ลุ้น!สนช.โหวตเลือก'7เสือกกต.'


   

    จับตาประชุมสภาฝักถั่ว เคาะมติเลือก 7 อรหันต์ กกต. คาดมีตัดไฟแต่ต้นลม โหวตคว่ำชื่อ “สมชาย ชาญณรงค์กุล” แน่เพราะมีคดีค้างในศาลทุจริต  ส่วน “พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า” ลุ้นหนักเหตุความเป็นกลางทางการเมือง “ประยุทธ์” ย้ำตอนนี้ยังไม่เดินเข้าถนนการเมือง เทือกรอปลดล็อกเดินสาย 77 จังหวัด
     ในวันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม จะมีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระเบียบวาระการประชุม ครั้งที่ 43/2561 เพื่อพิจารณา เรื่องว่าด้วยการให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามมาตรา 222 มาตรา 217 ประกอบมาตรา 204 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 หลังจากคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต. ที่มี พล.อ.ไพชยนต์ ค้าทันเจริญ ประธาน กมธ. ได้สรุปแล้ว
     โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.กล่าวว่า ตามขั้นตอนจะประชุมลับเพื่อพิจารณารายงานการตรวจสอบประวัติเชิงลึกของ กมธ. ส่วนข่าวที่ออกมาว่าอาจมีผู้ผ่านการสรรหาหนึ่งคนมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติจนอาจไม่ได้รับการเห็นชอบจาก สนช.นั้น ไม่ทราบข้อเท็จจริง เพราะ กมธ.ยังไม่มีการแถลงต่อที่ประชุม สนช. และทั้งหมดก็เป็นดุลพินิจของสมาชิก สนช.ในการตัดสินใจว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่
    “ไม่น่าจะมีประเด็นถึงขนาดนั้น ยืนยันว่าไม่มีใบสั่ง เป็นแต่เพียงข่าวที่ออกไปเท่านั้น เพราะคิดว่าสมาชิก สนช.มีดุลพินิจตัดสินใจได้เองบนพื้นฐานของความเหมาะสม ขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่า สนช.จะทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระเพื่อคัดกรองบุคคลที่ดีมาทำหน้าที่ใน กกต.” นายสุรชัยกล่าวตอบในประเด็นว่าจะเกิดกรณีล้มกระดานอีกครั้งหรือไม่
    ต่อข้อถามว่า หาก สนช.ลงมติเห็นชอบผู้ผ่านการสรรหาไม่ครบ 7 คน จะสามารทำหน้าที่ กกต.ได้ทันทีหรือไม่ นายสุรชัยกล่าวว่า ถ้าผ่านความเห็นชอบจาก 5 คน ก็สามารถเป็นองค์ประชุมเพื่อทำหน้าที่ได้ต่อไป
    มีรายงานจาก สนช.แจ้งว่า ขณะนี้เสียง สนช.ส่วนใหญ่มีแนวโน้มเห็นตรงกันว่า อาจไม่เห็นด้วยรับรองรายชื่อนายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ที่มีคดีถูกฟ้องร้องอยู่ในชั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ในสมัยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนสหกรณ์ 
     “สนช.หลายคนแสดงความเป็นห่วงว่า หากได้รับการแต่งตั้งเป็น กกต. อาจมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร แม้ศาลและ ป.ป.ช.ยังไม่มีชี้ขาดถึงที่สุด แต่เกรงว่าหากปฏิบัติหน้าที่ กกต.ไปแล้วมาถูกชี้มูลความผิดในภายหลัง จะเกิดความยุ่งยากตามมา และตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ก็ระบุให้มี กกต. 5 คนขึ้นไป ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมี กกต.ครบ 7 คน” รายงานระบุ
    รายงานแจ้งอีกว่า ยังมีกรณีนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด อยู่ในข่ายก้ำกึ่ง เนื่องจากมีปัญหาถูกร้องเรียนเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง ซึ่ง สนช.ยังเสียงแตกเป็น 2 ฝ่าย มีทั้งฝ่ายสนับสนุนและไม่สนับสนุนใกล้เคียงกัน ส่วนผู้ได้รับการเสนอชื่อที่เหลืออีก 5 คนแน่ๆ คือ นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย, นายธวัชชัย เทิดเผ่าไทย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.), นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา เพราะไม่มีปัญหาการร้องเรียน ทั้งนี้ ผู้ได้รับความเห็นชอบจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก สนช.เกินกึ่งหนึ่งของจำนวน สนช. 246 คนที่มีอยู่ในขณะนี้ หรือ 123 เสียงขึ้นไป  
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี 1 ใน 4 รายชื่อที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.ถูกฟ้องร้องคดีในศาลทุจริตว่า ไม่ทราบเรื่อง เห็นแต่จากข่าวในหนังสือพิมพ์ และถ้าได้ไม่ครบนั้น มีเท่าไหร่ก็ทำงานได้ แต่ที่จะทำงานไม่ได้คือไม่มีทั้ง 7 คน เพราะต้องกลับมาหา 4 คนเดิม  
     วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้การต้อนรับเยาวชนโครงการ “เยาวชนไทยในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐอเมริกาเยือนถิ่น” ครั้งที่ 2  จำนวน 70 คน โดยกล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า เราจะมีการเลือกตั้งในต้นปีหน้า ยืนยันว่าเราเป็นประเทศประชาธิปไตย จึงต้องมีการจัดการเลือกตั้ง การที่เข้ามาในวันนี้ เพื่อต้องการให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย แก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างยาวนาน โดยหลายอย่างแก้ไขไปบ้างแล้วใน 4 ปี ถือว่าทำงานอย่างหนัก เพราะต้องทำให้ไทยพัฒนาก้าวทันโลก
     “ผมไม่ใช่นักแสดง ไม่ใช่ดาราที่ทุกคนจะมานั่งจ้องดูการแสดงทุกอย่าง ผมพูดก็เครียดทุกที พูดในความจริงซึ่งทุกคนควรยอมรับว่านี่คือความจริงของไทย โดยเราต้องซื่อสัตย์ต่อคนและประเทศของเรา” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงสถานการณ์การเมืองที่จะกลับมาวุ่นวายอีกครั้งหลังการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คนออกมาจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนว่า ไม่สนใจทั้งสิ้น การเมืองก็คือการเมือง บอกแล้วการเมืองก็ทำไป ถึงเวลาเมื่อไหร่ที่เขาปลดล็อกให้ก็ทำไป แต่ถ้ายังปลดล็อกไม่หมดแล้วไปทำความผิด ก็ต้องดำเนินคดี ก็จบแค่นั้น จะไปยากอะไร 
     เมื่อถามว่า คิดว่านักการเมืองควรจะถอดบทเรียนจากความสามัคคีกรณีช่วย 13 ชีวิตติดถ้ำหลวงอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ไปแตะต้องเขาหรอก อย่าเอาไปแตะต้องกับเขา เพราะยังไม่ได้ไปสู่การเมือง ถามอีกว่านายกฯ ทานยาอะไรมา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยาคลายความโมโห
    ทั้งนี้ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กำลังเดินมายืนให้สัมภาษณ์ ได้ยกนิ้วชี้มือขวาทาบไปที่ริมฝีปากเหมือนแสดงสัญลักษณ์ว่าจะไม่พูด แต่ในที่สุดก็มาหยุดยืนหน้าไมโครโฟนให้สัมภาษณ์ตามปกติด้วยสีหน้าที่อิดโรย
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในฐานะประธานคณะทำงานด้านรณรงค์เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมเป็นเจ้าของพรรค ได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงความคืบหน้าในการหาสมาชิกว่า หลังจากประชุมกันวันที่ 3 มิ.ย. ก็มีความตั้งใจจะออกเดินทางให้ทั่วทั้ง 77 จังหวัด ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 80-90 วัน แต่เมื่อยังมีข้อกฎหมายและคำสั่ง คสช.ซึ่งยังไม่อนุญาตให้เคลื่อนไหวทางการเมือง จึงต้องปรับเปลี่ยนขั้นตอนวิธีการทำงานใหม่ โดยใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก และเมื่อ คสช.อนุญาตให้จัดการชุมนุมทางการเมือง หรือประชุมทางการเมืองได้ ก็จะออกเดินทางไปเยี่ยมประชาชนตามจังหวัดต่างๆ อีกครั้งหนึ่ง
     “ในระยะนี้ได้รวบรวมผู้ที่มีอุดมการณ์ และแนวคิดเดียวกันได้กว่า 400 คนแล้ว ซึ่งจะเป็นผู้ริเริ่มในการจัดตั้งพรรค โดยตกลงกันว่าเราจะเสียสละเงินคนละ 5 หมื่นบาท เพื่อเป็นทุนประเดิม ในการจัดตั้งพรรค เอาคนที่มีอุดมการณ์จริงๆ มีความรักชาติ รักบ้านเมือง มีความปรารถนาที่จะเห็นพรรคการเมืองของประชาชนเกิดขึ้นอย่างแท้จริง และคิดว่าภายในเดือนนี้เราจะรวบรวมได้เกินกว่า 500 คน” นายสุเทพกล่าว.


เอ่อ.......... ไม่รู้จะคุยอะไร เห็นบางพรรค บาง ส.ส.ทั้งแย่ง ทั้งทวง ทั้งขู่ จะเอาเก้าอี้รัฐมนตรีกัน

เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'
'๑ หญิง ๒ ชาย' ที่ไปด้วยกัน