คมนาคมเตรียมเรียก"พาที"ชี้แจงปมนอมินีนกสกู๊ต


   

คมนาคมเล็งเรียก ‘พาที’ สอบปมนอมินีนกสกู๊ตและชี้แจงประเด็นกังกล่าว ห่วงปัญหาสภาพคล่องกระทบความปลอดภัย ชี้ยังไม่มีสัญญาณถึงขนาดว่าธุรกิจไปไม่ไหว

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยถึงกรณีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมได้สั่งการให้ตรวจสอบเรื่องนอมินีรับถือหุ้นแทนกลุ่มทุนต่างชาติในบริษัทนกสกู๊ตว่า ตามเงื่อนไขของใบอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ (AOL) ใหม่นั้นได้กำหนดให้ต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49% ซึ่งจากการตรวจสอบก็เป็นไปตามระเบียบดังกล่าวและจากการตรวจสอบในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท นกมั่งคั่ง จำกัด ก็ผ่านเกณฑ์เช่นเดียวกันเพราะมีทุนไทยถือหุ้นทั้ง 100%

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ประเด็นของนายพาที สารสิน ซึ่งเป็นผู้ร่วมถือหุ้นด้วยแต่ที่ผ่านมายังไม่มีการตรวจสอบมากนัก เพราะเป็นการถือหุ้นโดยฝั่งไทยทั้ง 100% ทำให้ไม่ได้มีความเข้มงวด ดังนั้นหลังจากนี้ต้องกลับมาตรวจสอบอย่างละเอียด หากพบว่าการถือหุ้นแทนของฝั่งไทยด้วยกันก็ไม่มีผลกระทบต่ออย่างใด แต่ถ้าเป็นการถือแทนฝ่ายของสิงคโปร์อาจจะเป็นประเด็นขึ้นมาได้เพราะจะผิดเงื่อนไข ทำให้การดำเนินการของสายการบินนกสกู๊ตผิดเงื่อนไข  ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะพยายามนัดหมายนายพาที เพื่อมาชี้แจงในกรณีดังกล่าวต่อไป

ทั้งนี้ปัจจุบันผู้ถือหุ้นสายการบินนกสกู๊ต ประกอบด้วย สายการบินสกู๊ต จากสิงคโปร์ ถือหุ้น 49% ,บริษัท นกมั่งคั่ง จำกัด  ถือหุ้น 49%  และบริษัท เพื่อนน้ำมิตร จำกัด ถือหุ้น 2% ขณะที่ผู้ถือหุ้นของบริษัท นกมั่งคั่ง จำกัด ประกอบด้วย NOK ถือหุ้น 49% และนายพาที ถือหุ้น 50%

นายจุฬากล่าวต่อว่านอกจากนี้กระทรวงคมนาคมยังได้สั่งการให้ตรวจสอบเรื่องสภาพคล่องของสายการบินนกแอร์ว่าจะกระทบต่อความปลอดภัยหรือไม่ ดังนั้นหลังจากนี้กพท.จะติดตาม
อยู่ห่างๆ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเจรจาหาพันธมิตรเข้ามาร่วมทุน ซึ่งเบื้องต้นได้รับทราบว่ามีการเจรจาทั้งพันธมิตรในไทยและต่างประเทศ อย่างไรก็ตามจะแบ่งเป็น 2 ประเด็นได้แก่ 1.คุ้มครองคนโดยสาร ถ้าสายการบินมีปัญหาสภาพคล่องเพราะจะกระทบโดยตรง 2.เรื่องความปลอดภัย กรณีที่มีปัญหาสภาพคล่อง บางทีเขาอาจจะใช้วิธีการลดค่าใช้จ่ายเรื่องความปลอดภัยด้วย แต่ทั้งนี้

 "กพท.จะใช้วิจารญาณพิจารณาเรื่องดังกล่าวพอสมควร เพราะอาจจะมีผลกระทบกับเขาได้ ขณะนี้ก็ยังไม่มีสัญญาณถึงขนาดว่าไปไม่ไหว"นายจุฬากล่าว