หมูป่ายังเหลืออีก5 ปฏิบัติการวันที่2ลุล่วงขอ3วันออกมาครบ/นายกฯลงให้กำลังใจ


   

    ผู้บัญชาการ ศอร.แจงปฏิบัติการพาทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงวันที่ 2 เริ่มตั้งแต่ 11 นาฬิกา เผยเด็กชุดแรกสุขภาพแข็งแรง บอกอยากกินข้าวผัดกะเพรา 5 โมงเย็นหมูป่ารายที่ 5  ถูกพาออกจากถ้ำแล้วก่อนตามมาอีก รวม 4 รายเหมือนวันแรก “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ให้กำลังใจ “ณรงค์ศักดิ์”  ชี้ใช้เวลาช่วยเหลือสั้นกว่าเดิมเพียง 9 ชั่วโมงหลังมีประสบการณ์ เชื่อปฏิบัติการจะลุล่วงโดยเร็ว “ผบ.มทบ.37” ลั่นขอ 3 วันหมูป่าออกมาดูโลกครบแน่
    ปฏิบัติการพานักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายรวมทั้งโค้ช 13 ชีวิต ที่พลัดหลงในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 มิ.ย.61 กลับสู่ครอบครัววันที่ 2 หลังจากเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ก.ค.ได้ปฏิบัตินำน้องๆ 4 รายออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนออกมาแล้วนั้น 
    โดยเมื่อเวลา 12.00 น. ที่ อบต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประชาชนจากรัฐฉานประมาณ 100  คน นำโดยนางหมวยเมียะ หัวหน้าพรรคเสือขาว พรรคการเมืองของรัฐฉาน ได้เดินทางนำรถบรรทุกอาหารและสิ่งของอุปโภคบริโภค 3 คันมามอบให้ศูนย์รับบริจาคสิ่งของสำหรับเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติภารกิจในการนำ 13 เยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายออกจากถ้ำหลวง 
“พวกเราเอาใจช่วยเต็มที่ตั้งแต่วันแรกที่ทั้ง 13 คนสูญหาย และวันที่ 10 ก.ค.จะเดินทางมามอบให้อีกครั้ง” นางหมวยเมียะกล่าว
    ขณะที่เวลา 14.55 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ศอร.)  แถลงความคืบหน้าการลำเลียง 9 เยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายที่เหลือออกจากถ้ำหลวงว่า จากเดิมที่ระบุว่าจะใช้เวลา 20 ชั่วโมงในการพัก และวางอุปกรณ์ชุดใหม่เพื่อปฏิบัติการครั้งที่ 2 นั้น สถานะวันนี้เราได้วางอุปกรณ์ต่างๆ และตรวจเช็กทุกอย่างพร้อมแล้ว จึงขอประกาศว่าเมื่อเวลา 11.00 น. เราได้ปฏิบัติครั้งที่ 2 แล้ว โดยส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติงานในครั้งนี้เร็วกว่ากำหนด 4-5 ชั่วโมง ส่วนวันนี้จะออกมาได้กี่คนนั้นยังตอบไม่ได้
    “ข่าวดีคือสภาพทุกอย่างยังดีเหมือนเมื่อวันที่ 8 ก.ค. อากาศ น้ำ และความแข็งแรงของเด็ก รวมถึงข้อต่างๆ จากเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่เราได้เอามาปรับปรุง ซึ่งตอนนี้เราพร้อมปฏิบัติการ จึงเริ่มเร็วกว่าเดิม 4-5 ชั่วโมง ส่วนหน่วยปฏิบัติงานยังเป็นชุดบูรณาการนานาชาติเหมือนเดิม อาจสับเปลี่ยนกำลังที่อ่อนล้าไปบ้าง และขอยืนยันว่าฝนที่ตกเมื่อวานไม่กระทบกับการทำงานของเรา” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
    นายณรงค์ศักดิ์ยังกล่าวถึงอาการของทีมหมูป่า 4 คนที่ออกมาเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ว่าสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ บางคนบ่นหิวและขอข้าวผัดกะเพรา แต่ยังต้องแยกจากผู้ปกครองก่อนเพื่อคัดกรองเชื้อ โดยกำลังหารือกับแพทย์ว่าจะให้ญาติเข้าเยี่ยมแบบดูตู้กระจกได้หรือไม่
    ด้านนายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า งานอุดน้ำตามโพรงบนเขายังทำอยู่เหมือนเดิม เช่นเดียวกับเรื่องสำรวจโพรง โดยจุดที่เราสงสัยบางจุดพอปีนลงไปปรากฏว่ายังตันเหมือนเดิม แต่จะทำไปเรื่อยๆ จนกว่าภารกิจเสร็จสิ้น
    ส่วนนายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า แม้ยังมีฝนตกลงมาบ้าง แต่การสูบน้ำภายในถ้ำยังดำเนินการไปยังเรียบร้อย เป็นไปตามความต้องการของหน่วยซีล และขอยืนยันว่าไม่ว่าฝนตกอย่างไรก็ตามเรายังดำรงการระบายน้ำออกจากถ้ำได้    
ซัดโดรน-ดักฟังวิทยุ จนท.
    ผู้บัญชาการ ศอร.ยังแถลงอีกว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ค.พบว่ามีการสแกนความถี่ของเจ้าหน้าที่และเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริง ทำให้เกิดความสับสน ขอยืนยันว่าเมื่อวันที่ 8 ก.ค.มีการลำเลียงออกมา  4 คน นอกจากนี้ยังพบว่ามีการใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ไม่ถูกต้องถึง 2 ครั้ง ถือว่าเป็นการแทรกแซงกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งแทรกแซงการบินของเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ลำเลียงผู้ประสบภัย ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ เราถือว่าน่าเสียใจที่เกิดขึ้น ส่วนกรณีเผยแพร่ชื่อเด็กที่ออกมาแล้วนั้น ทราบดีว่าทุกคนคงรู้ว่าเป็นใคร แต่การจะเสนออะไรขอให้นึกถึงผู้ปกครองของเด็กที่ยังไม่ได้ออกมา
    ขณะที่ พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวถึงกรณีโดรนว่า แทบไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจนี้เลย บางจุดที่มีการบินเมื่อวันที่ 8 ก.ค. เราตรวจสอบพบว่าอยู่ในแนวเส้นการบินของเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ลำเลียงผู้ประสบภัย ดังนั้นถ้าจะให้ดีขอให้งดใช้เสีย นอกจากนี้ขอให้งดถ่ายทอดสดในการลำเลียงผู้ประสบภัย ส่วนเรื่องของการจูนความถี่ที่ใช้เทคนิควิธีพิเศษนั้น เรากำลังตรวจสอบอยู่  ถ้าใครทำขอให้เลิกเสีย ถ้าอะไรผิดกฎหมายชัดเจนจำเป็นต้องดำเนินการ ขอให้รู้ว่าพวกเราทำเพื่อชีวิตน้องๆ ทั้งนั้น
    ขณะเดียวกันในโลกออนไลน์ได้ติติงกรณีดังกล่าวอย่างมาก ทั้งกรณีการใช้โดรนระหว่าง ฮ.บินลำเลียงน้องทีมหมูป่า และการเปิดคลิปเสียงวิทยุสื่อสารของทางราชการที่ดักฟังในระหว่างปฏิบัติการนำทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง โดยกรณีโดรนนั้น กองบรรณาธิการข่าวพีพีทีวี ช่อง 36 ได้ออกแถลงการณ์ขออภัย พร้อมน้อมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าจะไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก
    ส่วน พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ กล่าวเรื่องนี้ว่า ทอ.โดยศูนย์สนับสนุนทางอากาศโดยตรงที่ 3 (ศสอต.3) ที่รับผิดชอบควบคุมการจราจรทางอากาศเหนือเขานางนอน และฝูงบิน 416 จังหวัดเชียงราย ไม่ได้รับการประสานขออนุญาตนำโดรนขึ้นบินในช่วงเวลาดังกล่าว โดย ทอ.จะประสานกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแลการใช้โดรนของพลเรือนสอบสวนตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
ต่อมานายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ กพท.กล่าวว่า ผลการสอบสวนเบื้องต้นทราบผู้กระทำผิดแล้ว ซึ่งผู้ทำผิดเป็นผู้มีใบอนุญาตควบคุมโดรนถูกต้อง แต่พื้นที่ดังกล่าวถูกประกาศเป็นพื้นที่ควบคุม  ดังนั้นผู้ฝ่าฝืนจึงมีการกระทำผิดตามข้อหา คือ บินโดรนในพื้นที่ควบคุมมีโทษปรับ 50,000 บาทเท่านั้น  ไม่มีโทษจำคุก
    สำหรับกรณีการเปิดคลิปเสียงที่ได้มาจากการดักฟังสัญญาณวิทยุสื่อสารเจ้าหน้าที่นั้น ทีมข่าวเวิร์คพ้อยท์ ช่อง 23 ซึ่งเป็นผู้เปิดคลิปเสียงดังกล่าวในรายการได้ออกแถลงเช่นกัน โดยได้อธิบายและขออภัยว่า ประเด็นกฎหมายได้สัญญาณจากวิทยุเครือข่ายเครื่องสีแดงของภาคประชาชน ซึ่งถ่ายทอดผ่านแอปพลิเคชัน Zello ที่ประชาชนเข้าถึงได้ปกติ แต่ขอโทษที่รีบเผยแพร่เสียงนี้ จนเกิดความไม่เหมาะสมต่อสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน ทั้งในเชิงการทำงานของเจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องกับ 13 นักเตะ 
    “เป็นความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้น หลังจากนี้เราจะเรียนรู้จากความผิดพลาดและปฏิบัติภารกิจนำเสนอข่าวและข้อมูลช่วยเหลือน้องๆ นักเตะทีมหมูป่าด้วยความระมัดระวังเต็มที่” ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ระบุ
หมูป่าตัวที่ 5 ออกจากถ้ำ
    ด้านนายบรรยงค์ สุวรรณผ่อง ประธานกรรมการจริยธรรมวิชาชีพ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวในเรื่องนี้ว่า แม้เวิร์คพ้อยท์อ้างว่าไม่ได้เกิดจากเจตนา พร้อมขอโทษและสัญญาที่จะระมัดระวัง ซึ่งเป็นสิ่งที่คนในวิชาชีพพึงกระทำ แต่สังคมจะยอมรับหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และมีเรื่องควรพิจารณา 3 ประการ คือ 1.แม้วิทยุสื่อสารสีแดง (ว.แดง) เป็นอุปกรณ์ภาคเอกชน แต่การอ้างว่ารับสัญญาณผ่าน ว.แดงแล้วนำไปถ่ายทอดต่อนั้น ก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบทางกฎหมาย ซึ่งอาจเปรียบเทียบได้กับคดีรับของโจร 2.ว.แดงที่รับฟังข้อความจากวิทยุสื่อสารของทางราชการ (ว.ดำ) เป็นการกระทำการหมิ่นเหม่ต่อกฎหมาย และ 3.ข้อความที่ดักฟังได้สมควรนำมาถ่ายทอดต่อหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ซึ่งต้องได้รับการคุ้มครองอันไม่อาจปฏิเสธได้ โดยเฉพาะมิติทางจริยธรรม
    สำหรับปฏิบัติการพาทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงนั้น เริ่มชัดเจนขึ้นในเวลา 17.15 น. หลังจากนายณรงค์ศักดิ์แถลงในช่วงบ่าย โดยบรรยากาศบริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ทางขึ้นดอยผาหมี มีความเคลื่อนไหวของรถพยาบาลที่เปิดไฟกะพริบเคลื่อนเข้ามา และมีรถตำรวจเปิดไฟและเสียงไซเรนขอทางขับเข้าไปยังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ จากนั้นในเวลาไม่นานเฮลิคอปเตอร์ของโรงพยาบาลตำรวจได้ยกตัวขึ้นจากลานจอด แล้วมุ่งหน้าไปยัง รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการนำน้องทีมหมูป่าอะคาเดมีคนที่ 5 ที่ถูกพาออกมาจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนตามปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ไปส่ง รพ. 
    ส่วนน้องๆ คนที่เหลือ เจ้าหน้าที่กำลังทยอยนำออกมาจากถ้ำหลวง ทั้งนี้ตลอดแนว 2 ฝั่งถนนพหลโยธิน จุดที่ผ่านลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ได้มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่คุมเข้มตลอด 2 ข้างทาง เพื่อไม่ให้มีการกีดขวางเส้นทางการจราจร และภายหลังน้องทีมหมูป่าคนที่ 5 ออกมาไม่นาน ก็มีน้องหมูป่าคนที่ 6, 7 และ 8 ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้นำส่ง รพ.เชียงรายฯ ตามลำดับขั้นตอนอย่างเคร่งครัด โดยหมูป่ารายที่ 8 ได้ถึง รพ.เชียงรายเวลาประมาณ 20.38 น.
ขณะที่เพจ Thai NavySEAL ได้โพสต์ข้อความเมื่อเวลา 20.19 น. ว่า หมูป่าตัวที่ 1, หมู่ป่าตัวที่ 2, หมูป่าตัวที่ 3, หมูป่าตัวที่ 4, หมูป่าตัวที่ 5, หมูป่าตัวที่ 6, หมูป่าตัวที่ 7 และหมูป่าตัวที่ 8  2 วัน 8 ตัว Hooyah...
    ในขณะเดียวกันในเวลาประมาณ 19.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะได้เดินทางมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง และเดินทางมายังถ้ำหลวงแล้ว โดยเมื่อเวลา 20.05 น. คณะ พล.อ.ประยุทธ์ก็ได้มาถึง ศอร. โดยนายกฯ ได้ทักทายเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าห้องประชุมเพื่อรับฟังการรายงานสรุปการปฏิบัติการและความคืบหน้าในการช่วยเหลือ 
    โดยนายกฯ กล่าวว่า ยินดีด้วยที่ประสบความสำเร็จอีกครั้งในการช่วยเหลือ รู้ว่าทุกคนเหนื่อย มาให้กำลังใจ ไม่ได้มาทำให้เสียเวลา ใครทำอะไรก็ให้ทำต่อไป การทำงานในพื้นที่ต้องเป็นไปตามหลักการ ซึ่งขณะนี้รู้สึกเบาใจกับสถานการณ์ที่ถ้ำหลวง 
    “ครม.ทุกคน รัฐบาล ฝ่ายการเมือง ข้าราชการ นำหัวใจมาฝาก ที่ผ่านมาติดตามข่าวอย่างต่อเนื่องทุกวัน สวดมนต์ขอพรให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคน ให้สามารถกำจัดอุปสรรคและปัญหา และจะไม่มีการกล่าวโทษหรือต่อว่าใดๆ ทั้งสิ้น เพราะรู้ดีว่าทุกคนตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ” นายกฯ กล่าว 
    พร้อมกันนี้ นายกฯ ได้เดินทักทายและถ่ายรูปกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ และได้เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวผู้ปกครองเยาวชนทั้ง 13 คน โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ว่ารัฐบาลจะเสียงบประมาณเท่าไหร่ ไม่สำคัญเท่ากับชีวิตของทุกคนที่สำคัญที่สุด และหลังจากนี้ให้ทุกคนดูแลป่าไม้และแหล่งท่องเที่ยวของเราด้วย ทั้งนี้ นายกฯ ยังได้ซื้อขนมที่เป็นสินค้าโอท็อปของจังหวัดต่างๆ มาฝากเจ้าหน้าที่ทุกคน เช่น กล้วยฉาบ ลูกหยี ขนมเปี๊ยะ ทองม้วน และกล้วยกวน
ขอ 3 วันหมูป่ากลับถิ่นครบ
    และในเวลา 21.30 น. นายณรงค์ศักดิ์ได้แถลงข่าวสรุปการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีอย่างเป็นทางการว่า "ด้วยพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงห่วงใย และพระราชทานกำลังใจอันยิ่งใหญ่ ได้พระราชทานสิ่งของ พวกเราซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง" นอกจากนี้ยังปลาบปลื้มอย่างมากที่สำเร็จช่วยน้องได้อีก 4 คน โดยวันนี้ (9 ก.ค.) เริ่มเข้าไปปฏิบัติการตอนเวลา 11.00 น. น้องคนที่ 4 ถึงโรงพยาบาลประมาณ 20.00 น.เศษ ซึ่งเป็นการลำเลียงทางอากาศทั้ง 4 ราย โดยทั้งหมดปลอดภัย มีสติดี
    "ที่เป็นข่าวดีคือ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. เราเริ่มปฏิบัติการตอนเวลา 10.00 น. ส่งถึงโรงพยาบาลตอนเวลา 21.30 น. เราใช้เวลา 11 ชั่วโมงเศษ แต่วันนี้เราเริ่มเวลา 10.00-20.00 น.เศษ เท่ากับเราใช้เวลาปฏิบัติการ 9 ชั่วโมง เร็วขึ้น 2 ชั่วโมง เนื่องจากเรามีทีมปฏิบัติงานที่เพิ่มขึ้น และมีความชำนาญมากขึ้นจากวันก่อน” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
    นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า วันนี้ทีมปฏิบัติงานมีผู้ปฏิบัติงานในถ้ำกว่าร้อยคน โดยมีคนดำน้ำ 18 คน ซึ่งเป็นทีมนานาชาติชุดเดิม ครั้งนี้เราประสบความสำเร็จเร็วขึ้น 2 ชม. คาดหวังว่าการเตรียมความพร้อม และแผนต่างๆ ที่จะประชุมกันเพื่อเตรียมปฏิบัติการครั้งถัดไป จะทำได้ดีกว่านี้ และประสบความสำเร็จ 100% 
    นายณรงค์ศักดิ์แถลงอีกว่า นายกฯ ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจทุกหน่วยที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ให้กำลังใจครอบครัว โดยได้พูดคุยกับนักดำน้ำต่างประเทศ และทุกทีมที่ปฏิบัติงาน ซึ่งนายกฯ ได้ขอบใจและให้คำแนะนำ โดยให้ถอดบทเรียนครั้งนี้ว่า เหตุการณ์อย่างนี้อนาคตควรสอนเด็กให้เรียนรู้ ทักษะเรื่องความปลอดภัย ถอดบทเรียนเรื่องบูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วน การบริหารสถานการณ์ในสถานการณ์คับขัน ให้ทุกองค์กรนำไปปฏิบัติ เชื่อว่าเราจะทำได้ดีขึ้นในอนาคต แต่ไม่ควรเกิดขึ้นอีกในแผ่นดิน นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้ไปเยี่ยมน้อง 8 คน ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
    “นายกฯ ได้คุยกับฝ่ายปฏิบัติสายต่างประเทศว่า เดี๋ยวจะพิจารณาเลี้ยงขอบคุณทุกนาย ซึ่งฝ่ายที่ปฏิบัติและนักดำน้ำเองก็มีความภูมิใจที่ปฏิบัติการตรงนี้จนประสบความสำเร็จ โดยวันนี้ส่วนหนึ่งไปพักผ่อน อีกส่วนเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติการครั้งต่อไป” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
    เมื่อถามว่า ปฏิบัติการรอบที่ 3 จะเกิดขึ้นได้กี่โมง นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า ต้องเตรียมความพร้อมอย่างน้อยอีก 20 ชม. แต่ต้องขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมด้วย เราต้องดูสภาพอากาศและการเตรียมพร้อม ซึ่งถ้าเตรียมได้เร็วกว่านี้ เราก็ปฏิบัติการได้เร็วกว่านี้ แต่ขอไม่ยืนยันเป็นตัวเลข
    เมื่อถามว่า ที่เหลือจะออกมาพร้อมกัน 5 คนเลยหรือไม่ นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า ตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและอากาศ เพราะแผนทุกแผนถ้าเปลี่ยนต้องเซตกันใหม่อีก ต้องปรับแผน เพราะเดิมเราเซตแผนไว้ 4 คน ดังนั้นทีมปฏิบัติต้องปรับแผนถ้าจะทำ 5 คน ตรงนี้เราไม่ก้าวล่วงทีมดำน้ำ เขาเซตความปลอดภัยอะไรไว้หมดแล้ว จึงต้องตามความเหมาะสม
    “4 คนใหม่ถึงโรงพยาบาลเรียบร้อย สภาพดีกว่าเมื่อวาน ตอนนี้รู้ตัวหมด ส่วนที่ถามว่าน้องอยากกินข้าวผัดกะเพรา ตอนนี้ยังทานไม่ได้ หมอยังให้ไม่ได้ แต่ให้เป็นโจ๊กที่เหลวกว่าปกติ คงต้องเตรียมพร้อมอีกนิดนึง ส่วน 5 คนที่เหลือในถ้ำ หมอยังประเมินว่าดีอยู่” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
    พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า หลังปฏิบัติวันนี้เสร็จสิ้นก็จะปรับแผน ทบทวนบทเรียน วันนี้การประสานสอดคล้องราบรื่น ส่วนแผนปฏิบัติวันต่อไปขึ้นอยู่กับความพร้อมที่เราจะประเมิน ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่ประเมิน สภาพแวดล้อม สภาพอากาศ และสิ่งต่างๆ ที่ต้องการในการปฏิบัติการต้องครบถ้วน ซึ่งไม่น่าจะกังวลอะไร ขอให้เอาใจช่วยทีมปฏิบัติงาน โดยจะประชุมอีกครั้ง คาดว่าน่าจะเป็นข่าวดี
    ส่วน พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 จ.เชียงราย ค่ายเม็งรายมหาราช กล่าวว่า ถ้าพระพิรุณยังเมตตาเช่นนี้ อีก 3 วันหมูป่าจะออกมาดูโลกครบทุกคน
    ก่อนหน้านี้ ในเวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารและส่งมอบกุญแจห้องพักอาศัย โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงระยะที่ 1 ถึงการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีอีก 9 ชีวิต ว่า ขอให้ร่วมกันอธิษฐานจิตให้การช่วยเหลือเด็กออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ทั้งหมดในวันนี้และพรุ่งนี้ ซึ่งเหลืออีก 9 คน ขอให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยสงบสุข ทุกคนจะได้รู้ว่าไทยมันมีที่ลึกลับซับซ้อนมากมาย ฉะนั้นการจัดระเบียบสำคัญที่สุด เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องไม่ปล่อยปละละเลย ขอให้ช่วยกันอธิษฐานกับศาลพระภูมิ ท้าวชัยมงคล 
    ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่อยากให้สื่อถามว่า จะใช้เวลากี่วัน กี่เดือน กี่ปี จึงสามารถนำเด็กๆ ออกมาได้ทั้งหมด แต่เราจะทำให้เร็วที่สุด และโดยปลอดภัย เพราะถ้าถามว่าจะใช้เวลาเท่าใด คงไม่มีใครตอบได้ เราจะทำให้เร็วที่สุด ขออย่าถามแบบนี้ 
    นายกฯ กล่าวว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด กำชับทุกวัน ทุก 24 ชม. ให้ดูแลเรื่องนี้ โดยมีทั้งรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอยู่แล้ว ดูแลทั้งเช้า กลางวัน กลางคืน นอกจากนี้ยังได้ดูแลเรื่องการสนับสนุนในส่วนที่ขาดเหลือเพิ่มเติมและให้คำแนะนำ ซึ่งก็สุดแล้วแต่เขาจะรับไปพิจารณา เพราะมีคณะทำงานทั้งของไทยและต่างประเทศ รวมถึงฝ่ายเทคนิค ซึ่งทำอะไรจะต้องตัดสินใจร่วมกัน 
เมื่อถามว่า เด็กทั้ง 4 คนที่ออกมาแล้วปลอดภัยดีหรือไม่ นายกฯ ตอบอย่างมีอารมณ์ว่า ไอ้คำถามแบบนี้อย่ามาถาม คุณถามไม่ได้เรื่อง    
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า การช่วยเหลือยังไม่จบ การช่วยเหลือต่อไปจะเป็นอย่างไร เรายังไม่รู้ ต้องรอให้ช่วยเหลือสำเร็จก่อน ส่วนจะใช้เวลาช่วยเหลือทั้งหมดกี่วันนั้น ไม่ทราบ เป็นเรื่องของผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งหน่วยซีลเขาทำดี และเชื่อว่าคนไทยทุกคนร่วมให้กำลังใจทีมหมู่ป่าอะคาเดมี.


อ่านเรื่องที่ "เจ้าหญิง ราพันเซล" นำจากห้องสมุดฟลิ้นท์ ปี 2018 มาโพสต์ เรื่อง #การสอนลูกแบบยิวให้เป็นเศรษฐี

'ประยุทธ์-ธนาธร' หวยออกที่ใคร?
"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?