
24 ก.ค.61- จากกรณีที่เกิดเหตุ ชายผู้เป็นพ่อวัย 52 ปี ตัดสินใจกระโดดจากชั้น 8 อาคารศาลอาญา ลงมาเสียชีวิต ภายหลังรับฟังผลพิพากษาคดีนายธนิต ทัฬหสุนทร ลูกชายถูกแทงตายเมื่อปี 2559 ที่ศาลยกฟ้องเนื่องจากพยานโจทก์ยังขาดน้ำหนัก ล่าสุดมีข้อมูลจากตำรวจและอัยการ ระบุถึงเยาวชน (สงวนชื่อ-สกุล) ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยแห่งหนึ่ง สาขาช่างยนต์ที่ถูกอัยการฟ้องร่วมกระทำผิดข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และร่วมกันพาอาวุธมีดปลายแหลมไปในที่สาธารณะ กรณีร่วมกับนายณัฐพงษ์ เงินคีรี จำเลยคดีฆ่านายธนิต แยกเป็นอีกสำนวนต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางนั้น
นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ตามที่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง คดีดังกล่าวนั้นเข้าสู่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเมื่อปี 2560 ซึ่งศาลได้ดำเนินกระบวนพิจารณาไปแล้วช่วงเดือน มี.ค.- เม.ย. 2561 ที่ผ่านมา โดยจำเลยให้การรับสารภาพ และโจทก์ได้สืบพยานประกอบคำรับสารภาพแล้ว ศาลจึงได้นำมาตรการแทนการพิพากษาคดีกับจำเลย ตามกระบวนพิจารณาคดี พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาใช้บังคับกับจำเลย โดยมีการกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยและครอบครัวต้องปฏิบัติ และให้ตั้งนักจิตวิทยาของศูนย์ให้คำปรึกษา เป็นผู้จัดทำตามแผนที่ศาลกำหนดไว้ซึ่งศาลนัดพร้อมเพื่อฟังผลการปฏิบัติตามแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟู ในวันที่ 23 เม.ย. 2562 ต่อไป ซึ่งระหว่างนี้เยาวชนต้องไปปฏิบัติตามแผนดังกล่าว
นายสุริยัณห์ อธิบายถึงขั้นตอนคดีในศาลเยาวชนว่า เมื่อจำเลยให้รับสารภาพแล้วและมีการกำหนดแผนบำบัดฟื้นฟูแทนมาตรการมีคำพิพากษา เยาวชนที่ต้องเป็นจำเลยจะต้องปฏิบัติให้ครบทุกประการ หากพบว่าผิดเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง กระบวนการตามกฎหมายศาลเยาวชน ก็จะนำคดีดังกล่าวมาทำเป็นคำพิพากษาลงโทษกำหนดโทษทางอาญาใหม่ และถ้าจะมีการอุทธรณ์คดีในส่วนของเยาวชนนี้จึงจะดำเนินการได้หลังกระบวนการพิพากษาโทษ ดังนั้นคดีในศาลเยาวชนนี้จึงยังไม่สิ้นสุดกระบวนการเพราะต้องรอตรวจสอบและฟังผลการปฏิบัติเงื่อนไขแผนบำบัดฟื้นฟูให้ครบถ้วน
เมื่อถามถึงกรณีมีพยานในคดีหลักที่ฝ่ายโจทก์ไม่สามารถนำมาสืบได้ เนื่องจากพยานป่วยต้องรักษาอาการทางจิตนั้น การรับฟังน้ำหนักพยานมีมากน้อยเพียงใด นายสุริยัณห์ อธิบายว่า การรับฟังพยาน หากพยานที่ป่วยทางจิตเข้าสู่กระบวนสืบพยานในศาลก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเบิกความว่าสามารถสื่อสารและถ่ายทอดเรื่องราวได้ จึงไม่ใช่ว่าจะไม่รับฟังเลยเสียทีเดียว อย่างไรก็ดีการรับฟังพยานต่างๆ นั้น ศาลต้องทำด้วยความระมัดระวัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับที่มีกล่าวถึงประจักษ์พยาน ในคดีนายณัฐพงษ์ หรือโจ้ เงินคีรี ตกเป็นจำเลย ฆ่านายธนิต ที่อัยการยื่นฟ้องไว้ต่อศาลอาญา ที่ก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่ข่าวว่าไม่สามารถนำตัวมาเบิกความเป็นพยานได้ เพราะมีอาการป่วยทางจิตนั้น
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงทราบว่าพยานดังกล่าวได้ประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์คว่ำ และได้รับบาดเจ็บทางสมอง หลังจากที่เกิดเหตุในคดีนี้แล้ว ซึ่งครอบครัวของพยานดังกล่าวก็ได้เสนอข้อเท็จจริงส่วนนี้ไปแล้วเมื่อระหว่างการพิจารณาคดี จึงไม่สามารถที่จะนำตัวพยานดังกล่าวมาเบิกความได้ การชั่งน้ำหนักพยานบุคคลนั้นหากเป็นพยานที่มีลักษณะอาการทางจิตหรือด้านสมองนั้น ก็ต้องระมัดระวังยิ่งขึ้น เพราะต้องได้รับคำยืนยันจากแพทย์ผู้รักษาด้วยว่า ผู้ป่วยที่จะมาเป็นพยานนั้นสามารถรับฟังและสื่อสารได้ปกติหรือไม่ จะสามารถรับแรงกดดันจากการถูกถาม ถูกซักค้านได้หรือไม่เพียงใด เพราะการบวนการสืบพยานในศาล อัยการโจทก์ และทนายความจำเลย ใช้สิทธิซักถามและซักค้านพยานได้เต็มที่เพื่ออำนวยความยุติธรรม ขณะที่หากแพทย์พบว่าผู้ป่วยทางจิตหรือด้านสมองนั้นไม่สามารถสื่อสารได้ในเวลาปกติ หรือยังคงมีสภาพหลอน ที่ไม่สามารถแยกได้ระหว่างความจริงกับภาพหลอน เช่นนี้พยานดังกล่าวก็ไม่สามารถนำสืบได้.
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |