'แตงโม'เปิดใจโรครุมเร้า หนักสุดจะอยากฆ่าตัวตาย!


เพิ่มเพื่อน    

 

          ทำเอาหลายคนตกใจเมื่อนักแสดงสาว แตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์ ออกมาประกาศยุติการเล่นละคร เพราะปัญหาสุขภาพที่สะสมมานานทำให้ร่างกายเริ่มอ่อนแอ จนต้องออกจากวงการชั่วคราวเพื่อมารักษาตัวเอง ล่าสุดสาวแตงโมได้มาเปิดใจถึงเรื่องนี้ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ถึงอาการป่วยนี้ด้วย
          "ประกาศพักงานวงการบันเทิงผ่านไอจี ด้วยความที่วันนั้นเป็นวันสุดท้ายของการปิดกล้องละครทุกเรื่องสำหรับ 1 รอบปีที่ผ่านมา คือเราก็ตั้งใจมาตั้งแต่ต้นปีแล้วว่าอยากพัก ก่อนหน้านี้ก็พอจะรู้ว่าร่างกายของเราไม่ค่อยสมบูรณ์แล้ว เพราะฉะนั้นก็เลยตั้งใจว่าถ้าหมด 5 เรื่องนี้แล้ว ก็จะของดไปก่อน ขอรักษาตัวก่อน แล้วค่อยกลับมาใหม่ในวันที่เราหายดีแล้วดีกว่า
          ละคร 5 เรื่อง จริงๆชีวิตก็ไม่เคยรับงานแบบบ้าคลั่งขนาดนี้ คือเราคิดในใจว่างานมันไม่เคยหักหลังเรา เราทำงานแล้วมีความสุข จนบางทีเราก็ลืมคิดไปว่าความโง่ของเราคือเราทำงานโดยที่ไม่พัก มันก็โทษใครไม่ได้ ที่ตัดสินใจโพสต์วันนั้น ด้วยความที่เราก็เกรงใจว่าถ้าเกิดเราจบจากละครเหล่านี้แล้ว บางท่านที่อยากจะติดต่อเรา ทีนี้เราก็ต้องมานั่งอธิบายให้เขาฟังว่ามันเพราะอะไร เราก็เกรงใจเขาก็เลยบอกให้เป็นที่รู้กันไปเลยว่าเราเกิดเหตุจำเป็นที่เราจะต้องพักจริงๆนะ ไม่ใช่แค่ข้ออ้างที่จะไม่รับงานนั้นงานนี้ มันป่วยจริงๆค่ะ

 

 

          ป่วยเป็น Panic disorder ค่อนข้างหนักนะคะ คืออาการสภาวะทางจิตที่เรียกว่าวิตกกังวล หวาดระแวง แล้วก็อีกโรคนึงที่เพิ่งตรวจเจอล่าสุด คือโรคต่อมหมวกไตล้า เป็นโรคเกี่ยวกับฮอร์โมนในร่างกายของผู้หญิง ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ผลิตขึ้นมาเพื่อให้เราจัดการกับความเครียดได้ในชีวิตประจําวัน สถานการณ์เฉพาะหน้าบางอย่าง หรือความเครียดจากงานหรือเรื่องส่วนตัวต่างๆ ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้ของเรามันต่ำ เราไม่สามารถที่จะไปต้านความเครียดเหล่านั้นได้เลย ทีนี้ก็จะเป็นจิตใจของเราล้วนๆที่ไปสู้กับเหตุการณ์เหล่านั้น บางครั้งมันก็ไม่ไหว
          โรคต่อมหมวกไตล้าเพิ่งรู้เมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้วนี่เองค่ะ อาการมันก็จะเป็นแบบเหนื่อยง่ายกว่าชาวบ้าน ความจำไม่ค่อยดี ก็เริ่มสังเกตตัวเองพบว่าจำไม่ได้ว่าที่ปัดน้ำฝนมันเปิดยังไง ร่างกายไม่เผาผลาญ เหมือนกับว่าพอมันแปรปรวนมันก็จะเป็นไปทั้งร่างกาย อารมณ์หงุดหงิดง่าย ผิวแห้งมากจนใช้สบู่อาบน้ำไม่ได้ คือแต่ละคนจะมีเอฟเฟคที่ต่างกันขึ้น อีกอันหนึ่งคือเวลาถ่ายละครเราก็ต้องยืนทั้งวันจะได้นั่งก็ต่อเมื่อพักเบรค โมจะยืนบนส้นสูงไม่ไหวแล้ว ก็จะต้องคอยถามผู้กำกับอยู่ตลอดว่าเห็นเท้าของโมไหมอะไรแบบนี้

 

(คุณพ่อ-แตงโม-ลูกบุญธรรม)

 

          โรคนี้ไปส่งผลต่อโรคเดิม Panic disorder ด้วยค่ะ ด้วยความที่เป็นโรคนี้เขาบอกว่าห้ามเครียด แต่พอเรารู้ว่าเราเป็น เราเครียดกว่าเดิมอีก มันก็เกิดความน้อยใจเหมือนกันนะว่าทำไมหวยมาออกที่เรา แต่ก็อย่างที่บอกว่าโทษใครไม่ได้ ก็ต้องโทษตัวเราเอง Panic disorder เป็นผลพวงมาจากการเป็นโรคซึมเศร้า เกิดจากความเครียดสะสม เกิดจากโรคทางจิต แล้วพอเรารักษาไปได้สักระยะหนึ่ง มันก็จะมีอาการเพิ่มขึ้นมา ของโมจะมีอาการมือชา เท้าชา ปากชา ใจสั่นเหมือนคนที่ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังอยู่ตลอดเวลา แล้วจะตกใจหรือสะเทือนใจกับสิ่งรอบข้างได้ง่ายมาก ก็จะต้องทานยาก็จะดีขึ้น แต่ว่าถ้าเราไม่ได้บำบัดด้วยวิธีการอย่างอื่น มันก็จะต้องใช้ยาต่อไปเรื่อยๆ ฉะนั้นการที่โมอยากจะพักงาน คือการที่โมอยากจะบำบัดด้วยวิธีอื่นควบคู่กันด้วย
          ต้องยอมรับตรงๆว่าคนที่เป็นเกี่ยวกับโรคนี้ หนักสุดก็ต้องอยากฆ่าตัวตายทุกคนอยู่แล้ว มันเหมือนอะไรก็มีข้อจำกัดในชีวิตเยอะไปหมด จนบางทีเราก็เครียด ที่ผ่านมาสุดท้ายแล้วพออาการมันดีขึ้น เราก็จะคิดได้ว่ามันเป็นแค่อาการน้อยใจชั่ววูบเท่านั้นเอง ถ้าเรารักษาและมีระเบียบวินัยกับตัวเอง คุณหมอก็บอกว่ามันก็สามารถหายได้โดยที่เราไม่ต้องรับการรักษาโดยการฉีดฮอร์โมนด้วยซ้ำ แต่เราก็จำเป็นที่จะต้องมีวินัยในการใช้ชีวิตจริงๆ

 

(แตงโมระหว่างถ่ายละคร)

 

          จะกลับมารับงานละครอีกไหม รับค่ะ คือชีวิตนี้จะตัดขาดกับการแสดงก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่จะให้กลับมาเป็นนางเอกเหมือนเดิมอะไรแบบนี้คงเป็นไปได้ยาก เราต้องยอมรับ ด้วยอายุเราเยอะ โมหวังแค่ว่าจะได้แสดงในบทบาทที่หายากในชีวิตนักแสดง แล้วเราเน้นแค่คุณภาพตรงนั้น หรือบางเรื่องจำเป็นที่จะต้องเป็นเราจริงๆก็จะเล่นค่ะ แต่ถ้าบางเรื่องที่จะต้องใช้ร่างกายเราหนักแบบเดิมอีก โมขออนุญาตรักตัวเองบ้างดีกว่าค่ะ"

 

 

 

ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจากอินสตาแกรม @melonp.official

 

 

 

 


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"