พระราชทานเครื่องราชฯกู้ชีพหมูป่า


   

    สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างชาติ-คนไทยร่วมกู้ชีพหมูป่า "บิ๊กตู่" เปิดงานเลี้ยงขอบคุณทีมฮีโร่ถ้ำหลวง ผู้ปฏิบัติงานขึ้นรับสำเนาพระราชกระแสทรงขอบใจ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ "12 หมูป่า" สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตื้นตันทั่วโลกช่วยเหลือ สัญญาเป็นคนดี
    ที่พระลานพระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 6 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงาน “รวมใจเป็นหนึ่ง United as One” ที่จัดขึ้นโดยรัฐบาล เพื่อเลี้ยงขอบคุณทีมงานและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ว่า ตั้งเวลา 16.00 น. รัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ผู้ร่วมปฏิบัติงานช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ต่างทยอยเข้ามาในงาน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีการจัดเตรียมซุ้มอาหารพระราชทาน ทั้งคาวและหวาน รวมถึงเครื่องดื่มจำนวนมาก และซุ้มอาหารในส่วนที่รัฐบาลจัดเตรียมด้วย พร้อมกันนี้ภายในงานยังมีการติดตั้งจอแอลซีดีให้ผู้ร่วมงานได้รับชมภาพบรรยากาศบนเวทีได้อย่างทั่วถึง
    อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศปลอดโปร่ง ไม่พบว่ามีกลุ่มเมฆฝน สำหรับการรักษาความปลอดภัยของตำรวจ ได้วางกำลังที่จุดคัดกรองจำนวน 4 จุด โดยมีตำรวจนครบาลตรวจอาวุธ และประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่มาร่วมงานถือบัตรประชาชนแสดงที่กล้องวงจรปิด และมีตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) บันทึกรายชื่อผู้เข้าร่วมงานทุกคน ก่อนที่จะสามารถเข้าไปร่วมงานภายในพระลานพระราชวังดุสิต 
    ต่อมาเวลา 18.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  (คสช.) เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดงานว่า การที่ทุกท่านได้มาอยู่ในงานแห่งนี้ ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ ในการปฏิบัติภารกิจครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อช่วยเหลือทีมเยาวชนหมูป่าอะคาเดมี ตลอดระยะเวลา 18 วันที่ทีมหมูป่าอะคาเดมีติดอยู่ในถ้ำหลวง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงห่วงใยและทรงติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายอย่างใกล้ชิด มีพระราชกระแสรับสั่งให้กำลังใจราษฎรและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ทรงขอให้มีสติ สมาธิ ปัญญา ในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะภารกิจจะสำเร็จเรียบร้อยต่อเมื่อทุกคน ออกมาแล้วกลับสู่ครอบครัวด้วยความปลอดภัย พร้อมทั้งพระราชทานความช่วยเหลือพระราชทรัพย์ อุปกรณ์เครื่องมือ และเสบียงอาหาร พร้อมทั้งพระราชทานแนวทางแก้ไขปัญหา ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี 
    ทั้งนี้ รัฐบาลขอขอบคุณในน้ำใจและความเสียสละที่ได้ให้การช่วยเหลือสนับสนุนทั้งกำลังกาย กำลังใจ และสติปัญญา จนสามารถฝ่าฟันปัญหาอุปสรรค เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญการรวมพลัง ร่วมมือร่วมใจของคนในชาติ รวมถึงมิตรไมตรีอันดีจากประเทศอื่นๆ ที่ให้ความช่วยเหลือ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
นายกฯ ขอบคุณฮีโร่ทุกคน
    "การจัดงานในวันนี้เป็นการแสดงความขอบคุณผู้ร่วมปฏิบัติภารกิจ ไม่ว่าจะมีหน้าที่น้อยใหญ่เพียงใด แต่ทุกท่านแสดงให้เป็นที่ประจักษ์และคุณค่าพลังความสามัคคีเป็นน้ำใจเดียวกัน รวมถึงความรักของเพื่อนมนุษย์ที่เป็นกำลังแข็งแกร่งก้าวข้ามอุปสรรคนานานัปการไปได้ ครั้งนี้ขอสดุดีความกล้าหาญของ น.ต.สมาน กุนัน เชื่อว่าความกล้าหาญและคุณความดีของน.ต.สมาน จะประทับติดตรึงในใจของพวกเรา โดยในครั้งนี้ประเทศไทยจะนำเป็นกรณีศึกษา เพื่อปรับใช้เป็นแนวทางในการวางแผนระบบแจ้งเตือนภัยต่างๆ ให้มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย และให้หน่วยงานทางน้ำไปประเมินสถานการณ์รับมือกับภัยพิบัติ แก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง ทั้งนี้ ขอให้ทุกภาคส่วนนำไปเป็นแนวทางปฏิบัติประยุกต์ใช้กับเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้สามารถรับมือและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที  ตามพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานไว้" พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
    นายกฯ กล่าวว่า สุดท้ายนี้ ในนามรัฐบาลขอขอบคุณผู้ปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ทุกส่วนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคารพนับถือ เดชะพระบารมีแห่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประกอบกับคุณงามความดีของทุกท่านได้กระทำ โปรดอภิบาลประทานพรให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญโดยทั่วกัน และขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
    จากนั้นผู้แทนแต่ละกลุ่มขึ้นรับสำเนาพระราชกระแสทรงขอบใจเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีผู้ที่รับพระราชกระแสฯ รวมทั้งสิ้น 7,120 คน ได้แก่ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กลุ่มนักประดาน้ำและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ชุดปฏิบัติการค้นหาในถ้ำและนอกถ้ำ ชุดปฏิบัติการระบายน้ำในถ้ำทั้งภาครัฐและเอกชน ชุดปฏิบัติการเบี่ยงทางน้ำทั้งภายในถ้ำและนอกถ้ำ แผนกสนับสนุนเครื่องมือต่างๆ อาสาสมัคร ประชาชน ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ และกลุ่มสื่อมวลชน
    จากนั้นเวลา 18.30 น. เยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี 12 คน ได้ขึ้นบนเวที โดย ด.ช.อดุลย์ สามอ่อน เป็นตัวแทน กล่าวว่า เราทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงมีพระเมตตา ห่วงใย พระราชทานความช่วยเหลือ ทำให้พวกเราทั้ง 13 คนรอดชีวิตมาได้อย่างปลอดภัย สามารถมายืนที่บริเวณแห่งนี้ได้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พวกเราจะจดจำพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ไปตลอดชีวิต 
    นอกจากนี้ พวกตนยังขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี รัฐบาล และทุกท่าน ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่ได้ให้ความเมตตาและแรงกายแรงใจ โดยเฉพาะจ่าสมาน ซึ่งถือเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยพวกตน พวกตนจะจดจำบุญคุณครั้งนี้ตลอดชีวิต การช่วยเหลือครั้งนี้ทำให้พวกเราสำนึกว่าจะดำเนินชีวิตให้ดีที่สุด เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นลูกศิษย์ที่ดีของครูอาจารย์ หลังจากที่ออกมาจากถ้ำพวกตนซาบซึ้งถึงความรักของคนไทยและชาวโลกที่มีให้ ทำให้รู้สึกตื้นตันใจ และอยากมีโอกาสตอบแทนทุกท่าน ขอสัญญาว่าจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดทั้งในปัจจุบันและอนาคต ขอขอบคุณผู้มีพระคุณทุกท่าน
    หลังจากนั้น นายกฯ และคู่สมรสเดินทักทายผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี และผู้มาร่วมงาน พร้อมเดินเยี่ยมชมซุ้มร้านอาหารพระราชทานอย่างเป็นกันเอง ก่อนที่นายกฯ และ ครม. พร้อมด้วยคู่สมรสจะร่วมรับประทานอาหารพระราชทาน และร่วมกันร้องเพลงสามัคคีชุมนุม ก่อนวงดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีปิดงานในเวลา 20.10 น. 
พระราชทานเครื่องราชฯ
    ทางด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ให้กับชาวต่างชาติจำนวน 114 คน คนไทย 74 คน ขณะที่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ จะได้รับเข็มที่ระลึกครบรอบเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555 จำนวน 184 คน โดยนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และสิ่งอันเป็นที่ระลึกแก่ผู้ปฏิบัติภารกิจสำคัญที่เป็นผู้เสียสละอย่างยิ่งเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 7 ก.ย.นี้ เวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายก่อนที่นักฟุตบอลทีมหมูป่าฯ 12 ชีวิตจะเดินทางมาร่วมงานเลี้ยง ได้ร่วมกิจกรรม "13 ชีวิต ทีมหมูป่าอะคาเดมี พบสื่อมวลชน" ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดขึ้น ณ ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยพระเอกพล วิสารโท หรือโค้ชเอก มาร่วมกิจกรรมด้วย โดยมีนายวีระ โรจนพจนรัตน์ รมว.วธ, นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัด วธ. ให้การต้อนรับ
    ทั้งนี้ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และโฆษกคณะกรรมการสื่อสร้างสรรค์ กรณีถ้ำหลวง จ.เชียงราย เป็นผู้ดำเนินรายการสัมภาษณ์ พร้อมกับนิมนต์พระครูประยุทธ์ เจติยานุการ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา จ.เชียงราย พร้อมเชิญพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กๆ ทีมหมูป่าฯ ร่วมฟังการสัมภาษณ์ ขณะที่บรรยากาศโดยรอบพื้นที่จัดกิจกรรมมีประชาชนจำนวนมากมาเฝ้ารอฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากพระเอกพล และเด็กๆ ทั้ง 12 ชีวิตกับช่วงเวลาที่ติดถ้ำหลวง
    พิธีกรได้ถามคำถามแรกว่า หลังออกจากถ้ำหลวงมา 2 เดือนชีวิตเป็นอย่างไร น้องตี๋กล่าวว่า ใช้ชีวิตปกติได้เรียนหนังสือเหมือนเดิม และเจอเพื่อนๆ เยอะกว่าเดิม ส่วนน้องอดุลย์เล่าว่า ใช้ชีวิตเหมือนเดิม มีความสุขที่ได้กลับมาเจอเพื่อนๆ และดีใจที่ทุกคนต้อนรับการกลับมา,  น้องไตตั้นกล่าวว่า ใช้ชีวิตเหมือนเดิม มีเพื่อนสนิทมากขึ้น ขณะที่น้องมาร์คระบุว่า กิจวัตรประจำวันเหมือนเดิมได้ปั่นจักรยานและไปวัด สำหรับน้องหมูป่าคนอื่นๆ ก็ตอบคำถามลักษณะเดียวกัน 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนใหญ่จะเป็นคำถามในช่วงเวลาที่ติดถ้ำหลวง ที่ทั้ง 13 ชีวิตเคยเล่าให้สื่อมวลชนฟังแล้ว แต่คำถามที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้เข้าร่วมงานคือเมื่อพิธีกรถามว่า ในทีมหมูป่าฯ มีใครมีแฟน ได้ยินมาว่า กำลังคบๆ ดูใจไปก่อน และให้ยกมือขึ้น ปรากฏว่าน้องไตตั้นชูมือขึ้น พร้อมบอกว่า อยู่ในช่วงคุยๆ กันไปก่อน                          
และในช่วงสุดท้ายของการสัมภาษณ์พิธีกรถามว่า อยากบอกความในใจใดแก่สังคม พระเอกพลกล่าวว่า ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงพระราชทานความช่วยเหลือตลอดมา  ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่คอยสั่งการให้ทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนชาวบ้าน และพี่น้องชาวต่างชาติ ที่เข้ามาช่วยเหลือน้องๆ ออกจากถ้ำหลวง ขอขอบคุณจากใจ ขณะที่น้องๆ หมูป่ากล่าวขอบคุณคนทั้งโลกที่เสียสละช่วยเหลือชีวิตพวกเราทั้ง 13 คน            
    เมื่อพิธีกรถามว่า ทำไมคนทั่วโลกถึงรู้สึกส่งกำลังใจให้ทีมหมูป่าฯ น้องอดุลย์เป็นตัวแทนกล่าวว่า สิ่งเดียวที่ทุกคนรักและเอ็นดูพวกเรา เพราะทุกคนมีความห่วงใยและคอยให้กำลังใจช่วงเวลาอยู่ในถ้ำจนได้ออกมา ทุกคนคอยต้อนรับ รู้สึกตื้นตันใจ ขอบคุณคนทั่วโลกจากใจ  เมื่อพิธีกรถามอีกว่า บทเรียนสำคัญกรณีถ้ำหลวง ควรเรียนรู้สิ่งใด พระเอกพลกล่าวว่า ให้ทุกคนใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท เพราะประมาทแม้เพียงนิดเดียวก็อาจจะพลาดได้ เช่นกรณีถ้ำหลวง เข้าไปในถ้ำโดยไม่ได้ศึกษาสภาวะอากาศตั้งแต่แรก แม้แดดออกท้องฟ้าสดใส พอเข้าไปกลับพบกับน้ำเขาปิดปากถ้ำจนออกไม่ได้ ฝากทุกคนให้มีสติและสมาธิ อย่าประมาทกับชีวิต เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ 
    เมื่อเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ น้องๆ ทีมหมูป่าฯ และครอบครัวได้เยี่ยมชมนิทรรศการปฏิบัติการถ้ำหลวงวาระแห่งโลก จากนั้นทีมหมูป่าได้เข้าชมสยามโอเชียนเวิลด์ ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน.


อย่าว่าโง้น-งี้เลยนะ วันนี้..... ขอฉลองศรัทธา "คุณไพศาล พืชมงคล" เจ้าสำนักบางโพที่ไม่ต้องขยายความสักสอง-สามคำเถอะ

วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน
'คนไทยหัวใจกระวีกระวาด'
เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'