่น แต่เรามีข้าว มีน้ำ มีอาหารการกินที่เป็นปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิตที่อุดมสมบูรณ์ คนมีน้ำใจ สิ่งนี้คือเครื่องชี้เศรษฐกิจเราเจริญ เป็นสังคมที่เจริญ ไม่จำเป็นต้องรวย การรวยไม่ได้บ่งชี้ว่าสังคมเจริญ

เมื่อถามกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. แกนนำผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทยไปพบท่านสมณะโพธิรักษ์ ที่สำนักสันติอโศก จังหวัดอุบลราชธานีตอนเริ่มตั้งพรรคใหม่ๆ ได้มีการพูดคุยอะไรกันหรือไม่ สมณะโพธิรักษ์ กล่าวว่าก็ต้องไปถามคุณสุเทพ มาถามผิดคน  แต่เขาก็ต้องมีเป้าหมายที่มาหาอาตมา เพราะอาตมาไม่ได้ไปหาคุณสุเทพ แต่อาตมาก็พอตอบได้ ก็คือ ไม่มีอะไร คุณสุเทพก็ไปในฐานะคนที่พอจะเคารพนับถือ ก็มาเยี่ยมเยียน

-เห็นเขากำลังตั้งพรรคการเมือง?

ก็ตั้งพรรคแล้วมาเกี่ยวอะไรกับอาตมา มาหาเรื่องให้อาตมา อาตมาไม่ได้ไปเกี่ยวอะไรกับเรื่องการตั้งพรรคการเมือง

ถามปิดท้ายว่ามองโอกาสที่พลเอกประยุทธ์จะกลับมาเป็นนายกฯ รอบสองเป็นไปได้หรือไม่ สมณะโพธิรักษ์ ย้ำว่าอาตมาว่าคนไทยเข้าใจอะไรดี นายกฯ ประยุทธ์จะกลับมาหรือไม่กลับมาก็คนไทย แต่ก็มีคนพยายามจะดิสเครดิตนายกฯ ประยุทธ์ อย่างลงไปหาประชาชนตามที่ต่างๆ ก็ไปบอกว่าไปหาเสียง ไปทำประชานิยม คือมันจะหาเรื่องได้ทุกแง่ทุกมุม ประชดประชัน โดยที่เขาไปทำงาน ไปทำตามหน้าที่  ไปใส่ความต่างๆ ว่าช่วยคนรวย ไม่ได้ช่วย อาตมาไม่ได้เห็นว่านายกฯ ประยุทธ์จะไปช่วยคนรวยอะไร.

 


"วัคซีนไฟเซอร์" จากอเมริกา "มหามิตร" บริจาค มาถึงไทยแล้ว จะ ๑.๕ ล้าน หรือ ๒.๕ ล้านโดส ก็ช่างเถอะ ยังไงๆ ก็ต้องขอบใจเขา

ตลกเทพของ "ป๋าเทพ"
เหรียญทองที่เหนือทอง
“พระผู้เพียรเพื่อพสกสุข”
มิติสะท้อน"น้องเทนนิส"
"น้องเทนนิส"ของคนไทย
"กฎหมายกับกองโจร"