หมูป่าเล่าชีวิตติดถ้ำ แค่ไปเที่ยวเจอน้ำปิดทาง/พระราชทานเลี้ยงฮีโร่


   

     ในหลวงมีพระราชานุญาตให้ใช้พระลานพระราชวังดุสิตจัดเลี้ยงทีมช่วยเหลือหมูป่า ขณะที่ 13 หมูป่าออกจาก รพ.เปิดใจก่อนกลับบ้านผ่านรายการเดินหน้าประเทศไทย เผยตั้งใจเข้าไปสำรวจถ้ำ ไม่ได้มีอาหารติดตัวไป ถึงจุด "เมืองลับแล" เลยเนินนมสาว แล้วกลับมาถึงสามแยกน้ำจึงทะลักเข้ามา เล่าวิธีเอาตัวรอดใช้หินขุดผนังเพื่อหาทางออก กินน้ำจากหินย้อย ถอดบทเรียนจะใช้ชีวิตไม่ประมาท ฝันเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แถมอยากเป็นหน่วยซีลด้วย พร้อมใจบวชหมู่ให้ "จ่าแซม" หมอจิตวิทยาขอพื้นที่ส่วนตัวให้หมูป่ากลับไปใช้ชีวิตปกติ 
     เมื่อวันพุธ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์กรณีนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย เตรียมออกจากโรงพยาบาล และจะพบกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการในช่วงเย็น ว่า  เด็กๆ คงได้รับคำเตือนอยู่แล้ว ก็ขอฝากสื่อที่จะไปถามคำถาม ก็ขอให้ระมัดระวัง ทุกอย่างก็เรียบร้อยและไปด้วยดีแล้ว อะไรที่ไม่สำคัญ ไม่จำเป็น ก็อย่าไปซักไซ้ให้มาก วันนี้ทุกอย่างนั้นดีอยู่แล้ว รวมถึงการรับรู้ทั้งในและในต่างประเทศก็ดีทั้งหมด ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว และเราก็ต้องไม่ทำอะไรให้มันเสียไปกว่าเดิม
    “ขอให้ทุกอย่างจบไปด้วยดีแล้วกัน อย่าให้เสียหาย ยิ่งทำอะไรที่มันมากเกินไป ทั้งเจตนาหรือไม่ บางทีก็จะทำให้เกิดความเสียหาย เพราะเด็กๆ บางครั้งคำถามเขาก็ไม่รู้ ก็ตอบไปด้วยความเป็นเด็ก สื่อต้องระมัดระวังกันหน่อย” นายกฯ กล่าว
    เมื่อถามว่า รูปแบบการจัดงานเลี้ยงขอบคุณเจ้าหน้าที่ร่วมในปฏิบัติการถ้ำหลวงจะเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็เชิญทุกคนมาร่วมงานเลี้ยง มีการจัดอาหาร การแสดง ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานมา ส่วนชาวต่างชาตินั้น ก็ได้เชิญไปแล้ว หากมาได้เขาก็จะมา อย่างไรก็ตาม รายละเอียดการจัดงานที่ชัดเจนต้องประชุมหารือกันอีกที ส่วนสถานที่นั้น นอกจากจะจัดที่กรุงเทพฯ แล้ว อาจต้องมีอีกแผนสำรอง สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมากรุงเทพฯ ได้ เพราะมีคนจำนวนมาก แต่ก็เป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระราชทานกำลังใจให้กับพวกเราทุกคน โดยเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะดูแลในเรื่องนี้ 
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงรัฐบาลจะขอพระราชานุญาตใช้สถานที่เพื่อจัดเลี้ยงผู้ที่มีส่วนช่วยทีม 13 หมูป่าฯ ออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย อย่างปลอดภัยว่า ได้มีพระราชานุญาตมาแล้ว แต่ยังไม่มีการระบุวันที่มา เพราะต้องดูอะไรหลายอย่าง ทั้งลม ฟ้า อากาศ  และต้องดูว่าในช่วงเวลาไหนที่จะมีการใช้พระลานพระราชวังดุสิตทำกิจกรรมอีก เพราะเนื่องจากใกล้วันเฉลิมพระชนมพรรษา รวมถึงต้องดูแขกที่จะมาด้วย ทั้งนี้ เราไม่ได้หวังเลี้ยงว่าใครจะมาหรือไม่มาก็ได้ สุดท้ายกินกันเอง คงไม่ใช่อย่างนั้น เราคงคาดหมายให้เขามา โดยนายกฯมอบหมายให้นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปเจรจากับผู้เกี่ยวข้องในนามรัฐบาล  
    ที่ จ.เชียงราย เมื่อเวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้นำรถยนต์ตู้ของ พม. จำนวน 2 คัน มารับเด็กนักฟุตบอลทีมหมูป่าฯ พร้อมโค้ชรวม 13 คนออกจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ท่ามกลางชาวบ้านที่มารอส่งโบกมือส่งเสียงให้กำลังใจ เดินทางไปยังหอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย เพื่อร่วมแถลงข่าว 
    จากนั้น เวลา 18.05 น. มีการแถลงข่าว “ส่งหมูป่ากลับบ้าน” ถ่ายถอดสดผ่านรายงานเดินหน้าประเทศไทย ทางสถานนีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย นำโดย 1.นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย 2.นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ 3.นางอัปษรศรี ธนไพศาล นักจิตวิทยาคลินิก 4.พญ.พัชนีวรรณ อินต๊ะ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น 5.พ.ท.ภาคย์ โลหารชุน ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 และทหารจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือหน่วยซีลอีก 3 นาย ที่อยู่กับเยาวชนและโค้ชในช่วงรอการช่วยเหลือ โดยมีนายสุทธิชัย หยุ่น เป็นคนสัมภาษณ์
    สำหรับรายชื่อทีมหมูป่าฯ และโค้ช 13 คน ประกอบด้วย 1.ด.ช.ชนินท์ วิบูลรุ่งเรือง (ไตตั้น) 2.ด.ช.ณัฐวุฒิ ทาคำทรง (เติ้ล) 3.ด.ช.ดวงเพชร พรหมเทพ (ดอม) 4.ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม (โน้ต) 5.ด.ช.พรชัย คำหลวง (ตี๋) 6.ด.ช.ภาณุมาศ แสงดี (มิก) 7.ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม (มาร์ค) 8.ด.ช.สมพงษ์ ใจวงศ์ (พงษ์) 9.ด.ช.อดุลย์ สามอ่อน (อดุลย์) 10.นายพิพัฒน์ โพธิ (นิค) 11.นายพีรพัฒน์ สมเพียงใจ (ไนท์) 12.นายเอกรัฐ วงศ์สุขจันทร์ (บิว) 13.นายเอกพล จันทะวงษ์ (โค้ชเอก)
ให้เด็กใช้ชีวิตปกติ
    ก่อนเริ่มสัมภาษณ์ ทีมหมูป่าฯ ได้ทดลองเตะฟุตบอลแบบวอร์มอัพก่อน จากนั้นได้เปิดคลิปทีมหมูป่าฯขณะอำลาทีมหมอ โดยบางคนซาบซึ้งจนน้ำตาไหล ซึ่งทุกคนสุขภาพแข็งแรง น้ำหนักเพิ่มเฉลี่ยคนละ 3 กก.
    โดย นพ.ไชยเวชกล่าวว่า ปกติคนที่ผ่านวิกฤติแล้วอาจจะมีอาการท้อถอยได้ แต่เราพบว่าทีมหมูป่าฯ ไม่มีแบบนั้นเลย กำลังใจดีเยี่ยม มีความแข็งแรงและความเข้มแข็งภายในที่จะเดินต่อ  
    พญ.พัชนีวรรณกล่าวว่า สำหรับสภาพความรู้สึกของน้องๆ ซึ่งจากการตรวจประเมินจิตวิทยา พบว่ามีความเข้มแข็งทางใจดี ตอบรับกับความเครียดที่จะเกิดในสังคมปกติได้ โรงพยาบาลเห็นว่าน้องมีสภาพจิตใจแข็งแรงแล้ว ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง เราเองอยากให้น้องๆ กลับไปใช้ชีวิตเดิมให้เร็วที่สุด กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัว มีชีวิตที่โรงเรียนเป็นปกติ มีการบ้านเหมือนเดิม ไม่มีสิทธิพิเศษอะไร อยากฝากทุกคนให้มีพื้นที่ส่วนตัวกับเขา ให้เขามีโอกาส มีเวลาที่จะอยู่กับครอบครัว โรงเรียน อยู่กับกิจกรรมที่เขารัก ส่วนคำถามต่างๆ ที่จะทำให้เขาลำบากใจ อยากให้มีโอกาสให้น้องๆ เตรียมตัว และมีโอกาสที่จะปฏิเสธไม่ตอบคำถามที่เขาลำบากใจ
    นางอัปษรศรีกล่าวว่า เราพบว่าน้องมีความเข้มแข็งทางใจปรากฏตั้งแต่อยู่ในถ้ำแล้ว มีปัจจัยบวกเยอะมาก สิ่งที่เราเป็นห่วงที่จะเจอข้างนอก ได้มีกระบวนการเตรียมไว้ และน้องเองมีวิธีที่จะรับมือพอสมควร คิดว่าค่อนข้างพร้อม เมื่อออกไปข้างนอกความแข็งแกร่งที่มีอาจมีบางอย่างเหมือนกันที่จะสกัดกั้นพัฒนาการบางอย่างที่เขาเป็น คือการให้เขาได้ใช้ชีวิตปกติ ไม่ต้องระแวงว่าเมื่อเดินๆ อยู่จะมีใครมาดูเขาตอนไหน 
    ขนะที่นายประจญกล่าวว่า ด้วยเดชะพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านได้ทรงห่วงใยน้องๆ  ทั้ง 13 ชีวิต และทีมที่เราไปช่วยเหลือกันทุกตน นอกจากนี้ ด้วยแรงอธิษฐานของคนทั้งโลกใบนี้ ต้องกราบขอบคุณแทนน้องๆ  และขอเชิญน้องและทีมงานทุกคน กราบเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นผู้ดำเนินรายการถามว่า มีเยาวชนทีมหมูป่าฯ 4 คนยังไม่ได้สัญชาติไทย ตรงนี้จะทำอย่างไร นายประจญกล่าวว่า น้องๆ ได้ไปยื่นเรื่องที่อำเภอแล้ว อยู่ในกระบวนการของสำนักทะเบียน ซึ่งมีดำเนินการตามขั้นตอน
    เมื่อถามว่า เหตุใดจึงไปถ้ำหลวง โค้ชเอกบอกว่า เรามีการปรึกษากันตั้งแต่แรก โดยมีน้องๆ เอ่ยปากว่าอาทิตย์หน้าไปเที่ยวถ้ำหลวงกันหรือไม่ เพราะมีบางคนไม่เคยไป ซึ่งนัดกันว่าจะไป จึงวางโปรแกรมซ้อมฟุตบอล โดยมีการอุ่นเครื่องระหว่างทีมสายใต้กับสายเหนือในช่วงเช้า ตอน 10.00 น. พออุ่นเครื่องเสร็จก็ไปที่ถ้ำหลวงกัน เพื่อไปศึกษาว่ามีอะไรบ้าง ต่างคนต่างอยากเห็น โดยเข้าไปลึกจุดเนินนมสาว ไปถึงจุดที่เรียกว่าเมืองลับแลหรือบาดาล ซึ่งก่อนหน้านี้ตน น้องดอม เคยไปมาแล้ว และเคยเจอเหตุการณ์แบบเดียวกัน คือพอมาถึงจุดสามแยกพบว่ามีน้ำนิดๆ ครั้งนี้ก็แบบเดียวกัน มีน้ำนิดๆ ตรงสามแยกเลยลองเข้าไป 
    "ผมถามน้องทุกคนว่าจะไปต่อหรือไม่ ถ้าไปพวกเรามีเวลา 1 ชั่วโมง แล้วต้องออกมาเลยนะ เพราะต้องออกมาก่อนเวลา 17.00 น. เพราะต้องไปส่งน้องตั้นเรียนพิเศษ ยืนยันว่าไม่ได้ไปฉลองวันเกิดใคร แม้จะเป็นวันเกิดน้องไมค์ แต่น้องบอกว่าวันนี้วันเกิด เวลา 17.00 น. ต้องถึงบ้าน เพราะพ่อแม่จัดงานวัดเกิดรอแล้ว"
 ไปถึงเมืองลับแล
    โค้ชเอกเล่าว่า มารู้ว่าติดถ้ำตอนเดินกลับออกมาเลย ตอนเข้าไปเราเดินเลยจุดเนินนมสาว ไปจุดที่เรียกว่า เมืองลับแล หรือบาดาล ซึ่งเป็นแหล่งน้ำ จึงถามทุกคนว่าจะเข้าไปสำรวจหรือไม่ ถ้าไปต้องว่ายน้ำเข้าไป ทุกคนบอกว่าไป โดยส่วนใหญ่ว่ายน้ำเป็น ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าน้ำขึ้นหรือไม่ขึ้น พอเช็กแล้วว่าน้ำไม่ค่อยลึก ก็บอกทุกคนว่ามากันได้ จากนั้นทุกคนทยอยไป จากนั้นมีการเช็กกันว่าระยะทางสามารถไปได้อีก แต่มองนาฬิกาแล้วมันเกินเวลากำหนด จึงบอกน้องว่าให้กลับก่อน ก็พากันกลับมาแบบปกติ
    "พอมาเจอตรงสามแยก น้องบิวตะโกนเราเจอน้ำ ตอนแรกมีน้องคนหนึ่งถามว่าเราหลงทางหรือไม่ ซึ่งไม่หลง เพราะมีเส้นทางเดียว ผมจึงสำรวจอีกครั้งว่าใช่ทางเข้าที่มาหรือไม่ โดยให้น้องถือเชือกไว้ แล้วผมจะจับเชือกและเดินไป โดยบอกสัญญาณน้องๆ ไปว่าถ้ากระตุก 2 ครั้ง แสดงว่าผมออกจากรูไม่ได้ให้ดึงกลับ ผมก็มุดดู ปรากฏว่าข้างล่างเป็นทราย ข้างบนก้อนหิน เลยกระตุกเชือก น้องก็พากันดึง แล้วบอกน้องๆ ว่าเราออกไม่ได้ ต้องหาทางออกใหม่ จึงพากันขึ้นมาบนบก แล้วขุดร่องให้น้ำระบายมา โดยใช้ก้อนหินมาขุด ตอนนั้นเกือบ 17.00 น. ขุดไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่มีท่าทีน้ำจะลด 6 โมงเย็นกว่าแล้ว ทุกคนเลยตกลงว่าไปหาที่นอนก็ได้ ซึ่งผมบอกว่าไม่ต้องกลัว อาจเป็นปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลง จึงไปหาที่นอนกัน แต่ไม่มีขนมอะไรเลย ไม่ได้เตรียมอะไร 
    โค้ชเอกกล่าวว่า เราถอยจากสามแยกเข้าไป 200 เมตร แล้วเจอเนินที่เป็นทราย มีน้ำที่ตกและน้ำย้อยอยู่ จึงบอกน้องๆ ว่าอยู่ใกล้แหล่งน้ำดีกว่า เลยพากันค้างคืนตรงนั้น แล้วก่อนนอนได้บอกให้ทุกคนไหว้พระก่อนนอนกันดีกว่า ตอนนั้นไม่กลัว คิดว่าพรุ่งนี้น้ำน่าจะลด
    เมื่อถามว่า ใครเป็นคนตอบเป็นภาษาอังกฤษกับนักดำน้ำต่างชาติที่เจอคนแรก น้องอดุลย์กล่าวว่า วันนั้นเป็นช่วงเย็น พวกเรานั่งอยู่บนโขดหินด้านบน ได้ยินเสียงเหมือนคนพูดกัน โค้ชเอกจึงให้เงียบๆ ก่อนเพื่อฟัง ปรากฏว่ามันเป็นเสียงคนพูดคุยกันจริง ตอนแรกพวกเราคิดว่าคนไทยหรือเป็นเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ใช่ จากนั้นเขาลุกขึ้นจากน้ำ พวกเราตกใจ เขาเป็นคนอังกฤษ ไม่รู้จะพูดไร ช่วงนั้นมันงงๆ เพราะไม่ได้รับประทานอาหารหลายวัน 
    เมื่อถามว่า มีข่าวว่าจะบวชให้ น.ต.สมาน กุนัน อดีตหน่วยซีล ที่เสียชีวิตระหว่างการช่วยเหลือจริงหรือไม่ โค้ชเอกกล่าวว่า จะไปบวชเพื่ออุทิศบุญกุศลให้ น.ต.สมาน ทุกคนพร้อมใจกันหมด โดยน้องๆ บอกว่าบวชกี่วันก็ได้ โค้ชเอกบวชเท่าไรก็จะบวชเท่านั้น โดยเป็นการบรรพชาหมู่พร้อมกัน 
    นายเอกพลเล่าอีกว่า "ตอนนั้นยังไม่มีความกลัว เพราะคิดว่าวันรุ่งขึ้นจะหาทางออกได้ ซึ่งผมพาน้องๆ เดินหาทางออก และคอยดูเวลาตลอด พร้อมหาแหล่งน้ำในถ้ำกินไปด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากหินย้อย ซึ่งเป็นน้ำที่สะอาด รสชาติเหมือนน้ำเปล่าทั่วไป แต่ไม่มีอาหารประทังชีวิต เมื่อเริ่มหิวก็ต้องอาศัยกินน้ำเพื่อประทังชีวิตอย่างเดียว ก่อนจะรู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอประมาณวันที่ 2 ก็บอกให้ทุกคนอยู่นิ่งๆ และใช้ไฟฉายทีละกระบอก ซึ่งใช้ได้จนถึงวันที่ 2 ก.ค. และเป็นวันที่ 10 ขณะที่น้องๆ ทุกคนเริ่มอ่อนแรง"
    ด.ช.ชนินทร์กล่าวว่า เริ่มอ่อนแรง หิวมาก โดยไม่นึกถึงกับข้าวเลย เพราะจะทำให้หิวกว่าเดิม
    นายเอกพลกล่าวอีกว่า ก่อนจะมีการใช้หินเริ่มขุดผนังเพื่อหาทางออก แต่ถ้าไม่เจอ หมายความว่าเราโดนปิดตายสองชั้น ก่อนได้ยินเสียงน้ำไหลมา จึงบอกให้เด็กๆ ขึ้นไปอยู่ที่สูงขึ้น ก่อนที่น้ำจะขึ้นสูงเกือบ 3 เมตร ก่อนตัดสินใจว่า ทางข้างล่างไม่สามารถใช้ได้แล้ว จึงต้องเริ่มขุดผนังเพื่อหาทางออก โดยสลับกันขุดทีละคน ซึ่งแรงค่อยๆ หมดไป โดยอาศัยการกินน้ำเพื่อแก้หิวเท่านั้น ช่วงเย็นจะลงมาบริเวณเนินที่อยู่ใกล้น้ำเช่นเดิม
    หน่วยซีล (ใบเตย) กล่าวว่า เมื่อเข้าไปถึงได้ทดสอบกำลังใจทั้ง 13 คน และถามเด็กว่าสู้ไหม ตนได้พกยารักษาโรค และไฟฉาย ซึ่งเมื่อไปถึงก็แจกจ่ายแผ่นฟอยล์สำหรับให้ความอบอุ่นแก่เด็กๆ และต้องใช้ปูพื้นด้วย เนื่องจากพื้นบริเวณดังกล่าวเป็นโคลนและชื้น หากไม่ปูจะนอนไม่ได้ ทำให้ฟอยล์สำหรับผู้ใหญ่ไม่พอเพียง ตนจึงใช้เศษที่เหลือมาทำเป็นเกาะอกและกระโปรง ซึ่งเหมือนกับชุดของใบเตย อาร์สยาม
ฝันเป็นนักบอล-หน่วยซีล
     เมื่อถามถึงกิจกรรมระหว่างเด็กกับทีมงานช่วงอยู่ในถ้ำ บิวบอกว่า เล่นหมากฮอส โดยมีพี่ใบเตยเป็นแชมป์ถ้ำ หรือ คิง ออฟ เคฟ ซึ่งตนได้พยายามจำแผนการเล่นของพี่เตยไว้ โดยเขาเล่นเป็นสามเหลี่ยม
    เมื่อถามถึงความทรงจำที่มีต่อหน่วยซีล นายเอกพลบอกว่า เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เพราะกินนอนด้วยกัน มาร์คบอกว่า พี่ใบเตยเหมือนพ่อ เพราะเขาเรียกตนว่าลูก
    เมื่อถามถึงการจากไปของจ่าแซม นายเอกพลกล่าวว่า รู้สึกเสียใจ และประทับใจที่จ่าแซมยอมเสียสละชีวิตเพื่อป้องกัน 13 หมูป่า พิธีกรขอให้ทีมหมูป่าส่งตัวแทนออกมาอ่านข้อความไว้อาลัยของหมูป่า ซึ่งเขียนบนรูปวาดของจ่าแซม ซึ่ง “ไตตั้น” เป็นตัวแทนอ่านคำไว้อาลัย  
    เมื่อถามว่าได้บทเรียนอะไรจากการติดถ้ำ นายเอกพลกล่าวว่า ซาบซึ้งน้ำใจของทุกคน และจะใช้สติอย่างมีประโยชน์ ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าที่ตัวเองได้ประสบภัยในครั้งนี้ จะใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท จะเช็กให้ดีว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ น้องตี๋กล่าวว่า จะเป็นคนดีของสังคม อดุลย์กล่าวว่า ทำให้รู้ว่าการใช้ชีวิตประมาท ไม่คิดก่อนทำจะเป็นสิ่งที่ส่งผลกับเราในวันข้างหน้า ตนจะใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท และใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าที่สุด
    ถามว่า ความฝันเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่ น้องมาร์คกล่าวว่า ไม่เปลี่ยน ยังคงอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และจะเข้มแข็งอดทน น้องไตตั้นกล่าวว่า ทำให้อดทนเข้มแข็ง ไม่ท้อ และรู้ถึงคุณค่าในตัวเอง น้องบิวบอกว่า อยากเป็นนักฟุตบอลเหมือนเดิม และอยากเป็นหน่วยซีลด้วย ส่วนน้องมิกกล่าวว่า อยากเรียนจบสูงๆ ทำงานดีๆ และเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ ส่วนพงศ์กล่าวว่า อยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และเป็นหน่วยซีล เพราะอยากช่วยคน เติ้ลบอกว่า อยากเรียนจบสูงๆ ก่อน โน้ตกล่าวว่า อยากเรียนจบสูงๆ และเป็นนักฟุตบอลอาชีพ นิกกล่าวว่า อยากเรียนจบสูงๆ และเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ไนท์กล่าวว่า อยากเรียนจบสูงๆ และอยากติดทีมชาติ
    เมื่อถามว่า ถ้ามีคนชวนกลับไปถ้ำจะไปอีกไหม นายเอกพลกล่าวว่า ถ้าชวนอาจไม่ไป แต่ถ้าหน่วยงานขอให้เป็นไกด์ อาจจะเป็นไกด์ให้ แต่เป็นไกด์แค่หน้าถ้ำ ส่วนที่เหลือให้พี่ๆ เขาไปกัน
    หมอภาคย์กล่าวเสริมว่า ตามแผนที่คุยกับ ดร.แฮร์ริส มาร์คจะอยู่ใน 6 คนแรกที่ได้ออกจากถ้ำ ปรากฏว่าอุปกรณ์มีจำกัด โดยไม่มีหน้ากากขนาดเล็ก จึงเหลือแค่ 4 คน มาร์คจึงตกขบวน ต่อมาวันที่สอง มาร์คจัดอยู่ในคิวแรก แต่ ดร.แฮร์ริสบอกว่ายังไม่มีหน้ากากสำหรับเด็กให้รอไปก่อน จึงต้องให้มาร์คออกวันสุดท้าย 
    ถามต่อว่า มีวิธีคัดเลือกเด็กๆ ออกมาจากถ้ำอย่างไร นายเอกพลกล่าวว่า จะมีตนและหน่วยซีลปรึกษากัน ซึ่งพี่หน่วยซีลบอกให้ตนพิจารณาดู ทุกคนบอกว่าใครออกก่อนก็ได้ ไม่ซีเรียส ตนจึงตัดสินใจว่าให้ชุดแรกเป็นคนที่อยู่บ้านไกลออกไปก่อน 
    เมื่อถามว่า กลับไปบ้านอยากบอกอะไรกับพ่อและแม่ ซึ่งน้องๆ ทุกคนกล่าวขอโทษพ่อแม่ที่เป็นเด็กดื้อ ต่อไปนี้จะบอกตลอดว่าไปไหน 
    นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 เปิดเผยว่า กระบวนการดูแลเยาวชนนักฟุตบอล และผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คน จากนี้จะส่งทีมจิตแพทย์ไปติดตามอาการ หลังจากกลับบ้านไปพักฟื้น 1 สัปดาห์ โดยจะติดตามเดือนละ 1 ครั้ง ตั้งแต่ ส.ค.-ต.ค. จากนั้นจะแบ่งการติดตามเป็น 6 เดือน/ครั้ง ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2 ปี
    วันเดียวกัน กรมสุขภาพจิตประชุมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญสุขภาพจิตเด็กประเทศออสเตรเลียและทีมเอ็มแคทจังหวัดเชียงราย วางแผนการติดตามเฝ้าระวังอาการทางจิตใจของทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คนต่อเนื่อง โดยน.ต.นพ.บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญแนะนำเด็กควรได้รับการปกป้อง ไม่ให้ต้องเผชิญกับสื่อหรือหน่วยงานใดๆ นอกเหนือจากกลุ่มบุคคลคุ้นเคยที่คอยดูแล. 


ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ?     เป็นข่าวใหญ่โตว่า ประชาธิปัตย์ถูกหักหลัง  เพราะนโยบายรัฐบาล ไม่พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ประชาธิปัตย์เสนอหรือถ้ามี ก็ไม่ใช่นโยบายเร่งด่วน 

จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?
"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?
เศรษฐกิจ 'ชี้ขาด' รัฐบาลลุงตู่
ทักษิณ 'วางมือหรือวางเพลิง'
นัยการ 'ไป' ของธนาธร