เลือกตั้ง24ก.พ.62 'บิ๊กตู่'ประกาศชัด/เพื่อแม้วดี๊ด๊าเร่งหาหัว


เพิ่มเพื่อน    

    “ประยุทธ์” ประกาศชัดๆ แล้ว เลือกตั้ง 24  ก.พ.2562 ถ้าทำไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที “กกต.” ฟิตสั่งนัดประชุมทุกจันทร์-อังคาร รองรับโรดแมปหย่อนบัตร “ปชป.” ค้านใช้ ม.44 แก้ไพรมารีฯ เสื้อแดงระบุคนถือธงนำพรรคเพื่อไทยต้องใจถึง ห้ามหน่อมแน้ม ยี้ “ไอ้โม่ง” ช่วงต่อสู้หลบมุม แต่พอเห็นท่าว่าจะดีเริ่มออกมารำมวย นายทหารคนสนิทป๋าเปรมเผยปีนี้งดเปิดบ้านให้อวยพรวันคล้ายวันเกิด เหตุหมอสั่งห้ามยืนนานๆ
    เมื่อวันอังคารที่ 21 สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 6/2561 ถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุปฏิทินการเลือกตั้งเบื้องต้นจะจัดขึ้นในวันที่ 24 ก.พ.2562 เป็นครั้งแรกว่า เรายังคงยืนยันว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปในเดือน ก.พ.2562 ไปก่อน ตามที่เคยพูดไว้ แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็ค่อยว่ากันอีกที ขอยังไม่พูดเรื่องอะไรต่ออะไร แต่ถ้ามันทำไม่ได้ ก็ค่อยว่ากันอีกที ถ้าทำได้ก็ต้องทำในเดือน ก.พ.นี้ ซึ่งเป็นเรื่องของ กกต. ส่วนปัจจัยที่จะทำให้การเลือกตั้งเร็วขึ้นนั้น ยังไม่มี เบื้องต้นจะเป็นวันที่ 24 ก.พ.2562
    พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวว่า ในเดือน ก.ย.นี้จะมีมาตรการต่างๆ ออกมา โดยจะปลดล็อกในบางเรื่อง รวมถึงในเรื่องการทำงานของ กกต. ที่จะสามารถดำเนินการได้  นอกจากนี้ยังจะหารือกับตัวแทนพรรคการเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเดือน ก.ย.ด้วยเช่นกัน ซึ่งประเทศจะต้องก้าวหน้า ขอร้องอย่าทำให้ถอยหลังด้วยการเมือง หรือเรื่องต่างๆ เป็นคนละเรื่องกัน การเมืองก็ไปว่ากันด้วยการเมือง ที่สำคัญคือรัฐบาลข้างหน้าจะทำอย่างไรที่จะสอดคล้อง และต่อเนื่องกับสิ่งที่รัฐบาลนี้ได้ทำ เพราะถ้าล้มแล้วทำกันใหม่ ทุกอย่างก็จะเหมือนเดิม ประเทศไทยจะกลับไปสู่ที่เก่า
    “กำหนดการต่างๆ ที่ได้ประกาศไปทั้งหมด ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ซึ่งผู้แทนก็อาจพูดไปตามหลักการของตัวเอง แต่ท้ายที่สุดก็ต้องมาพูดคุยกัน ยืนยันว่ายังเป็นในเดือน ก.พ.2562 และยืนยันอีกครั้งว่า มาครั้งนี้ไม่ได้หวังผลทางการเมืองอะไร เพราะผมยังไม่ได้ลงเลือกตั้งอะไร วันนี้ทำเหมือนกันกับทุกกลุ่มจังหวัด ที่ได้ลงไปประชุม” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กกต. กล่าวถึงการนัดพรรคการเมืองหารือหลังจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ว่ายังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ส่วนวิธีการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.แทนการทำไพรมารีโหวตในการเลือกตั้งครั้งแรก อยู่ระหว่างหารือรายละเอียด รวมไปถึงการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งนั้นเป็นไปตามกระบวนการ
    ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ในที่ประชุม กกต. ได้รายงานถึงภารกิจงานในแต่ละด้านว่ามีอะไรบ้างที่ต้องเร่งรัดดำเนินการเพื่อนำไปสู่การเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง รวมถึงรายละเอียดการหารือร่วมระหว่าง กกต.กับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เมื่อวันที่ 20 ส.ค. โดย กกต.ได้ขอให้สำนักงานเร่งรัดงานในทุกด้านให้พร้อม เพื่อรองรับกับการเลือกตั้งตามโรดแมปของรัฐบาลที่มีขึ้นในช่วงต้นปี 2562 และมีมติกำหนดให้มีการประชุม กกต. ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 13.00 น.
จับตาโซเชียลบิดเบือน
    ส่วน พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองช่วงใกล้คลายล็อกว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลอยู่ โดยสถานการณ์ยังไม่มีอะไร ไม่ต้องจับตาอะไรเป็นพิเศษ การเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองยังอยู่ในกรอบ แต่ยังต้องติดตามการเคลื่อนไหวใต้ดินที่ยังมีอยู่ทั้งในและต่างประเทศอยู่ รวมทั้งต้องติดตามการเคลื่อนไหวของสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่บิดเบือน โดยจะเข้าไปตักเตือน หากพบว่าทำผิดมาก ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
    ขณะที่นายวิษณุกล่าวว่า ยังไม่ได้รายงานผลการหารือกับ กกต.เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ให้ ครม.รับทราบ เนื่องจากเวลาไม่เพียงพอ โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งให้ทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรมาในวันที่ 22 ส.ค.แทน โดยจะรายงานให้ทราบว่าได้ทำอะไรบ้าง และบางอย่างจะให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนพิจารณาแนวทาง ซึ่งนายกฯ อาจนำเข้าสู่ที่ประชุม คสช.ด้วย ส่วนหัวข้อที่ว่าอาจใช้วิธีอื่นที่ไม่ใช่ไพรมารีโหวต แต่ไม่ขัดมาตรา 45 ของรัฐธรรมนูญแทนนั้น คสช.จะเป็นผู้พิจารณา โดยมีหลายวิธี และเป็นวิธีที่ กกต.แนะนำมา
    นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องไพรมารีโหวตที่อาจต้องแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ว่าการแก้ไขไม่ใช่หน้าที่ของ สนช. คนที่มีหน้าที่คิดคือ กกต. และ สนช.คงไม่ริเริ่มหรือเสนออะไร เดี๋ยวจะหาว่า สนช.ไปจุ้นอีก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ กกต.ได้ทำงานอย่างเต็มที่จนได้ข้อยุติ สนช.ไม่ควรไปก้าวก่าย  
    “อยากให้ กกต.ชุดใหม่ได้ทำงานในเรื่องไพรมารีโหวตและไปปรึกษากับ คสช.มากกว่า สนช. ซึ่งกฎหมายได้ออกไปแล้ว เขียนอย่างไรก็ให้ปฏิบัติตามนั้น ผมไม่ได้กังวลในเรื่องการแก้ไข แต่มันต้องมีกระบวนการในการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77  ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องใช้เวลา”นายพรเพชรกล่าว
    นายพรเพชรยังกล่าวถึงการอาศัยอำนาจหัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 แก้กฎหมายแทนว่า มาตรา 44 ไม่สามารถใช้แก้ไขกับรัฐธรรมนูญได้ แต่สามารถใช้กับกฎหมายลูกได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็ใช้มาแล้ว 
    ส่วนนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวในประเด็นนี้ว่า ไม่อยากให้ใช้คำสั่งมาตรา 44 แก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองเรื่องไพรมารีฯ เพราะหากมีการแก้ไขอีก คงไม่ต่างกับคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับพรรคการเมืองอย่างร้ายแรง สิ่งที่ คสช.ควรทำคือ ยกเลิกคำสั่งที่ 53/2560 น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
    “ดูท่าทีแล้วเชื่อว่าผู้มีอำนาจไม่อยากทำไพรมารีโหวต แต่ต้องไม่ลืมเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 45  เพราะหากไม่ทำ ก็ต้องมีวิธีอื่นที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 45 คือให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางในการกำหนดตัวผู้สมัคร โดยต้องมีวิธีอื่นที่ดีกว่า และสังคมยอมรับได้มากกว่า” นายวิรัตน์กล่าว
    นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนากล่าวถึงการคลายล็อกให้พรรคการเมืองเตรียมความพร้อมขั้นธุรการว่า ยังไม่ทราบว่าขั้นตอนที่พรรคต้องดำเนินการนั้นจะใช้เวลานานแค่ไหน แต่คงไม่ต่ำกว่า 90 วัน ซึ่งอาจพอดีกับช่วงรอเวลาผลใช้บังคับของร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. หรือเวลาที่มีอาจจวนเจียนต่อการสร้างความพร้อมของพรรคการเมืองที่จะลงสนามเลือกตั้งได้ 
หวั่น กกต.ทำงานไม่ทัน
    “ปัญหาที่หนักใจที่สุดคือ การกำกับ ควบคุม และตรวจสอบของ กกต.ชุดใหม่ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่อาจตรวจสอบหรือกำกับไม่ทั่วถึง และอาจส่งผลต่อการเลือกตั้งที่จะมาถึงได้ เช่น กรณีพรรคการเมืองส่งรายชื่อของสมาชิกพรรคเข้าระบบของ กกต. ที่จะมีรายชื่อหลายล้านคน หรือกรณีไพรมารีโหวต ที่บุคคลหนึ่งอาจไปลงเลือกตั้งแบบไพรมารีโหวตซ้ำกับพรรคอื่นจนถึงขั้นโมฆะได้” นายวราวุธกล่าว และว่า ขอเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกรรมาธิการของ สนช. ที่เขียนบทบัญญัติเรื่องไพรมารีโหวต จัดเวทีเพื่อชี้แจงต่อกระบวนการทำไพรมารีโหวตของพรรคด้วย โดยเฉพาะการทำไพรมารีโหวต ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อให้พรรคปฏิบัติได้ถูกต้องและไม่เป็นปัญหาภายหลัง
    สำหรับกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทวีตตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะอดีต ผบ.ทบ. ว่ายังจำชื่อตัวเองได้อีกหรือนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่าไม่สนใจ ถ้าสนใจทุกเรื่องก็ตายหมดแหละ วุ่นวายกันไปหมด
    ขณะที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ และอดีต รมว.การคลังในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามถึง พล.อ.ประยุทธ์ ว่า รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มีความคิดให้รองนายกฯ นามสกุล ณ ระนอง ใช้อำนาจหน้าที่มาเอื้อจังหวัดหนึ่งจังหวัดใดเป็นพิเศษ แต่อยากถามหัวหน้า คสช.กลับว่า ที่อยู่มาถึงกว่า 4 ปี ซึ่งนานกว่าที่รัฐบาลตนเองอยู่ในหน้าที่ถึงกว่า 1 ปี พวกท่านทำอะไรเพื่อระนอง และเพื่อประเทศ ยังมีหน้ามาพูดจากำกวมเอาดีใส่ตัว โยนชั่วให้รัฐบาลก่อนอีกหรือ
    ด้านนายชินวัฒน์ หาบุญพาด สมาชิกพรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกระแสข่าวนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ จะมาเป็นผู้ถือธงให้พรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้าว่า ใครจะมาทำหน้าที่ต้องแข็งแกร่ง และไม่วอกแวก ซึ่งไม่ได้ยึดมั่นตัวบุคคล แต่จะดูคนไหนที่ยืนหยัดกับแนวทางประชาธิปไตยมาโดยตลอด พูดง่ายๆ คือต้องเป็นคนใจถึงพึ่งได้ จะมาหน่อมแน้มไม่ได้ ต้องกล้าได้ กล้าเสีย กล้าชน ถ้าไม่ชนก็จะถูกเล่นงาน เปรียบเหมือนมวย ถ้าเราไม่สู้ก็มีโอกาสแพ้ ถึงเวลาต้องสวนหมัดบ้าง จะแพ้จะชนะไม่รู้ ถ้าไปโอนอ่อนผ่อนตาม มัวจะประสานสิบทิศ คงไม่ได้ผล 
    “การต่อสู้ครั้งหน้าไม่ได้ช่วงชิงอำนาจระหว่างพรรคการเมืองต่อพรรคการเมือง แต่เป็นระหว่างกลุ่มทหารกับประชาชนผู้รักประชาธิปไตย เราต้องได้คนแข็งแกร่ง ทนต่อแรงเสียดทานได้ มั่นคงในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ในช่วงต่อสู้แล้วไปหลบมุมอยู่ พอเห็นท่าว่าจะดี เริ่มรำมวยออกมา อย่างนี้ไม่เอา ที่พูดไม่ได้รักหรือเกลียดใครเป็นการส่วนตัว แต่พูดจากสถานการณ์การเมืองต่อจากนี้ เราต้องมีผู้ที่เด็ดขาดจริงในระบอบประชาธิปไตย ถึงจะหยุดเผด็จการได้” นายชินวัฒน์กล่าว
“ป๋าเปรม”งดเปิดบ้าน
    นายชินวัฒน์ยังตั้งคำถามถึงการลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจร ว่าคนที่มาต้อนรับ เชียร์ให้ลุงอยู่ต่อนั้น ไม่มีการจัดฉากจัดตั้งมาใช่หรือไม่ บางคนที่มารอต้อนรับ อาจนั่งกัดฟันรอต้อนรับก็เป็นได้ เขามาเพราะความจำใจ จำยอม เพราะนายสั่ง ยิ่งข้าราชการก็รู้ ใครมีอำนาจ ต้องทำอะไรให้สวยงามให้เห็นอยู่แล้ว นายกฯ จะเดินทางไปที่ไหน มีการวางแผนเตรียมการเป็นเดือน ทราบว่าการจะไปแต่ละที่ ทั้งทหาร ตำรวจ ข้าราชการ วิ่งกันขาขวิดทั้งนั้น มีการสั่งการลงมาเป็นทอดๆ ที่บอกให้นายกฯ อยู่ต่อ สู้ๆ เดี๋ยวลุงก็จะรู้ประชาชนคิดอย่างไรตอนวันเลือกตั้ง
    วันเดียวกัน พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ซึ่งเป็นนายทหารคนสนิท พล.อ. เปรม กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์, ครม. และผู้บัญชาการเหล่าทัพจะขอเข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดล่วงหน้าของ พล.อ.เปรม ที่จะมีอายุครบ 98 ปี ในวันที่ 26 ส.ค. ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ว่า นายกฯ ได้ประสานขอเข้าอวยพรในวันที่ 24 ส.ค. แต่ปีนี้ พล.อ.เปรมแจ้งว่าของดการเปิดบ้าน เนื่องจากแพทย์ให้คำแนะนำและมีความเป็นห่วง เพราะไม่อยากให้ พล.อ.เปรมยืนนิ่งๆ เป็นเวลานานในการรับคำอวยพร แต่โดยส่วนตัว พล.อ.เปรมยังคงมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงดี สามารถเดินหรือยืนได้ ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่แพทย์ไม่อยากให้ยืนนิ่งนานๆ จึงต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ 
    “พล.อ.เปรมฝากขอบคุณทุกคนที่จะมาอวยพรวันเกิด และขอให้ทุกคนมีความสุข ส่วนหากใครอยากอวยพรก็ขอแค่เป็นบัตรอวยพร หรือการ์ดอวยพรส่งมาเท่านั้น ส่วนที่ 26 ส.ค. พล.อ.เปรมจะเดินทางไปทำบุญที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เหมือนวันคล้ายวันเกิดทุกปีที่ผ่านมา” พล.อ.พิศณุกล่าว และว่า พล.อ.เปรมต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการออกงานที่จำเป็นเท่านั้น และยังคงเคร่งครัดเรื่องการรับประทานอาหาร การเดินออกกำลังกาย การเข้านอน และงดออกงานเลี้ยงค่ำ ยกเว้นที่จำเป็นจริงๆ. 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"