วิปลาสโหนถ้ำหลวง


   

    มีบางคนบางกลุ่มไปกระแนะกระแหนว่า 
    รัฐบาลเผด็จการ ใช้การกู้ภัยเด็กถ้ำ สร้างความชอบธรรมทางการเมือง 
    ขีดเส้นใต้ร้อยเส้น "ตามเคย"!
    เป็นควันหลงที่น่าตกใจ หากเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้นจริง 
    อะไรบ่งชี้ว่าเป็นการสร้างความชอบธรรมทางการเมือง 
    การเดินทางไปหน้างานเพื่อให้กำลังเจ้าหน้าที่ และญาติทีมหมูป่า ถือเป็นการสร้างความชอบธรรมทางการเมืองหรือไม่? 
    การวิเคราะห์สถานการณ์ด้วยจิตอันไม่ปกติ เพราะสนับสนุนฝ่ายการเมืองอีกขั้ว 
    กับการประเมินสถานการณ์ด้วยใจเป็นธรรม 
    ผลลัพธ์ จะออกมาต่างกันอย่างสิ้นเชิง 
    การปรากฏตัวที่ถ้ำหลวงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึง ๒ ครั้ง คือการสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลเผด็จการทหาร มีความชอบธรรมที่จะอยู่ต่ออย่างไร? 
    การหาคำตอบเรื่องนี้บางทีอาจเป็นเรื่องเสียเวลา เพราะต่อให้ "บิ๊กตู่" ดำน้ำไปช่วยทีมหมูป่า การเลือกตั้งก็ต้องมีขึ้นต้นปีหน้าอยู่ดี 
    หรือถ้าเปลี่ยนตัว "หมอภาคย์" เป็น "บิ๊กตู่" ไปอยู่กับ ๑๓ หมูป่าเป็นสัปดาห์ ออกมาแล้ว จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีตลอดกาลอย่างนั้นหรือ 
    เมื่อครั้งประเทศไทยเจอภัยสึนามิ นักการเมืองเคยถูกโจมตีว่าใช้ความทุกข์ของประชาชนหาเสียง แม้กระทั่งเหตุน้ำท่วมใหญ่ปี ๒๕๕๔ ก็ยังมีนักการเมืองอัปรีย์หาประโยชน์จากงบประมาณรัฐเพื่อคะแนนเสียงของตัวเอง 
    การบัญชาการโดยนายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งทำได้แค่คำว่า "เอาอยู่" 
    สุดท้ายวันนี้ไม่มีแผ่นดินอยู่! 
    หากมองตามสายการบังคับบัญชา ไม่แน่ใจว่า กรณีกู้ภัยถ้ำหลวงภายใต้รัฐบาลเลือกตั้ง ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร จะถูกแทรกแซงการทำงานจากนักการเมืองที่ต้องการเอาหน้าหรือไม่ 
    แต่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการมหาดไทย วางตัวได้ดี เรียกว่าสมบูรณ์แบบ 
    ไม่มีการแทรกแซงการทำงาน  
    ไม่ไปวางก้ามให้วุ่นวาย
    ปล่อยท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ทำงานเต็มที่ 
    อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนำไปปนกับประเด็นการโยกย้ายผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์จากเชียงรายไปพะเยา เพราะเป็นเรื่องที่เกิดก่อนเหตุการณ์ทีมหมูป่าติดถ้ำ 
    ถ้าจะบอกว่า เด็กติดถ้ำช่วยให้รัฐบาลเผด็จการทหารอยู่รอด แต่รัฐบาลดันไปย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด ที่เป็นฮีโร่ของคนทั้งประเทศ  
    ประเด็นนี้ไม่เป็นคุณกับรัฐบาลเลย
    ยิ่งลงลึกไปถึงสาเหตุการย้าย หากเป็นไปตามที่มีการพูดกันเยอะว่า เพราะขัดขวางกลุ่มผลประโยชน์ เรื่องนี้ต้องทำให้กระจ่าง 
    ถ้าท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ถูกย้าย เพราะสืบเนื่องจากบทสัมภาษณ์ที่ว่า
    “ผมเป็นผู้ว่าฯ ผมมีหน้าที่คุมทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎกติกา ท่านรู้ไหมเชียงรายที่ผ่านมาศักยภาพมันควรจะเจริญขนาดไหน งบประมาณ ๑๐๐ บาท มันควรจะลงให้ถึง ๑๐๐ บาท หรืออย่างน้อย ๙๐ บาท วันนี้ลงแค่ ๓๐-๔๐ บาท 
    เขาถึงส่งผมมา วันนี้ ๒๐ กว่าโครงการ ผมเซ็นไม่ได้ เพราะมันผิดกติกาหมด ผมยอมไปที่ไหนก็ได้ แต่ผมจะไม่ยอมเซ็นโครงการที่ผิด เพราะรู้ว่าผิด ผมยอมย้ายไปที่ไหนก็ได้ ถ้าไปแล้วไม่ปวดหัวอย่างนี้”
    รัฐบาลถูกเชือดชัดๆ ไม่มีทางอยู่รอด เพราะเด็กติดถ้ำได้
    แต่อย่างที่บอก คนละเหตุการณ์คนละเวลา ที่ไม่อาจนำมาสรุปว่าเป็นเรื่องเดียวกันได้
    กรณีคอร์รัปชัน พล.อ.ประยุทธ์ไม่ควรปล่อยให้เรื่องนี้เงียบ  
    ต้องสั่งตรวจสอบให้เกิดความชัดเจน เพราะนโยบายหลักของรัฐบาล คสช.คือ 
    ปราบคอร์รัปชัน! 
    ฉะนั้นด้วยจิตไม่ปกติของพวกหนีคดีไปต่างประเทศ แล้วนั่งเทียนเขียนเหตุการณ์ด่าคนอยู่ในเมืองไทย 
    พวกนี้วิปลาสของแท้. 


ถ้ามีการจัดอันดับ "ข่าวน่ารังเกียจแห่งปี"ผมโหวตให้ ข่าว............"นายกสภามหาวิทยาลัย, กรรมการสภามหาวิทยาลัย"  ที่พยายามทำตัว "เหนือการตรวจสอบ" ตามกฎหมาย ป.ป.ช.ครองอันดับ ๑!

จาก 'มิ่งขวัญ' ถึงคน 'หน้านิ่ง'
'ดูเขา-ดูเรา' ประชาธิปไตยใบสั่ง
ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย
"เลือกตั้ง" มีอะไรมากกว่าที่คิด?