
“สวนดุสิตโพล” มองเหตุการณ์ทีมฟุตบอลหมูป่าติดถ้ำหลวง สะท้อนให้เห็นความสามัคคีของคนไทยและต่างชาติ ชี้ประทับใจความช่วยเหลือจากทุกสารทิศ และเชื่อว่าการทำงานเป็นระบบจะทำให้ภารกิจลุล่วง แนะมีมาตรการดูแลป้องกันมากขึ้น กำหนดกฎระเบียบที่ชัดเจน มีเจ้าหน้าที่อยู่ประจำ
จากกรณีนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าและผู้ฝึกสอน รวม 13 ชีวิต ติดอยู่ในถ้ำหลวง ทำให้หน่วยงานต่างๆทั้งไทยและต่างประเทศมาช่วยกันร่วมภารกิจปฏิบัติการช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางปัญหาอุปสรรคที่มีมากมาย และเมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 ก.ค. ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายแถลงว่าเจอทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตแล้ว นับเป็นข่าวดีของคนไทยทั้งประเทศและผู้ที่ส่งกำลังใจมาจากทุกที่ เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,348 คน ระหว่างวันที่ 3 - 7 กรกฎาคม 2561 สรุปผลได้ ดังนี้
1. ประชาชนคิดอย่างไร? กับ เหตุการณ์ 13 ชีวิตติดอยู่ในถ้ำหลวง ตั้งแต่วันแรกจนกระทั่งวันที่พบ
อันดับ 1 ได้เห็นพลังความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจจากทั้งคนไทยและต่างชาติ 46.27%
อันดับ 2 เป็นห่วงเด็กและเจ้าหน้าที่ เอาใจช่วย ลุ้น ขอให้ออกมาได้อย่างปลอดภัยในเร็ววัน 28.57%
อันดับ 3 เป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เป็นอุทาหรณ์และให้บทเรียนอันล้ำค่า 18.32%
อันดับ 4 เป็นภัยธรรมชาติ เป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น 15.53%
อันดับ 5 มีข่าวลือ ข่าวที่ไม่จริง ต้องการสร้างกระแสจำนวนมาก 14.44%
2. การช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงครั้งนี้ ประชาชนประทับใจเรื่องใดมากที่สุด
อันดับ 1 การช่วยเหลือจากคนไทยและต่างชาติ น้ำใจที่มีให้แก่กัน 57.69%
อันดับ 2 การทำงานเป็นทีม การวางแผน การแบ่งงานตามหน้าที่รับผิดชอบ 33.01%
อันดับ 3 หน่วยซีล ทีมดำน้ำ ทีมค้นหา 23.88%
อันดับ 4 การระดมเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ เทคโนโลยีที่ทันสมัย 19.07%
อันดับ 5 ภาวะผู้นำของผู้ว่าฯ การแก้ปัญหา การชี้แจงและให้ข่าว 17.15%
3. “บทเรียน” ที่สังคมไทยได้จากเหตุการณ์ครั้งนี้ คือ
อันดับ 1 การแก้ไขปัญหาจะสำเร็จลุล่วงได้ ต้องอาศัยการทำงานอย่างเป็นระบบ ความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจ 40.91%
อันดับ 2 ต้องดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท รอบคอบ 31.19%
อันดับ 3 สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติต้องเพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้มากขึ้น 21.47%
อันดับ 4 พ่อแม่ ผู้ปกครองต้องดูแลบุตรหลาน เอาใจใส่อย่างใกล้ชิด 20.22%
อันดับ 5 ควรศึกษาเรียนรู้วิธีการเอาตัวรอดเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน มีสติ 13.48%
4. ประชาชนคิดว่าควรมีวิธีการป้องกันอย่างไร? เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก
อันดับ 1 มีมาตรการดูแลป้องกันมากขึ้น กำหนดกฎระเบียบที่ชัดเจน มีเจ้าหน้าที่อยู่ประจำ 71.34%
อันดับ 2 ครอบครัว โรงเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยกันปลูกฝังและแนะนำบุตรหลาน 22.74%
อันดับ 3 สถานศึกษาสอนหลักสูตรเกี่ยวกับการดำรงชีวิต การดูแลตนเองในสถานการณ์ภัยพิบัติต่าง ๆ 16.67%
อันดับ 4 ประชาสัมพันธ์และสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ 14.64%
อันดับ 5 คนไทยต้องมีจิตสำนึก เคารพกฎหมาย ปฏิบัติตามข้อห้าม มีระเบียบวินัย 12.93%
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |