ควันหลงสงกรานต์เลือด “วัยรุ่น”ชี้ยังเกาไม่ถูกที่คัน


เพิ่มเพื่อน    

            แม้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาจะมีมาตรการรณรงค์ให้ผู้คนเลิกดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่เมื่อถึงสถานการณ์จริง แนวโน้มความสูญเสียกลับไม่ลดน้อยลงเลย สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเกิดจากเหตุปัจจัยหลายประการ อาทิ เป็นเพราะบริษัทน้ำเมายังโฆษณาแอบแฝงขายสินค้าโดยไม่คำนึงถึงสังคม นักดื่มยังขาดจิตสำนึกต่อส่วนรวม และการบังคับใช้กฎหมายของภาครัฐไม่เข้มงวด

            เสียงสะท้อนดังกล่าวดังมาจากความคิดเห็นที่หลากหลายจากงานเสวนา “ควันหลง...สงกรานต์ ถอดรหัส เจ็บ ตาย : หรือเกาไม่ถูกที่คัน” จัดโดยศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เมื่อเร็วๆ นี้             

        

            โดยนายแพทย์คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ประธานคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาของช่วงเทศกาลหยุดยาวที่ผ่านมากว่า 10 ปี มักพบปัญหาจากสุราที่เป็นสาเหตุของการบาดเจ็บ ตาย พิการ ทะเลาะวิวาท พฤติกรรมไม่เหมาะสมที่ขัดกับวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของคนไทย ตัวอย่างที่ผ่านมาจากเทศกาลสงกรานต์ แม้จะมีมาตรการต่างๆ ออกมามากมาย แต่ข้อมูลสถิติจากศูนย์ความปลอดภัยทางถนน พบว่า ตั้งแต่วันที่ 11-17 เมษายน 2561 มียอดผู้เสียชีวิตสะสมประมาณ 418 ราย ยอดผู้ได้รับบาดเจ็บ 3,897 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีผู้เสียชีวิต 390 ราย สุรายังคงเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุและความรุนแรงต่างๆ

            อีกทั้งข้อมูลจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2560 พบว่า ประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 55.9 ล้านคน เป็นผู้ที่ดื่มสุราในรอบปีที่ผ่านมาประมาณ 15.9 ล้านคน (ร้อยละ 28.4) ซึ่งจำนวนผู้ดื่มสุราลดลงจากเดิมเมื่อปี 2557 และ 2558 (ร้อยละ 32.3 และ 34.5) แม้สถานการณ์การดื่มของประชาชนไทยลดลง แต่ผลกระทบจากสุราทั้งการบาดเจ็บ ตาย พิการ พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ มีให้เห็นตลอดระยะเวลาในช่วงเทศกาลหยุดยาวของคนไทย

            นางสาวกนิษฐา ไทยกล้า อาจารย์สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการศึกษาผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ระหว่างพื้นที่โซนนิงปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และพื้นที่ปกติ 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ขอนแก่น และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พบว่า แม้เทศกาลงานสงกรานต์ส่งผลดีในแง่ธุรกิจการท่องเที่ยว แต่เมื่อมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเกี่ยวข้องย่อมกระทบเชิงลบ ได้แก่ การคุกคามทางเพศ การลวนลาม การเมาและทะเลาะวิวาท พบมากที่สุดในพื้นที่รอบคูเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเขตโซนนิงปลอดเหล้า มีคนเล่นน้ำสงกรานต์เป็นจำนวนมาก นิยมดื่มแอลกอฮอล์ทั้งบนรถ ทางเท้า สนามหญ้าสาธารณะ ก่อให้เกิดอุบัติเหตุจราจร กระทบวัฒนธรรม ประเพณีไทย ส่วนการรณรงค์สงกรานต์ปลอดเหล้านั้น แค่ขอความร่วมมืออาจไม่เพียงพอ แต่ต้องสร้างจิตสำนึกให้แก่คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวได้ทราบถึงประเพณี วัฒนธรรมที่ไม่จำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรรณรงค์อย่างต่อเนื่องและเข้มข้น บังคับใช้กฎหมาย เช่น เพิ่มกฎหมายการห้ามดื่มในทางเดินทางสาธารณะ เป็นต้น

            นางสมควร งูพิมาย ภาคประชาสังคมนครราชสีมา กล่าวถึงบทเรียนความสูญเสียกรณีไลฟ์สดดื่มแล้วขับ จนมีผู้เสียชีวิตถึง 4 รายที่โคราช ในช่วงสงกรานต์ซึ่งผ่านมาได้เพียงไม่นานว่า จากการเข้าไปพูดคุยกับญาติผู้สูญเสีย พบว่ากระทบต่อจิตใจอย่างมาก เช่น ครอบครัวที่เสียลูกชายทั้ง 2 คน น้องชายเพิ่งเรียนจบ อนาคตกำลังไปได้ดี ส่วนพี่ชายก็เป็นเสาหลักของบ้าน พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทำให้คนในบ้านกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เหมือนตายทั้งเป็น ตอนนี้ภรรยาผู้เสียชีวิตไม่ยอมพูดคุยกับใคร เสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะซึมเศร้า และลูกชายวัย 8 ขวบยังปรับตัวไม่ได้ ไม่ยอมไปโรงเรียน เพราะเสียใจที่พ่อจากไป ส่วนอีกครอบครัวต้องมีหนี้สินเพิ่ม เนื่องจากกู้เงินเพื่อไปทำงานที่ต่างประเทศ แต่ผู้เป็นพ่อต้องออกจากงานกะทันหันเพื่อมางานศพลูก และแทบขาดใจ รับไม่ได้กับเหตุการณ์สูญเสียครั้งนี้ 

            “ความสูญเสียครั้งนี้กระทบจิตใจญาติพี่น้อง ลูกเมียอย่างรุนแรง อีกทั้งยังถูกโลกโซเชียลตีตราว่าเป็นคนผิด ถือเป็นบทเรียนให้ต้องมาช่วยกันป้องกันปัญหาที่เกิดจากสุรา และอยากฝากถึงผู้ที่ใช้รถใช้ถนนว่าต้องมีสติ ดื่มไม่ขับเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ส่วนบริษัทน้ำเมาต้องหยุดโฆษณาโหมการตลาด เพราะไม่เคยเห็นธุรกิจนี้ออกมาแสดงความรับผิดชอบเมื่อมีเหยื่อน้ำเมาเกิดขึ้นจากสินค้าของตนเองเลย” นางสมควรกล่าว

            นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า มาตรการเรื่องโซนนิงพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ ถือว่าได้ผลลดปัญหาต่างๆ ได้ เช่น ถนนข้าวเหนียว จังหวัดขอนแก่น, สงกรานต์ที่ถนนสีลม สงกรานต์ผ้าขาวม้าที่สยามสแควร์, สงกรานต์ M2F ที่ Central World และถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ แต่ก็ยังมีพื้นที่จัดงานเอกชนและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ต่างๆ กลับกลายเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงแทน เนื่องจากถูกธุรกิจแอลกอฮอล์ใช้เป็นสถานที่ส่งเสริมการขาย มีการจัดเป็นสงกรานต์กลางคืน หรือ Midnight สงกรานต์ ที่พ่วงลานเบียร์ซึ่งยากต่อการควบคุม

            “ถึงเวลาแล้วที่สังคมต้องร่วมกันขยายผลมาตรการโซนนิงพื้นที่เล่นน้ำให้เกิดความต่อเนื่อง และสร้างกระแสให้สังคมร่วมกันผลักดัน กระตุ้นผู้ประกอบการภาคเอกชนได้ตระหนักถึงผลกระทบการจัดงานที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยลดความรุนแรงในพื้นที่เล่นน้ำ ลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ลดการล่วงละเมิดทางเพศ และลดอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” นายวิษณุกล่าว

            ด้านความเห็นจากตัวแทนเยาวชน คือ น.ส.ปาลิณี ต่างสี แกนนำเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กล่าวว่า สาเหตุที่ยังมีเยาวชนเข้าไปดื่มสุราและเบียร์ และสร้างความสูญเสียในช่วงที่ผ่านมา เพราะยังมีการลักลอบการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกเวลา ส่งผลให้พวกเขาดื่มได้อย่างอิสระและมากขึ้น รวมทั้งสถานบันเทิงต่างๆ ยังมีการแอบเปิดเกินเวลา เพราะอ้างว่าเป็นช่วงเทศกาล และไม่มีการตรวจบัตรประชาชนเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี นำมาซึ่งปัญหาต่างๆ เช่น อุบัติเหตุบนท้องถนน ทะเลาวิวาท และคุกคามทางเพศ จึงอยากเรียกร้องให้ปีต่อๆ ไป ผู้เกี่ยวข้องต้องมีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้น รวมทั้งผู้ประกอบการต่างๆ และบริษัทผู้จำหน่ายน้ำเมา ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ตัวเองมาร่วมกิจกรรมต่อต้านสุรากับเครือข่าย เพราะมีคนใกล้ชิดได้รับผลกระทบจากน้ำเมา จึงไม่อยากให้คนในสังคมมีฝันร้ายแบบตัวเอง

            เช่นเดียวกับนายธนเดช ใจสบาย แกนนำเครือข่ายมหาวิทยาลัยปลอดเหล้า กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เพราะมีการให้ขายสุราแก่เด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี จึงทำให้พวกเขาขาดสติเมื่อขี่รถมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน รวมทั้งการทะเลาะวิวาท ที่ส่วนใหญ่มักเกิดในเส้นทางสถานบันเทิง และเมื่อเกิดปัญหาขึ้น เยาวชน รวมทั้งผู้ปกครองก็มานั่งเสียใจภายหลัง ซึ่งบางครั้งอาจสายเกินไป ดังนั้นหากจะแก้ปัญหา พวกเราต้องปลูกจิตสำนักแก่ส่วนรวมให้เกิดขึ้นแก่เยาวชนให้เห็นโทษของสุรา เพราะจะหวังความรับผิดชอบจากผู้ประกอบการที่ขายสุรา หรือบริษัทน้ำเมาคงเป็นเรื่องยาก 

            จากสถิติและเสียงสะท้อนที่เกิดขึ้นจะทำให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงปัญหา พร้อมหามาตรการรับมือก่อนความสูญเสียรอบใหม่จะเกิดขึ้น. 

 

 


จบ..... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะเหลือแค่ยาสีฟัน "เทพไท" เท่านั้น ปรากฏชื่อในท้องตลาด ส่วนคนชื่อ "เทพไท เสนพงศ์" จะไม่ปรากฏชื่อทั้งในท้องตลาดการเมืองและการเลือกตั้ง ตลอดไป (กาลนาน...เทอญ)

'สามสัส' ในภาวะ 'ระส่ำสัส'
ภาษาไทยวันนี้ 'ภาษีกู'
กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ