เลวร้ายที่สุด


   

    สงสัยฝรั่งบางพวกกลัวว่าคนไทยจะสำลักความสุข อิ่มเอิบกับความรัก ที่พาหมูป่าออกจากถ้ำมาได้ 
    ก็ขัดจังหวะซะหน่อย!
    เลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี อินเตอร์เนชั่นแนล ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงพลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  กระตุ้นให้ทางการไทยจัดทำข้อตกลงชั่วคราว เพื่อพักใช้การประหารชีวิตอย่างเร่งด่วน 
    และให้มีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อขจัดโทษประหารชีวิตออกจากกฎหมายไทยสำหรับความผิดทุกประเภท
    แคทเธอรีน เกอร์สัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายรณรงค์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของแอมเนสตี อินเตอร์เนชั่นแนล เธอบอกว่า...
    ...ไม่ว่าจะเป็นความผิดแบบใด ไม่ว่าจะเป็นนักโทษคนไหน หรือไม่ว่าจะใช้วิธีประหารชีวิตแบบใด ไม่มีเหตุผลใดที่สร้างความชอบธรรมในการใช้โทษประหารชีวิต เพราะถือว่าเป็นการลงโทษที่เลวร้าย และไม่ควรเป็นส่วนหนึ่งของระบบยุติธรรมทางอาญา...
    ...รัฐบาลไทยต้องยืนยันพันธกิจของตนที่มีต่อสิทธิมนุษยชน โดยการทำข้อตกลงชั่วคราวเพื่อพักใช้การประหารชีวิตโดยทันที ซึ่งถือเป็นก้าวย่างแรกที่นำไปสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิตในที่สุด เพราะในความเป็นจริงแล้ว โทษประหารชีวิตไม่ได้ส่งผลให้มีการยับยั้งการกระทำความผิด และไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาอย่างถาวรสำหรับญาติของผู้ที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม โทษประหารชีวิตไม่ได้เป็นทางออกใดๆ เลย...
    ที่จริงก็อยากเห็นผลวิจัยว่าโทษประหารไม่ส่งผลให้มีการยับยั้งการกระทำความผิด อยากรู้ว่าไปวิจัยในสังคมไหน สิ่งแวดล้อมอย่างไร 
    และโดยใคร
    เพราะเท่าที่เคยอ่านงานวิจัย ในชั้นหนังสือห้องสมุดธรรมศาสตร์ ไม่น่าจะนำมาอ้างว่าคืองานวิจัยที่สรุปได้ว่าโทษประหารไม่ส่งผลให้มีการยับยั้งกระทำความผิด
    เนื่องจากเป็นงานร้อยเรียงทางวิชาการมากกว่า เป็นการนำคำกล่าวของบรรดาปราชญ์ ผู้รู้ ที่ไม่เห็นด้วยกับโทษประหารมาต่อเรียงกัน
    ฉะนั้นไหว้วานเจ้าหน้าที่แอมเนสตีที่เป็นคนไทยลองขอเข้าไปสัมภาษณ์นักโทษในคุก นั่นจะถือเป็นงานวิจัยของแท้  
    จะได้คำตอบที่ทุกคนปฏิเสธไม่ได้
    และงานวิจัยในสังคมที่แตกต่างกัน ผลที่ออกมาก็จะแตกต่างกันไปด้วย
    ยุโรป โดยเฉพาะยุโรปตอนเหนือ มีการก่ออาชญากรรมที่ต่ำมาก ผิดกับไทยหรืออเมริกา ฆ่ากันเป็นรายวัน ยาเสพติดเกลื่อน
    ก็เป็นข้อคิดว่าการนำมาตรฐานของสังคมหนึ่งไปใช้ในอีกสังคมหนึ่ง ซึ่งแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงนั้น เหมาะควรหรือไม่ 
    อีกเรื่อง คณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหภาพยุโรปแถลงเมื่อวันพุธสรุปความว่า อียูจะไม่กลับสู่ระดับความสัมพันธ์ตามปกติกับไทย จนกว่าจะมีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย
    และมีพัฒนาการด้านสิทธิมนุษยชน
    ก็ไม่เป็นไร
    ต้นปีหน้าหลังเลือกตั้ง สิทธิมนุษยชนไทยคงดีขึ้นทันตาเห็น ต่อให้มีฆ่าตัดตอนเป็นพันศพ
    เอาไว้ให้รัฐบาลประชาธิปไตยคุยกับอียู ยกระดับความสัมพันธ์ขึ้นมาใหม่ เพราะคุณค่าของมนุษย์เขาวัดกันที่ประชาธิปไตย กับการเลือกตั้ง  
    แต่....ก็เห็นอียูเข้าไปทำมาหารับประทานในจีนกันสลอน
    เยอรมันเข้าไปยึดหัวหาดอุตสาหกรรมรถยนต์ ไม่เห็นมาบ่นรอให้จีนมีการเลือกตั้งก่อน 
    สุดท้ายมันก็เรื่องผลประโยชน์ สิทธิมนุษยชนอุปโลกน์ขึ้นเพื่อต่อรองทางเศรษฐกิจกับชาติที่ด้อยกว่า 
    ก็แค่การล่าอาณานิคมยุคใหม่. 


พรุ่งนี้ (๑๙ ตุลา ๖๑)ใครเบื่อ "นั่งกิน" ข้าวเที่ยงจำเจ ก็แวะมา "ยืนกิน" ที่ไทยโพสต์นี่นะ จะเป็นมงคลมาช่วยเลือกชิมกันหน่อย เพราะปีนี้ "พระโคเสี่ยงทาย" กินน้ำ-หญ้า-สุรา ขึ้นรอบปีที่ ๒๓ ไทยโพสต์ ข้าวปลาอาหาร จึงกระเดียดไปทาง มากันมากเป็นพิเศษ

ตามรอย '๑๓ หมูป่าท่องโลก'
คำว่า 'สืบทอดอำนาจ' มาอีกแล้ว
'ยุทธศาสตร์ชาติ' ฉบับชาวบ้าน
เงาสะท้อน 'ประเทศ' วันนี้
"พ่อ-แม่" รังแก "โอ๊ค"?
'บวกทั้งประเทศ' ที่จะเป็นจริง