พิสูจน์ฝีมือรัฐบาล รับมือภัยฉุกเฉิน รอดหรือร่วง?


   

      ถือเป็นโจทย์ใหญ่ท้าทายความสามารถการทำงานของ รัฐบาล คสช. ไม่แพ้งานในภาคสนามการเมือง กับปัญหาภัยฉุกเฉินที่เกิดขึ้นติดๆ กันในขณะนี้ ทั้งเหตุนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนรวม 13  ชีวิตเข้าไปติดในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เป็นเวลามากกว่า 10 วันแล้ว และล่าสุดอุบัติเหตุเรือล่มถึง 3 ลำที่ จ.ภูเก็ต โดยมีผู้ประสบเหตุเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต

      โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากเรื่องใหญ่ระดับประเทศ กลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก ที่ทุกคน  ทุกประเทศกำลังเฝ้าจับตา ถึงแนวทางการแก้ปัญหาของผู้นำประเทศไทย ที่มี บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นแม่ทัพ

      แน่นอนว่าภัยฉุกเฉินที่เกิดขึ้นนี้เป็นภัยธรรมชาติที่ไม่มีใครคาดคิด และกรณีนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่คลี่คลายลงได้ยาก อย่างกรณีที่เชียงราย รัฐบาลรับมือด้วยการสั่งบูรณาการทุกสรรพกำลังในประเทศ ทั้งตำรวจ ทหาร หน่วยซีล พลเรือน อาสาสมัคร และภาคเอกชน  หรือที่ บิ๊กตู่ เรียกว่าการทำงานแบบ ประชารัฐ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะพาทั้ง 13 ชีวิตฝ่าสายน้ำที่กักขังพวกเขาออกมาได้ จึงต้องขอความช่วยเหลือจากนานาประเทศเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจนี้

      ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้สั่งตั้งศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ที่มี นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นผู้บัญชาการศูนย์ สำหรับการทำงานครั้งนี้ถูกวางไว้อย่างเป็นระบบ มีบิ๊กตู่บัญชาการอยู่ข้างบน และลงพื้นที่ติดตามงานด้วยตัวเองเป็นระยะ

      ไม่ต่างจากอุบัติเหตุเรือล่มที่ภูเก็ตที่เป็นเหตุการณ์ใหญ่ระดับประเทศ ด้วยมีผู้สังเวยชีวิตที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนจีน และยังมีฟีดแบ็กจากประธานาธิบดีจีนถึงไทย ออกแถลงการณ์ให้ไทยมุ่งค้นหาผู้รอดชีวิตต่อไป พร้อมยังระบุถึงการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวของประเทศไทยในอนาคต จึงถือเป็นแรงกดดันอีกทางที่ทำให้ไทยต้องฉุดตัวเองขึ้นมา แก้ปัญหาเฉพาะหน้านี้ให้สำเร็จลุล่วงให้ได้

      อีกทั้งมีเรื่องของภาพลักษณ์ประเทศเป็นเดิมพันด้วย แต่ บิ๊กตู่ ก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้าในทันที ด้วยการตั้งศูนย์บัญชาการค้นหาช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือท่องเที่ยวล่ม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นแม่งาน และบิ๊กตู่เองเตรียมลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าด้วย

      จากสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นติดต่อกัน มีสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ การทำงานที่รัฐบาลดึงศักยภาพ ความสามารถ และความเป็นผู้นำของผู้ว่าราชการจังหวัดออกมาใช้อย่างเต็มที่ ซึ่งต้องยอมรับว่าผลที่ออกมาดีเลยทีเดียว จนสามารถเรียกได้ว่า เชียงรายโมเดล เพื่อถอดบทเรียนความรู้ในการเตรียมการดังกล่าวนี้

      ขณะเดียวกันเหตุที่เกิดรอบทิศเช่นนี้เป็นบทเรียนสำคัญของประเทศด้วย ด้วยล้วนแล้วแต่เป็นภัยธรรมชาติที่มีปัจจัยหลักคือน้ำ ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ในวันข้างหน้าว่าเราจะต้องเผชิญเหตุในลักษณะนี้อีกหรือไม่

      โดย "บิ๊กตู่" ใช้ประสบการณ์ที่ได้รับวางแผนไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ด้วยการชูโมเดลปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าที่เชียงราย ซึ่งมีการทำงานทั้งแผนหลัก แผนรอง แผนเผชิญเหตุ เป็นบทเรียนให้ประเทศไทย  โดยให้บันทึกเป็น "แผนบทเรียน" หรือ "แผนการฝึก" เพื่อใช้เป็นกรณีศึกษา เป็นแผนในการแก้ไขและบรรเทาภัยพิบัติในอนาคต รวมทั้งใช้ฝึกฝนในยามที่ยังไม่เกิดเหตุการณ์ด้วย

      อย่างไรก็ตามยังมีประเด็นสำคัญที่รัฐบาลจักต้องพิจารณา ปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน นั่นคือหน้างานสำคัญอย่างการสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ชัดเจนและรวดเร็ว นอกเหนือจากการทำหน้าที่สื่อของรัฐ ท่ามกลางสถานการณ์ความสนใจกระหายใคร่รู้ ลุ้นเอาใจช่วยของคนไทยทั้งประเทศ

      โดยเฉพาะ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติได้เปิดบัญชีข่าวจริงประเทศไทยให้ข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันไลน์ หรือ @realnewsthailand 

      ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ได้ส่งข้อมูลโปรโมต สีสัน ครม.สัญจรพิจิตร-นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า "สาคูราดกะทิ อร่อยฟิน กินเพลิน"

      นี่คือข่าวสารที่ส่งให้ประชาชน ท่ามกลางการติดตามข้อมูลเรื่องสำคัญอย่างการช่วยเหลือทีมหมูป่า  หรือปฏิบัติการค้นหาผู้ประสบเหตุเรือท่องเที่ยวล่ม ท่ามกลางการวิจารณ์ถึงความเหมาะสมว่านำเสนอในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานของประเทศหรือไม่ 

      ซึ่งทีมพีอาร์รัฐบาลหรือผู้มีอำนาจที่ดูแลไลน์ข่าวจริงประเทศไทยควรจะต้องมีสติ ตรึกตรองการนำเสนอข้อมูล และรีบเร่งแก้ไข พัฒนาข่าวสารที่เหมาะสมอย่างเร่งด่วน?

      เพราะนี่คือสถานการณ์ภัยฉุกเฉิน ที่กำลังถูกเฝ้ามองและตรวจสอบศักยภาพในการบริหารงานของรัฐบาล ในทุกด้านภายใต้เหตุการณ์รอบทิศขณะนี้

      และผลงานที่ออกมาคือบทพิสูจน์ วัดฝีไม้ลายมือของรัฐบาล หากผ่านสถานการณ์ที่บีบคั้นนี้ไปได้ "รัฐบาล คสช." ก็จะเป็นที่ประจักษ์ในสายตาชาวโลกว่า...รอดหรือร่วง?


สงสัยตายยาก! พูดถึงแม้ว ทักษิณก็มา วานนี้ (๑๘ กันยายน) ทักษิณ ชินวัตร อาศัยเฟซบุ๊ก บอกสิ่งที่ตัวเองคิด ซึ่งต่างจากที่ตัวเองทำไว้ก่อนหน้า ...๑๒ ปี จาก ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ถึง ๑๙ กันยายน ๒๕๖๑

ย่ำอยู่กับสถานะโจร
'มหกรรมดิจิทัลนานาชาติ'
ไฟฟ้า-กาแฟจาก 'กรณ์' ถึง 'ปตท.'
เมื่อไทย "อายแทน" UNHRC
'กฎหมาย' กับ 'แบรนด์ไทย'
จะดิ้นให้ตกเตียงเพื่ออะไร?