เตือนพลังดูด คสช. อย่าข้ามหัว “ปชช.”


   

 

ในสภาวะที่นักวิชาการ พรรคการเมืองต่างๆ เรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อกการเมืองเพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่การเลือกตั้งในเดือน ก.พ. ปี 2562

แต่อีกด้านหนึ่งกลุ่มการเมืองที่สนับสนุน คสช.อย่างชัดแจ้งเพื่อหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. สืบทอดอำนาจเป็นนายกฯ ภายหลังการเลือกตั้งคือ กลุ่มสามมิตร ภายใต้การนำของ 3 ส. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตหัวหน้ากลุ่มวังน้ำยม และนาย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่มีการอ้างว่าอยู่เบื้องหลังการสร้างพรรคพลังประชารัฐ

กลับเดินหน้าเอาเปรียบคู่แข่งพร้อมตกเขียวอดีต ส.ส.ระดับเกรดเอ เกรดบี จากภาคเหนือ อีสาน และกลาง ฝั่งพรรคเพื่อไทย ท่ามกลางข้อกล่าวหา และคำนินทาจากสังคมว่าไม่เหมาะสมและไร้ความสง่างาม    

ไม่ว่าจะเป็นตามกระแสข่าวดูด นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต รมว.ทรัพยากรฯ และอดีต ส.ส.เลย, นายวิรัช รัตนเศรษฐ อดีต รมช.เกษตรฯ จาก จ.นครราชสีมา, กลุ่มละโว้ ที่มีนายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรีหลายสมัย, กลุ่มนายสุพล ฟองงาม จากจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดหนองบัวลำภู อำนาจเจริญ ยโสธร, นายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมอดีต ส.ส.เพชรบูรณ์ พิษณุโลก และอุตรดิตถ์ รวมทั้งล่าสุด อดีต ส.ส.อุทัยธานี นครสวรรค์ พิจิตร และอยุธยา  

 “ยังมีการใช้ระดับแม่ทัพใหญ่ แม่ทัพน้อย ติดต่อและประสานกับอดีต ส.ส.นครราชสีมาของพรรคอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเสนอค่าตอบแทนให้จำนวนมาก แว่วว่าถ้าเป็น ส.ส.เกรดเอก็ได้ 30 ล้านบาท แต่ถ้ามาเป็นพวงก็อาจได้ถึง 100 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้มาร่วมกันแบ่งเขตเลือกตั้งได้เอง การันตีว่าไม่มีแพ้อดีต ส.ส.ที่ไม่คิดจะย้ายออกไปจากพรรคเพื่อไทย ก็ใช้วิธีโทรศัพท์กดดันเขาเช้าเย็น แถมข่มขู่ว่าถ้าไม่ย้ายออกมาจะมีปัญหา อ้างว่าขนาดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยังโดนดำเนินคดีจำนวนมาก” นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาเปิดเผย

 การดำเนินการเมืองแบบสองมาตรฐาน ทำให้พรรคเพื่อไทยร้อง กกต.ให้ดำเนินการตรวจสอบกลุ่มสามมิตร และการจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ ว่าไม่ชอบ และเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 (4) ที่บัญญัติห้ามมิให้คณะรัฐมนตรีใช้ทรัพยากรของรัฐ หรือบุคลากรของรัฐ เพื่อกระทำการใดอันอาจมีผลต่อการเลือกตั้ง และฝ่าฝืน มาตรา 30, 31 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่กำหนดว่าห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ใด ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน หรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยตรง หรือโดยอ้อม เพื่อจูงใจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค และห้ามมิให้ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด จากพรรคการเมืองหรือจากผู้ใด เพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิก โดยจะมีโทษตามมาตรา 109 จำคุก 5-10 ปี ปรับ 1-2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง

 ในส่วนของ กกต.ก็รับเรื่องแล้ว แต่ไม่ค่อยแอคทีฟ แตกต่างจากกรณีกระเหี้ยนกระหือรือตรวจสอบนายทักษิณ ที่ประกาศจากประเทศอังกฤษว่า จะชนะการเลือกตั้ง เป็นการครอบงำพรรคการเมืองหรือไม่ ตามมาตรา 28-29 พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง หรือไม่ ซึ่งมีโทษถึงยุบพรรค

ขณะที่แกนนำ คสช.ต่างๆ ก็ท่องบทเดียวกัน หนูไม่รู้ เริ่มจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อพรรคพลังประชารัฐยังไม่ประกาศออกมาเลย เป็นเพียงการจองชื่อไว้เฉยๆ กกต.ก็ยังไม่ได้รับรองทั้งหมด เพียงแต่เป็นการจองชื่อ วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล หลายเดือนค่อยมาว่ากัน 

คิดว่าการพูดคุยในวันนี้ถือว่ามีอิสรเสรีมากพอสมควร ไม่ว่าใครก็ตาม เขาก็มีการพูดคุยกันตลอด จะให้แต่นักการเมืองคุยกันข้างเดียวหรือ ดังนั้นทุกคนมีสิทธิ ประชาชนอยากพูดก็พูดมา อะไรที่ทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย เราก็ผ่อนผันให้อยู่แล้ว การดำเนินการอย่ามองว่าได้เปรียบเสียเปรียบอะไร เพราะประชาชนเป็นผู้ตัดสิน จะได้เปรียบเสียเปรียบตรงไหน” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรองหัวหน้า คสช. ปฏิเสธเช่นกันว่า เขาไปเคลื่อนไหวอะไร แล้วพรรคอื่นไม่พบหรือที่ไปตีกอล์ฟแล้วทำไมไม่โจมตี ลำเอียงอย่างไร "ผมยังไม่รู้จักว่าเขาเป็นใครเลย แล้วไปทำอะไร ไปหาใคร"

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่มีการพาดพิงถึงตน ก็ให้พาดพิงต่อไป ตนไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง เพราะทำงานด้านเศรษฐกิจ

 “ทุกคนเป็นเพื่อนกัน และไม่ใช่แค่สามมิตร เป็นมวลหมู่มหามิตรเลย เป็นเพื่อนฝูงกันทั้งหมด วงการเมืองคือเพื่อนๆ กัน” รองนายกฯ ที่ถูกอ้างว่าเป็นแกนนำกลุ่มสามมิตรระบุ สุดท้ายมือกฎหมายของรัฐบาล คสช. อย่างนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ก็โยนกลับไปที่ กกต.ตรวจสอบเรื่องการดูดและปฏิเสธจะแสดงความเห็น

 ท่าทีดังกล่าวจึงตีความได้ว่า คสช.เปิดทางให้กลุ่มสามมิตรเดินหน้าดูดพร้อมสัญญาแลก แจก แถม ได้อย่างดุเดือดและเข้มข้น ไม่ต้องพะวงหลัง ขณะที่การหวังให้ คสช.ปลดล็อกในเดือนกันยายน ตามที่มีการประเมินไว้ นักเมืองอาจฝันค้าง เพราะหากดูดยังไม่สะเด็ดน้ำ ก็คงไม่เลิกลำเอียง

ส่วนการตรวจสอบหากพรรคเพื่อไทยที่อ้างว่าถูกดูด ไม่มีหลักฐานอย่างชัดเจนที่มากกว่าคำพูด ก็เชื่อว่าจะทำอะไรผู้มีอำนาจไม่ได้เช่นกัน และอาจถูกมองกลับเป็นตัวตลกพูดจาเลอะเทอะ หาแก่นสารไม่ได้   

 กระบวนการเหล่านี้จึงถือเป็นแต้มต่อให้พรรคประชารัฐ ส่วนจะเป็นอย่างที่แกนนำกลุ่มสามมิตรประเมินว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเชิดให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกสมัยได้หรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไป เพราะการเมืองเปลี่ยนแปลงทุกวินาทีจนกว่าจะเลือกตั้ง 

แต่ก็มีสิ่งที่ คสช. นักการเมืองกลุ่มสามมิตร และลิ่วล้อต้องพึงระวัง แม้จะได้เปรียบคู่แข่งทุกประตู เพราะมีกลไกทางกฎหมายต่างๆ องค์กรอิสระ อาทิ กกต. ป.ป.ช. และศาล รธน. และวุฒิสภาจากการสรรหา 250 คน ซึ่งมีที่มาจาก คสช.เกื้อหนุน 

ก็ต้องไม่ลืมว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้กำหนดเอาไว้ว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ดังนั้นการจะให้ใครมาครองอำนาจแทน ก็ต้องขึ้นอยู่กับประชาชนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง มิใช่ผู้มีอำนาจพูดเองเออเอง

อีกทั้งตลอด 4 ปี ก้าวสู่ปีที่ 5 ของ คสช.ที่เข้ามายึดอำนาจมีแต่ข่าวขาลง จากพฤติกรรมสองมาตรฐานไล่บี้กลั่นแกล้งเช็กบิลฝ่ายตรงข้ามเอาเปรียบคู่แข่งอยู่เป็นนิจ ขณะที่พรรคพวกตัวเองถูกดองเรื่องหรือเป่าสำนวน

รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์อาจถูกย้อนเกล็ดดึงเครดิตให้ต่ำลงจนหมดภาวะผู้นำ เนื่องจากไม่สามารถตอบคำถามได้ เพราะก่อนหน้านี้ได้กล่าวหาว่า “นักการเมืองเลว และไม่ดี” แต่ขณะนี้กลับยังไล่ดูด ส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามของตัวเอง หลังเข้าไปยึดอำนาจ    

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจที่ถือเป็นจุดอ่อน ผลโพลจากสำนักต่างๆ ออกมาก็สอบตกทุกครั้ง เว้นแต่เจ้าสัว นายทุน คนชั้นนำ ร่ำรวยขึ้น สวนทางชาวบ้านที่ยากจนข้นแค้นทุกหย่อมหญ้า ขณะที่การปฏิรูปประเทศก็ไม่เข้าตาชาวบ้านและไม่สามารถชูเป็นผลงานเด่นได้  

ดังนั้นแม้พลังการดูดของกลุ่มสามมิตร แห่งพรรคพลังประชารัฐภายใต้เงาของ คสช.จะมีอำนาจเต็ม...

แต่เล่นการเมืองโดยมองข้ามหัวประชาชน การเลือกตั้งที่เกิดขึ้น ก.พ.2562 อาจเห็นการให้บทเรียนแก่ คสช.เพื่อปฏิเสธการสืบทอดอำนาจ.   

                                                                                    ทีมข่าวการเมือง

 

 


ดูเหมือน "คุณธาริต เพ็งดิษฐ์" จะเป็นรายแรก ศาลสูงตัดสินจำคุก ๑ ปี ไม่รอลงอาญา ตัดสินเสร็จ......

"พลังประชารัฐ VS เพื่อทักษิณ"
หัสนิยาย 'ประชาธิปไตยโลก'
'ทวิภพ' ลุงกำนัน 'สุเทพ'
ยังไม่ทันจะเลือกก็ว่าโกง?
'ดูเขา-ดูเรา' ภาวะวิกฤติโลก
'ไทยจน' ที่ยุโรปอยาก 'ปล้นอีก'