ทูตจีนขอบคุณไทย สั่งเร่งหาผู้สูญหาย


เพิ่มเพื่อน    

  คณะเอกอัครราชทูตจีนลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ค้นหานักท่องเที่ยวจีนที่เสียชีวิตจากเหตุเรือล่มทะเลภูเก็ต ขอบคุณรัฐบาลไทย เผยรัฐบาลจีนพร้อมให้ความช่วยเหลือค้นหาผู้สูญหายเต็มที่ ล่าสุดพบแล้ว 56 ศพ ผอ.รพ.วชิระภูเก็ตขอบริจาคตู้คอนเทนเนอร์เย็นอุณหภูมิลบ 4 องศาเซลเซียส เพราะที่มีอยู่บนเกาะภูเก็ตนั้นไม่พอ ขณะที่มีรายงานพบศพเข้ามาอีกเรื่อยๆ 

    เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์เรือล่มกลางทะเลภูเก็ตอย่างสุดซึ้ง โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอย่างดีที่สุด ทั้งการอำนวยความสะดวกแก่ญาติและจัดการเรื่องศพให้เรียบร้อย พร้อมทั้งได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศออกหนังสือแสดงความเสียใจไปยังประเทศบ้านเกิดของผู้เสียชีวิตด้วยแล้ว
    โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังได้กำชับให้ดูแลผู้บาดเจ็บทุกราย และระดมสรรพกำลังความร่วมมือทั้งด้านบุคลากรและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อค้นหาผู้สูญหายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยย้ำว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศ จึงขอให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุว่าเกิดจากอะไร และใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบบ้าง
    พล.ท.สรรเสริญกล่าวด้วยว่า สำหรับแนวทางการปฏิบัตินับจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้จังหวัดภูเก็ตจัดตั้งศูนย์อำนวยการประสานงานค้นหาผู้สูญหายและประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร โดยขอให้แบ่งสัดส่วนพื้นที่การทำงานของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือสื่อมวลชนให้ชัดเจน และจัดให้มีการแถลงข่าวเป็นวงรอบโดยให้ ผวจ.ภูเก็ตเป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารมีความเป็นเอกภาพ เช่น ตัวเลขผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ หรือสูญหาย และการช่วยเหลือของภาครัฐ และบริษัทนำเที่ยว เป็นต้น
    "นายกฯ ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนทุกแขนง ไม่นำเสนอภาพผู้เสียชีวิต เพื่อให้เป็นไปตามหลักสากลและสิทธิมนุษยชน รวมทั้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและหน่วยกู้ภัยที่เข้าปฏิบัติงาน งดเว้นการถ่ายรูปผู้เสียชีวิตด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือแล้วส่งให้คนรู้จัก เพราะท้ายที่สุดภาพดังกล่าวอาจหลุดรอดเผยแพร่ออกไปโดยไม่ทันระวัง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศไทย" พล.ท.สรรเสริญกล่าว
ทูตจีนลงพื้นที่
     วันเดียวกันนี้ นายหลู่ว เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะเดินทางตรวจเยี่ยมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่มจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และประชุมรับฟังบรรยายสรุปการวางแผนค้นหาช่วยเหลือกู้ภัย ร่วมกับนายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์ความคืบหน้าการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเรือล่ม
    นายหลู่วกล่าวว่า การค้นหาช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่มครั้งนี้ ทางรัฐบาลไทยให้ความสำคัญการจัดการนี้ ทางประธานาธิบดีจีนขอให้ค้นหาผู้สูญหายให้พบตัวให้ได้อย่างเต็มที่ ให้เยียวยาดูแลให้เต็มที่ ให้ดูแลญาติผู้ประสบภัยที่ตอนนี้ทางญาติเดินทางมาถึงภูเก็ต
    นอกจากนี้ ทางการจีนทราบว่านายกรัฐมนตรีไทยให้ความสำคัญเช่นเดียวกับผู้นำจีน ในการใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ในการค้นหารอบด้านอย่างเร่งด่วน ทางรัฐบาลจีนได้ส่งทีมงานจากจีนมาที่ภูเก็ตร่วมกับทูตจีน กงสุลใหญ่จีน เพื่อให้การจัดการนี้ให้รอบด้านและราบรื่นทุกอย่าง
    ขั้นตอนต่อไปทางการจีนจะร่วมมือประสานงานร่วมกับไทยทุกด้าน ที่จัดการเหตุครั้งนี้ให้เร็วมากที่สุด ขั้นตอนเร่งด่วนต้องหาทุกวิถีทางในการค้นหาผู้สูญหายในเวลาเร็วมากที่สุด ต้องจัดการและเยียวยาดูแลญาติผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บที่ภูเก็ต ในการเตรียมสถานที่ บุคคล ดำเนินการ
    นายหลู่วบอกว่า ทางการจีนขอชื่นชมและขอบคุณ ทุกอย่างที่รัฐบาลไทยและจังหวัดภูเก็ตที่ให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจีนที่ประสบเหตุครั้งนี้ ทางการจีนยินดีเสนอความช่วยเหลือทุกด้านในการค้นหาผู้สูญหาย ได้ส่งทีมช่วยเหลือค้นหาผู้ประสบภัยจำนวน 2 ทีมมาถึงภูเก็ตแล้ว ขั้นตอนต่อไปทางทีมงานของทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันประสานงานในทุกด้านที่จะให้คำสั่งของผู้นำจีน  ไทย ให้เป็นรูปธรรมมากที่สุด และจัดการให้ราบรื่นในทุกอย่าง หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้สื่อมวลชนทราบต่อไป
    จากนี้จะเดินทางไปตรวจดูจุดเกิดเหตุเรือล่ม ห่างจากท่ารืออ่าวฉลอง  7 ไมล์ทะเล, ห่างจากเกาะเฮ 2 ไมล์ทะเล, ห่างจากเกาะราชา 5 ไมล์ทะเล และห่างจากเกาะไข่ 11 ไมล์ทะเล
เร่งค้นหาผู้สูญหาย
    ด้านนายนรภัทรกล่าวว่า เอกอัครราชทูตจีนมีความห่วงใยการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทางจังหวัดได้รายงานความคืบหน้าการค้นหาผู้ที่สูญหายอยู่จำนวน 23 คน ดำเนินการตั้งแต่เช้าที่ผ่านมา ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ระดมกำลังค้นหากู้ชีพภู้ภัย และทางการจีนให้การสนับสนุนส่งหน่วยกู้ภัยมาจำนวน 2 หน่วย ขอขอบคุณทางรัฐบาลจีนเป็นอย่างสูง คาดว่าวันนี้การดำเนินการน่าจะบรรลุเป้าหมาย ทางจังหวัดภูเก็ตขอขอบคุณท่านเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเป็นอย่างสูง อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลจากเรือหลวงเจ้าพระยารายงานว่าพบศพจำนวน 5 รายบริเวณจุดเรือจม 
    นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่จะมีการตั้งคณะทำงานฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือญาติ ครอบครัว และผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ประสบภัยเหตุเรือล่ม โดยมีการออกประกาศสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ให้ข้อมูลและช่องทางการติดต่อ รวมถึงสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครเซี่ยงไฮ้ ผ่านเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตได้โดยตรง และยังตั้งหมายเลขโทรศัพท์สายด่วนตลอด 24 ชั่วโมง
         ส่วนการดำเนินการด้านวีซ่าและการยื่นขอทำวีซ่า เมื่อเดินทางถึงไทยนั้น สถานเอกอัครราชทูตไทยเปิดช่องทางอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าสำหรับญาติและครอบครัวผู้ประสบภัยทุกวัน ไม่เว้นวันเสาร์และอาทิตย์ ซึ่งเป็นวีซ่าประเภทเร่งด่วน สามารถรอรับเพื่อเดินทางได้ทันที   มีการประสานกับสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ตไว้แล้ว ที่จะมีการตั้งจุดอำนวยความสะดวกแก่ญาติและครอบครัวผู้ประสบภัยเมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยานภูเก็ต
    ขณะที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต,  สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต, สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ และสมาคมโรงแรมหาดป่าตอง ร่วมมือกันในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจีนและญาติของนักท่องเที่ยวจีนที่ต้องการที่พักก่อนเดินทางกลับในช่วงวันที่ 7-14 กรกฎาคม โดยให้นักท่องเที่ยวหรือญาติของนักท่องเที่ยวสามารถแจ้งความประสงค์ในการพักได้ที่ศูนย์ประสานงาน ดังนี้
         1.สถานกงสุลประเทศจีน ประจำจังหวัดภูเก็ต 2. ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ท่าอากาศยานจังหวัดภูเก็ต (เคาน์เตอร์สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ท่าอากาศยานจังหวัดภูเก็ต ในประเทศ) เบอร์โทร. 08-1677-7914, 0-7635-2363
       ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวและญาติของนักท่องเที่ยวสามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ศูนย์ประสานงานดังกล่าว และทางศูนย์ประสานงานจะดำเนินการติดต่อมายังสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ เพื่อทำการจัดการที่พักตามลำดับต่อไป
กรมเจ้าท่าห้ามเรือออก
     นายสุรัฐ ศิริไสยาสน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ออกประกาศสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ฉบับที่ 19/2561 เรื่อง ให้เรือทุกลำงดออกจากท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง โดยเด็ดขาด ในวันที่ 7 กรกฎาคม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศูนย์บัญชาการเหตุช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่ม จังหวัดภูเก็ต
กองพิสูจน์หลักฐาน 
    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลผู้เสียชีวิตแล้วเสร็จ 17 ราย พร้อมส่งให้ญาติและครอบครัวรับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี โดยท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตตั้งศูนย์ประสานงาน 2 จุด ที่ฝั่งขาเข้าในประเทศ และขาเข้าต่างประเทศ อำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต โดยจะมีล่ามประกบ 1 ต่อ 1
    ขณะที่กรมเจ้าท่ารายงานความคืบหน้ากรณีการกู้เรือทั้งสองลำ ในวันที่ 7 ก.ค.นี้ ดำเนินการลากเรือเซเรนาต้ามาผูกทุ่นไว้เป็นการชั่วคราว บริเวณท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต เพื่อรอการเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่เหมาะสมในการยกลำเรือขึ้นพ้นน้ำ โดยมีเรือตรวจการณ์เจ้าท่า 193 คอยอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในระหว่างปฏิบัติการเคลื่อนย้าย ในส่วนเรือฟีนิกซ์ ทัพเรือภาคที่ 3 อยู่ระหว่างลำเลียงอุปกรณ์ในการยกเรือขึ้นสู่ผิวน้ำ
        อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุเรือล่ม จังหวัดภูเก็ต ล่าสุด พบมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 41 ราย และยังไม่พบอีก 15 สำหรับการค้นหาผู้ประสบภัยยังคงดำเนินการค้นหาอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางอากาศ บนผิวน้ำ และใต้น้ำ
        ในส่วนของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจังหวัดภูเก็ต มีแผนการปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยผู้สูญหาย โดยการบูรณการร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน การค้นหาและกู้ภัยใช้เรือจำนวน 17 ลำ,  อากาศยาน 6 ลำ และนักประดาน้ำ 70 คน ซึ่งได้เตรียมความพร้อมรถพยาบาลฉุกเฉินและรถเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตบริเวณอ่าวฉลอง และฐานทัพเรือภาคที่ 3 แหลมพันวา
         นอกจากนี้ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ได้ประสานคลังน้ำมันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต ขอความร่วมมือสนับสนุนในการเตรียมทุ่นกักน้ำมันและสารลดแรงตึงผิวสำหรับขจัดคราบน้ำมัน เพื่อป้องกันกรณีเกิดคราบน้ำมันที่อาจรั่วไหลจากเรือฟีนิกซ์  และได้ประสานทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง   เพื่อดูผลกระทบต่อแนวปะการังและพื้นที่คุ้มครองและอนุรักษ์บริเวณใกล้เคียง
เจ้าของเรือเผยมีประกัน
         ทั้งนี้ ทันทีที่เรือทั้งสองลำถูกกู้ขึ้นสู่ผิวน้ำ กรมเจ้าท่าเตรียมส่งทีมตรวจสอบเข้าทำการตรวจสอบตัวเรือเพื่อเก็บข้อมูลหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง ทั้งนี้ กรมเจ้าท่าได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อสอบสวนการปฏิบัติงานขณะเกิดเหตุของเรือที่เกิดเหตุ และนำมาประกอบการหามาตรการในการป้องกันและแก้ไขไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันต่อไป การปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ได้มีการบูรณการหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม 26 หน่วยงาน และผู้ปฏิบัติงานมากกว่า 800 คน
    นางสาววรลักษณ์ ฤกษ์ชัยการ เจ้าของเรือฟีนิกซ์ และบริษัท ทีซีบลู ดรีม จำกัด กล่าวในการประชุมร่วมกับปลัดกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ถึงการดูแลเยียวยานักท่องเที่ยวที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บว่า ทางบริษัทได้ทำประกันไว้ทั้งในส่วนของตัวเรือ นักท่องเที่ยว และ พ.ร.บ. โดยในส่วนตัวเรือได้ทำประกันไว้กับบริษัทกรุงศรีอยุธยาประกันภัย  ส่วนประกันนักท่องเที่ยวทำไว้กับบริษัทกรุงเทพประกันภัย ถ้านักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ จะได้รับชดเชยในวงเงินไม่เกินรายละ 5 แสนบาท กรณีเสียชีวิต รายละไม่เกิน 1 ล้าน ซึ่งขณะที่ทางบริษัทประกันกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ และจะจัดส่งเจ้าหน้าที่มาอำนวยความสะดวกทั้ง 2 โรงพยาบาล คือ โรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต และโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต
          อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ทางเจ้าของเรือยังปิดปากเงียบเกี่ยวกับการจัดการเดินเรือ รวมถึงรายละเอียดอื่น และสาเหตุของการเกิดเรือล่ม โดยอ้างว่าไม่พร้อมที่จะคุย แล้วค่อยให้รายละเอียดในภายหลัง
    นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผอ.รพ.วชิระภูเก็ต กล่าวว่า ขอบริจาคตู้คอนเทนเนอร์เย็นอุณหภูมิลบ 4 องศาเซลเซียส และขอบริจาคโลงเย็น เนื่องจากตอนนี้ศพที่มาทั้งหมดมี 56 ศพ แต่โลงเย็นจาก รพ.ทั้งหมดที่มีบนเกาะนั้นไม่เพียงพอ และตอนนี้ภารกิจการค้นหาผู้สูญหาย และมีรายงานพบศพเข้ามาอีกเรื่อยๆ และกำลังจะนำร่างผู้เสียชีวิตที่อยู่ตาม รพ.ต่างๆ เข้ามาไว้ที่ รพ.วชิระภูเก็ต เพื่อให้เป็นศูนย์ประสานงานที่เดียว จึงจำเป็นต้องใช้ตู้คอนเทนเนอร์และโลงเพิ่มประมาณ 40 โลง เพราะคาดว่ากว่ากระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์และกระบวนนำศพกลับคืนญาติได้ น่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน โดยจะมีตู้คอนเทนเนอร์เย็นจากผู้มาถึง รพ.ในวันที่ 8 ก.ค. แต่ยังไม่พอ ยังต้องการเพิ่มอีก ซึ่งใครมีความประสงค์ที่จะให้ยืมหรือซื้อบริจาค ให้ประสานได้ที่ศูนย์ประสานงานอุบัติเหตุฉุกเฉิน รพ.วชิระภูเก็ต โทร. 0-7636-1330 หรือ 06-2232-1445
    นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว หรือหน่วยงานที่ควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยไปอยู่ที่ไหนกันหมด ควรจะต้องรีบออกมาแสดงความรับผิดชอบ และบริหารจัดการในภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ เพราะถือเป็นการปล่อยปละละเลยต่อมาตรฐานความปลอดภัยของการให้บริการการท่องเที่ยว ซึ่งควรจะมีการเตือนภัยที่ดีให้มีมาตรฐานสากลตลอดจนการกู้ภัยให้ทันท่วงที.


ไม่อยากให้เครียด...... และบีบรัดตัวเองจนแทบกระดิกตัวไปทางไหนไม่ได้กันอย่างนั้นเลยครับ! กรณี ประเทศเราให้เกียรติ "บุคคลคณะทูต" ด้วย "อภิสิทธิ์ทางการทูต" ในการเข้าประเทศ

ทดสอบสถานการณ์ 'รอบ ๒'
บันทึก 'มหาประชายินดี' ไทย
'ธนาธรกับการจารกรรม'
ลับแล "เมืองไทย" ในดรามา
ลิงในวิถีที่เหนือคณะก้าวหน้า
'เมย์เดย์..เมย์เดย์' คนเห็นผี!