ก๊วนอุบลเสร็จพลังดูด 'สุพล'นำอดีตส.ส.แห่ต้อนรับ'บิ๊กตู่'อ้างจว.เชิญมา


   

    “ประยุทธ์” นำทีมเหยียบถิ่นอีสานตอนล่าง “อำนาจเจริญ-อุบลราชธานี”   อารมณ์ดีขนาดหนักทั้งเซิ้ง-ลำซิ่งกับชาวบ้าน ลั่น “ยิ่งใกล้เลือกตั้งยิ่งลงพื้นที่ ยิ่งมีคนเกลียดยิ่งวิ่งเข้าหา” ตอกย้ำเลือกใครต้องดูให้ดี พร้อมส่งสารให้คนไม่ดีหยุดเคลื่อนไหว หยุดขัดแย้งแบ่งฝักฝ่ายเพราะเดือนนี้มีสีเหลืองสีเดียว “สุพล ฟองงาม” พ่วงอดีต ส.ส.มาต้อนรับพรึ่บ บอกจังหวัดเชิญมา   
    เมื่อเวลา 07.00 น.ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะได้ออกเดินทางไปตรวจราชการจังหวัดอำนาจเจริญและอุบลราชธานี ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 5/2561 ในวันที่ 24 ก.ค.
     โดยเมื่อถึง จ.อำนาจเจริญ คณะนายกฯ ได้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้ผักอินทรีย์ เมืองธรรมเกษตร ไร่ภูตะวัน ออร์แกนิกฟาร์ม บ้านหนองเม็ก ต.คึมใหญ่ อ.เมืองอำนาจเจริญ โดยมีตัวแทนเกษตรกรนำผ้าขาวม้าผูกเอวนายกฯ ท่ามกลางเสียงปรบมือของประชาชนที่มารอต้อนรับ จากนั้นผู้บริหารโครงการได้บรรยายสรุปความเป็นมา ในขณะที่นายกฯ กล่าวว่าดีใจที่ได้เจอทุกคน แม้ยังไม่สบายมีไข้ก็ต้องมา เพราะคิดถึงกัน และอิจฉาคนที่นี่เพราะมีอากาศดี แต่กรุงเทพฯ ทั้งร้อน ฝนตก รถติด ที่นี่อากาศดีและมีฝนตก
“ระหว่างเดินทางมาได้คุยกับรองนายกฯ ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล จึงขออย่ามองว่ามาเรื่องการเมือง อะไรก็เป็นการเมืองไปทั้งหมด แต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่วันนี้มุ่งหวังดูปัญหาที่มีอยู่เพื่อแก้ไขให้เร็วขึ้น เพราะในวันหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงได้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามา ที่ผ่านมามีการทำงานมาหลายรัฐบาลแล้ว ซึ่งวันข้างหน้าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่จะเริ่มต้นให้ได้วันนี้ก่อน”
    นายกฯ กล่าวว่า ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะการเลือกผู้นำที่ผิด จะมาโทษรัฐบาลฝ่ายเดียวไม่ได้ จึงอยากให้ประชาชนพิจารณาก่อนจะเลือกใครมาเป็นผู้นำ เพราะคนนั้นจะต้องรับผิดชอบ เหมือนกับการเลือกผู้ใหญ่บ้าน หรือ อบต. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เวลาที่เกิดปัญหาชาวบ้านก็ไปแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นได้เลย ซึ่งวันนี้มาลงพื้นที่ไม่ได้เอาเงินล้านมาแจกมาหว่าน ไม่ได้มาหาเสียง แต่เป็นเงินที่ทำให้ทุกพื้นที่ทั้งประเทศ กลุ่มจังหวัดอีสานที่นี่มีการเสนอของบประมาณเข้ามาวงเงินนับหมื่นล้านบาท ทั้งเรื่องเส้นทางรถไฟ ถนน และการปรับปรุงการท่องเที่ยว สิ่งเหล่านี้จะดูให้ โดยจะพิจารณาแก้ไขในส่วนที่ยังบกพร่องหรือมีปัญหาจริงๆ 
    “ยิ่งใกล้เลือกตั้งผมยิ่งต้องลงพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ และการเลือกตั้งครั้งต่อไปเมื่อมีรัฐบาลใหม่ ต้องเป็นรัฐบาลที่ไปได้ทุกที่ ยิ่งมีคนเกลียดผมก็ต้องวิ่งไปหา ใครจะไม่ชอบผมก็ไม่เป็นไร แต่ทหารทุกคนรักชาวบ้าน ทุกที่มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ตอนนี้เราแบ่งฝ่ายกันไม่ได้ เพราะทุกคนเป็นสีเดียวกัน เดือนนี้ทุกคนเป็นสีเหลือง มีความเป็นคนไทยร่วมใจกัน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    จากนั้นนายกรัฐมนตรีเดินพบปะประชาชน โดยช่วงหนึ่งได้พบกับศึกษานิเทศก์จังหวัด พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวว่า ขอให้ครูใส่ใจเรื่องการเรียนการสอนให้ความรู้แก่นักเรียน ไม่ใช่ไปสนใจเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายครู ส่วนครูคนไหนที่เป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้ เป็นหนี้แล้วไม่ใช้คืนได้อย่างไร ครูกับเกษตรกรไม่เหมือนกัน เพราะเกษตรกรไม่มีเงินเดือน ยังมีความยากจน รัฐบาลจึงต้องดูแลเกษตรกรมากสักหน่อย  ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลให้ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ได้รับโอกาสและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเช่นกัน
ลั่นไม่ได้รังเกียจใคร
    ต่อมา ด.ช.กิตติภณ โสดาภักดิ์ หรือน้องต้นกล้า อายุ 4 ขวบ ตะโกนบอกนายกฯ ว่า "ท่านนายกฯ  ผมอยากเป็นทหารครับ ไหนแม่ทัพครับ" ทำให้นายกฯ ยิ้มพร้อมตรงรี่เข้าไปอุ้มน้องต้นกล้าพร้อมบอกว่า  "ถ้าอยากเป็น ไปกับลุงเลยเอาไหม" น้องต้นกล้าตอบว่า "รอให้ผมโตก่อน" ซึ่งสร้างเสียงหัวเราะให้แก่นายกฯ ก่อนกล่าวชมว่า "กล้าเหมือนชื่อ" จากนั้นได้มีชายคนหนึ่งบอกกับนายกฯ กำลังลงสมัคร ส.ส. จึงมาให้กำลังใจนายกฯ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ยิ้มเจื่อนๆ พร้อมกล่าวว่า “เลิกทำอะไรเก่าๆ ต้องทำใหม่ในฐานะคนรุ่นใหม่ สร้างความความยั่งยืน ใครที่หาเสียงแล้วทำไม่ได้ก็อย่าไปหา ผมไม่ได้รังเกียจใครอยู่แล้ว”
    จากนั้นเวลา 12.00 น. คณะนายกฯ ได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์แพทย์แผนไทยพนา อ.พนา ซึ่งมีชาวบ้านมาต้อนรับกว่า 1,000 คน โดยทันทีที่ถึงชาวบ้านได้ผูกผ้าขาวม้าพื้นบ้านให้นายกฯ และคณะ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ร่วมรำประกอบเพลงอำนาจเจริญกับชาวบ้านอย่างอารมณ์ดี ก่อนรับฟังบรรยายสรุปโครงการเมืองสมุนไพรอำนาจเจริญ และชมการสร้างเครือข่ายผู้ปลูกสมุนไพรในชุมชน 
    ทั้งนี้นายกฯ กล่าวว่า การปลูกอะไรขอให้คำนึงถึงความคุ้มค่า โดยรัฐบาลพร้อมดูแล แต่ต้องเพิ่มมูลค่าให้สมุนไพรเพื่อลดค่ารักษาพยาบาล ก่อนระบุว่าตนเองเป็นไข้หวัดอยู่ หายามาแก้ไข้หวัดให้หน่อย ขณะที่มีชาวบ้านบอกว่าฝากประเทศชาติด้วย ซึ่งนายกฯ ตอบว่าประเทศเราต้องช่วยกันรักษา ทำอะไรก็ได้ที่เกิดประโยชน์ ทำคนเดียวไม่ได้ วันนี้มาเดินหน้าประชารัฐ ไม่ใช่เพื่อเอาเงินมาแจก ทุกรัฐบาลต้องทำแบบนี้ หาจุดศูนย์กลาง อย่ากลัวว่าจะเป็นรัฐบาลต่อหรือจะมาผูกขาดอำนาจ เพราะอำนาจอยู่ที่พวกเราทุกคน 
    “เรื่องเลือกตั้งอยู่ที่พวกเราจะตัดสินใจ และนายกฯ ไม่มีมาหาเสียง ประชาชนจะเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่วันนี้เราคือคนไทยต้องช่วยกัน ส่วนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีมีไว้เพื่ออนาคตของพวกเรา เป็นการร่างเอาไว้ เมื่อถึงเวลารัฐบาลก็เอามาทำ ดูว่าอะไรทำก่อนทำหลัง เข้าใจกันบ่ วันนี้มาด้วยใจจริงๆ ไม่เคยเกลียดชังใคร ขออย่าเพิ่งเบื่อกันนะ ไม่ได้มาบังคับใคร เพราะบังคับใครไม่ได้ แต่ก็ต้องมีกฎหมาย ไม่อย่างนั้นก็ตีกันแบบนี้ แต่ถ้ายังตีกันก็คงต้องบ๊ายบาย”
    ทั้งนี้ช่วงหนึ่งชาวบ้านได้ชมนายกฯ ว่าหล่อ หุ่นดี ซึ่งนายกฯ กล่าวตอบว่าปากหวาน พร้อมบอกว่าอย่าซื้อหวยกันเยอะ ซึ่งชาวบ้านบอกว่านายกฯ ใบ้หวยให้หน่อย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าเรื่องนี้แล้วแต่คน แล้วแต่โชค นายกฯ บอกหวยไม่ได้ วันนี้ต้องช่วยตนเองด้วย เราขัดแย้งกันไม่ได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะใครก็ตาม ไม่เคยเหนื่อย แต่ก็ต้องพยายามทำอาจใช้เวลาหน่อย เดี๋ยวทุกอย่างก็จะมา ใจเย็นๆ 
แนะบอกคนไม่ดีหยุดได้แล้ว
    ทั้งนี้ช่วงหนึ่งชาวบ้านได้มอบกระเช้าผ้าพื้นเมืองให้นายกฯ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ถามว่าราคาเกิน  3,000 บาทหรือเปล่า ชาวบ้านตอบว่าเกิน นายกฯ จึงให้ทีมงานจ่ายเงิน พร้อมระบุว่าเดี๋ยวโดนฟ้องคดีอีก ตอนนี้ถูกจับตามอง แม้แต่ไปต่างประเทศก็ถูกจับตาผ้าพันคอ นายกฯ ไม่เอาของฟรี พร้อมกันนี้ชาวบ้านขอให้นายกฯ กลับมาเยี่ยมอีกในปีหน้า โดย พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าถ้ามาได้ก็จะมา นอกจากนี้ประชาชนยังขอให้บริหารประเทศไปนานๆ เพราะประเทศสงบดี ซึ่งนายกฯ บอกว่าให้ไปบอกคนไม่ดีให้หยุดได้แล้ว ขอให้ช่วยด้วย วันนี้แม้จะกลับไปแล้ว ไปแต่ตัวแต่หัวใจยังอยู่อำนาจเจริญ 
    จากนั้นแพทย์แผนไทยพนา คลินิกบริการแพทย์แผนไทย ได้สาธิตการนวดประคบขาเป็นเวลา 10  นาทีให้นายกฯ และคณะ ก่อนที่จะไปร่วมปลูกต้นรวงผึ้งกับรัฐมนตรีที่ร่วมคณะมาด้วย ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้นายกฯ อารมณ์ดีเป็นพิเศษในช่วงที่ทักทายประชาชน นอกจากร่วมรำประกอบเพลงอำนาจเจริญกับชาวบ้านแล้ว ในช่วงท้ายยังได้ร่วมลำซิ่งกับชาวบ้านด้วย
    ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่วัดหนองป่าพง ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี คณะได้เข้ากราบสักการะพระอัฐิธาตุของพระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท) พร้อมทั้งนมัสการพระราชภาวนาวิกรม  (หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง ในฐานะพระราชาคณะ จ.อุบลราชธานี โดยนายกฯ ได้ถือโอกาสนั่งสมาธิอธิษฐานจิตร่วมกับประชาชนเป็นเวลาประมาณ 10 นาที ก่อนสนทนาธรรมกับหลวงพ่อเลี่ยม 
    โดยหลวงพ่อเลี่ยมสนทนาธรรมว่า ในโอกาสที่นายกฯ มาเยี่ยมขออนุโมทนาให้สมดั่งเจตนา บารมี พระศรีรัตนตรัยปกป้องคุ้มครองให้มีสุขภาพร่างกายที่เข้มแข็งและแข็งแรง เป็นที่พึ่งของประชาชน และทำให้เกิดความสงบสุขต่อไป ทั้งนี้ในระหว่างนายกฯ ทำสมาธิ หลวงพ่อเลี่ยมได้เทศน์เกี่ยวกับการครองสติและความใจเย็นว่า ความใจเย็นจะสามารถนำมาซึ่งการแก้ไขปัญหาต่างๆ รวมถึงการทำสมาธิจะช่วยพัฒนาจิตใจให้เข้มแข็ง สงบ มีสติในการใช้ชีวิต ปราศจากความขุ่นข้องหมองใจด้วย 
    ก่อนนายกฯ เดินทางกลับได้กล่าวกับประชาชนที่มาร่วมนั่งสมาธิว่า การพิจารณาโครงการของ 4  จังหวัดอีสานตอนล่าง จะพิจารณาให้ตามความเหมาะสมและจำเป็น แต่เชื่อมั่นว่าจะทำให้เกิดความยั่งยืนในพื้นที่อีสาน จึงขอฝากเอาหัวใจของทหาร รัฐบาลไว้กับพวกเราทุกคนด้วย เพราะทุกคนคือลูก หลาน ไม่มีใครเป็นศัตรูกัน เราเป็นคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น วันนี้เราต้องเดินไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน ขออนุโมทนาบุญให้พระได้ปกปักรักษาพวกเราทุกคน
    ทั้งนี้ขณะที่นายกฯ เดินทางมาถึงศาลาในวัดหนองป่าพง ปรากฏว่าฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก กระทั่งมาหยุดตอนที่นายกฯ เดินทางออกจากศาลาแล้ว โดยการลงพื้นที่ของนายกฯ ที่ จ.อุบลราชธานี  ได้ใช้รถยนต์โตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด สีขาว เลขทะเบียน กม 711 อุบลราชธานี 
    ต่อมาเวลา 16.30 น. คณะ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางถึงสวนพฤกษศาสตร์ดงฟ้าห่วน ต.ขามใหญ่ อ.เมืองอุบลราชธานีเพื่อปลูกต้นรวงผึ้ง โดยมีนักเรียนโรงเรียนนารีนุกูล และกลุ่มนักปั่นจักรยาน จ.อุบลราชธานีให้การต้อนรับ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้มีคนพูดว่านายกฯ มาจะได้งบเท่าไหร่ ต้องบอกว่าไม่ได้มาจับสลากหวย เพราะต้องเอาโครงการมาดูว่าเกี่ยวกับเรื่องใด และการลงพื้นที่ไม่ได้มาเพื่อทำให้คนรัก เพราะถึงไม่รักก็จะมา ไม่ต้องการให้ใครรัก แต่ขอให้ทุกคนรักแผ่นดินของตัวเองก็พอ 
อดีตนักการเมืองมารับอื้อ
 จากนั้นเวลา 17.30 น. พล.ประยุทธ์เดินทางมาถึงสวนสัตว์อุบลราชธานี เพื่อเป็นสักขีพยานมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ โดยมีประชาชนรอให้การต้อนรับประมาณ 1,500 คน และมีนักการเมืองท้องถิ่นและนักการเมืองระดับชาติมารอต้อนรับจำนวนมาก โดยในส่วนอดีต ส.ส.อุบลราชธานี มีอาทิ นายสุพล ฟองงาม อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย, นายสุชาติ ตันติวณิชชานนท์ อดีต ส.ส.พลังประชาชน, นายโกวิทย์ ธรรมานุชิต อดีตผู้สมัคร ส.ส.ไทยรักไทย, นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์, นายประจักษ์ แสงคำ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ส่วน จ.ศรีสะเกษ มีอาทิ นายอมรเทพ สมหมาย อดีต ส.ส.ชาติพัฒนา, นายศิริพงษ์ อังคะสกุลเกียรติ อดีต ส.ส.ชาติไทย ส่วน จ.อำนาจเจริญ มีอาทิ นายบวรศักดิ์ คณาเสน อดีต ส.ว.อำนาจเจริญ ส่วน จ.ยโสธร มีนายรณฤทธิชัย คานเขต  อดีต ส.ส.ไทยรักไทยไทย โดยนักการเมืองที่มาให้การต้อนรับส่วนใหญ่มีรายชื่อเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ 
อย่างไรก็ตาม เมื่อนายกฯ มาถึงไม่ได้ทักทายกลุ่มนักการเมืองเหล่านี้ มีเพียงนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรมเท่านั้นที่ทักทายกลุ่มนักการเมืองที่มารอต้อนรับ
ขณะที่นายสุพล ฟองงาม อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ที่มาวันนี้เพราะเป็นเจ้าของพื้นที่ โดยได้รับเชิญจากจังหวัดเช่นเดียวกับอดีต ส.ส.คนอื่น และไม่ทราบล่วงหน้าว่านักการเมืองคนใดจะมาบ้าง  ส่วนที่มองว่าเป็นการแสดงพลังของพรรคพลังประชารัฐนั้น ไม่ทราบ เพราะขณะนี้ยังเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ส่วนอนาคตจะตัดสินใจเร็วๆ นี้
นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวเช่นกันว่า ได้รับเชิญจากจังหวัดให้มาต้อนรับนายกฯ ในฐานะที่พื้นที่แห่งนี้เป็นเขตเลือกตั้งของตนเอง โดยยืนยันว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งในนาม ปชป.ต่อไป
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับชาวบ้านที่มารอต้อนรับตอนหนึ่งว่า ขอยืนยันว่ารัฐบาลจะดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยคนที่รายได้น้อยต้องได้รับการดูแลก่อน ส่วนที่วิจารณ์ว่าจะสืบทอดอำนาจ ขยายเวลาต่อ ถามกลับว่าได้อะไรกลับมา ทำไมต้องให้คนด่าตั้ง 4 ปีที่ผ่านมา ที่ทรมานเพราะอ่านหนังสือพิมพ์และดูโทรศัพท์ วันนี้เลิกอ่านแล้ว ใครด่าจะชกปาก เพราะที่ผ่านมาไม่เคยทำร้ายใคร จึงมีสิทธิ์ไม่ให้ใครมาเหยียบย่ำได้ 
“เรื่องที่ว่าใครดูด ถามว่าใครมาดูดใคร ไปพรรคอะไรมันเรื่องของท่าน จะไปดูดอะไร เพราะวันนี้ประชาชนเขาเลือกเอง ต้องเลือกคนดีๆ เลือกแบบเดิมทุกอย่างก็ตาย วันนี้ใครเกลียดผม ไม่ชอบผม ขอให้เลิกอ่านหนังสือพิมพ์สัก 5 วันแล้วจะรักผมขึ้นอีกหน่อย ผมไม่เคยเกลียดใคร ที่ผ่านมาเป็นทหารมา 40 ปี มาได้ถึงวันนี้ไม่ได้ไขว่คว้ามา แต่มาเพราะความจำเป็น วันหน้าใครทำดีกว่านี้ก็แล้วแต่ อยู่ที่ประชาชนจะเรียกหา ผมพยายามทำเต็มที่ ไปไหนก็ไหว้พระอธิษฐานให้คนไทยตลอด ไม่ได้ให้ตัวเอง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว  
ต่อมาเวลา 19.00 น. ที่ลานเทียน มณฑลพิธีทุ่งศรีเมือง จ.อุบลราชธานี คณะได้สักการะอนุสาวรีย์พระปทุมวรราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง) ผู้ก่อตั้งและครองเมืองอุบลราชธานี ก่อนเป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา ประจำปี 2561 “ฮีตศรัทธา ราชธานีแห่งเทียน” จากนั้นทำพิธี  “สวมยอดต้นเทียน” เพื่อเปิดงาน ก่อนนั่งรถสามล้อถีบไปร่วมกิจกรรมงาน “ชื่นสุขี ศรีวนาลัย” ที่ลานขวัญเมือง ซึ่งติดกับมณฑลพิธีทุ่งศรีเมือง ก่อนเดินทางกลับเข้าที่พัก
    วันเดียวกัน นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ ระบุในการลงพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญว่า ยิ่งใกล้เลือกตั้งยิ่งต้องลงพื้นที่ และยิ่งมีคนเกลียดต้องวิ่งไปหา ว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นนักการเมืองเต็มตัวแล้ว ที่สำคัญการที่จะทำงานการเมือง ไม่ควรใช้สถานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมาสร้างความได้เปรียบ อีกฝ่ายถูกมัดมือมัดเท้ามัดปากพรรคการเมือง ไม่ให้เคลื่อนไหว ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอะไรได้ แต่รัฐบาลกลับประกาศว่าจะต้องลงพื้นที่มากขั้น พบปะชาวบ้านมากขึ้น อย่างนี้ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าแฟร์ๆ ไม่ได้ขอมาก ขอแค่ให้ปลดล็อกคำสั่งทั้งหลาย ให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมของเขาได้ เช่นประชุมสมาชิก หาสมาชิก ซึ่งก็อยู่ในกระบวนการประชาธิปไตยเช่นกัน 
    "เหมือนที่รัฐบาลกำลังทำโดยบอกว่าลงไปทำความเข้าใจกับชาวบ้าน แล้วพรรคการเมืองอื่นทำถึงไปปิดปาก ต้องเปิดโอกาสให้เท่าเทียมกันถึงจะแฟร์ มาเล่นเกมแฟร์ๆ กันดีกว่า เราไม่ขออะไรมาก ขอให้ได้ลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน ทำความเข้าใจได้บ้าง การออกมาพูดอย่างนี้ก็เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์หวังจะกลับมาแน่นอน ชัดเจนขึ้นทุกวัน ครั้งนี้ก็มีผ้าขาวม้า ผ้าพันคอ มันชัดเจนมาก  ซึ่งจะปูทางอย่างนี้ก็ควรมาสู้กันให้อยู่ในเกมที่เท่าเทียมกัน" นายสามารถกล่าว.


ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ?     เป็นข่าวใหญ่โตว่า ประชาธิปัตย์ถูกหักหลัง  เพราะนโยบายรัฐบาล ไม่พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ประชาธิปัตย์เสนอหรือถ้ามี ก็ไม่ใช่นโยบายเร่งด่วน 

จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?
"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?
เศรษฐกิจ 'ชี้ขาด' รัฐบาลลุงตู่
ทักษิณ 'วางมือหรือวางเพลิง'
นัยการ 'ไป' ของธนาธร