ซัดสหพันธรัฐไทแดงเก๊!


เพิ่มเพื่อน    

    ศาลให้ประกันตัวสาวเสื้อดำสหพันธรัฐไท  ขณะที่แกนนำ นปช.มามุกเดิม "ก่อแก้ว" ลั่นจุดยืนไม่เหมือนกัน เป็น "แดงปลอม" มีพวกหนีไปต่างประเทศอยู่เบื้องหลัง แดงแท้ต้องเชียร์การปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 
    ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ควบคุมตัวนางวรรณภา คำพิพจน์ อายุ 30 ปี ภูมิลำเนาหมู่ 9 ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองฯ จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาคดีแจกเสื้อสหพันธรัฐไท ในข้อหายุยงปลุกปั่นและเป็นอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 209 มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-23 ก.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานอีก 4-5 ปาก รอผลตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร ประกอบกับเป็นความผิดอาญาร้ายแรง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
    คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อประมาณปี 2557 เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับคำสั่งจาก คสช. ให้ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล และการก่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยพบว่ามีบุคคลหลายกลุ่มที่มีพฤติการณ์ในการต่อต้านรัฐบาลและ คสช. ซึ่งก็ได้มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีเรื่อยมา ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ส.ค.2561 ฝ่ายข่าวคณะรักษาความสงบแห่งชาติสืบทราบว่า นายกฤษณะ อาษาสู้ กับพวกรวม 3 คน (ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้แล้ว) มีพฤติการณ์ต่อต้านรัฐบาล 
    โดยมีการรวมกลุ่มในชื่อกลุ่มสหพันธรัฐไท ทำการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยมีการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำ โดยพยายามโน้มน้าวประชาชนให้เห็นด้วยในการเปลี่ยนระบอบการปกครองของประเทศไทยจากระบอบประชาธิปไตยฯ ให้เปลี่ยนไปปกครองในระบอบสหพันธรัฐ โดยมีการเคลื่อนไหวในเชิงสัญลักษณ์ เช่น การทำเสื้อ, สติกเกอร์ แจกจ่ายให้สมาชิกในกลุ่มและเผยแพร่ใบปลิวไปตามสถานที่ต่างๆ ในลักษณะเผยแพร่แนวคิดของกลุ่มสหพันธรัฐ โดยนำไปปิดและแจกจ่ายในสถานที่ต่างๆ และยังมีการวางแผนที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ที่สนับสนุนแนวคิดของกลุ่ม ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
    จึงอาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ลงวันที่ 1 เม.ย.2558 เชิญตัวนายกฤษณะกับพวกรวม 3 คน มาซักถามที่ มทบ.11 ซึ่งผลการซักถาม นายกฤษณะกับพวกยอมรับว่าได้รวมกลุ่มกันในชื่อกลุ่มสหพันธรัฐไท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองฯ จึงได้รายงานพฤติการณ์และการกระทำของกลุ่มผู้ต้องหาให้รัฐบาลทราบ  
    ซึ่งเห็นว่าการกระทำของนายกฤษณะกับพวกผิดกฎหมาย จึงมอบหมายให้ผู้กล่าวหามาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และฝ่ายข่าวสืบสวนขยายผลทราบว่า แกนนำองค์กรสหพันธรัฐไทยซึ่งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ได้จัดทำเสื้อดำติดธงสัญลักษณ์ และมีนางวรรณภา ผู้ต้องหา เป็นบุคคลที่รับเสื้อดังกล่าวจากนางสมพิศ สมบัติหอม มารดาผู้ต้องหา ซึ่งเป็นแนวร่วมกลุ่มสหพันธรัฐไทที่หลบหนีจากประเทศไทย เข้าไปเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน มาแจกจ่ายให้กับสมาชิกเพื่อขยายแนวร่วม โดยเดินทางเข้าไปทาง จ.หนองคาย ได้รับเสื้อมาแล้ว 3 ครั้ง จำนวน 60 ตัว แล้วนำมาส่งที่ไปรษณีย์หนองคาย เพื่อส่งให้กับแนวร่วมตามที่อยู่ต่างๆ ส่วนเสื้อที่เหลือนำมาไว้ที่ห้องตัวเองเพื่อรอให้ส่งสมาชิกตามคำสั่งของนางสมพิศ จนเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพบ
    ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน อนุญาตให้ฝากขัง ต่อมาญาติของผู้ต้องหายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการฝากขัง ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้นางวรรณภา ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวไป โดยตีราคาประกัน 200,000 บาท
    นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำ นปช. หรือคนเสื้อแดง กล่าวว่า นปช.เป็นกลุ่มคนที่จุดยืนชัดเจนว่าเราเรียกร้องประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตรงนี้คือจุดยืนของนปช. หากใครที่ไม่มีจุดยืนตรงนี้เหมือนกับเรา ก็ถือว่าเขาไม่ใช่ นปช. ส่วนใครจะมาอ้างว่าเป็นเสื้อแดง เสื้อสีอะไร ก็อ้างได้ แต่มันไม่ใช่ เพราะ นปช.เรามีจุดยืนตรงกัน
    "เวลาผ่านไป ก็ได้พิสูจน์ตัวเองว่าใครคือ นปช. ใครไม่ใช่ ดังนั้นคนที่เป็น นปช. ก็ยืนยันอยู่ในประเทศ เราไม่ไปไหน แล้วเราก็เรียกร้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ซึ่งเป็นระบอบที่เหมาะสมที่สุดกับประเทศไทย ดังนั้นคนอื่นที่ไม่ได้อยู่เมืองไทยแล้วมาอ้างเสื้อแดงนั้น ก็อ้างไป แต่มาอ้างเป็นนปช.ไม่ได้ ต้องเข้าใจว่าฝ่ายที่ยืนตรงข้ามกับฝ่ายประชาธิปไตย เขาเองก็พยายามดิสเครดิตฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อให้ความน่าเชื่อถือมันลดน้อยลง"  นายก่อแก้วกล่าว
    นายนิสิต สินธุไพร แกนนำ นปช. กล่าวว่า ไม่รู้เรื่องสหพันธรัฐไทเลย ก็เพียงแต่ได้ทราบจากข่าว ซึ่งตนไม่ได้สนใจกลุ่มนี้เลย ซึ่งก็คงมีหลายกลุ่ม หลายพวก ที่ความคิดต่างกัน แต่สำหรับเราแล้วจุดยืนเราชัดเจนคือการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยโดยสันติวิธี ไปสู่การเลือกตั้ง มีหลักนี้เท่านั้น หลักอื่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เห็นด้วย และไม่ไปยุ่งเกี่ยวด้วย
    ด้านนายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เพิ่งเห็นเรื่องสหพันธ์เหล่านี้จากข่าว แล้วก็คิดว่าการจะรวมกลุ่มกันเพื่อแบ่งแยกรัฐนั้นเป็นไปไม่ได้ และยิ่งบอกว่าคนแดนไกลเข้ามาเกี่ยวโยงกับเรื่องนี้ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย
     “ไม่อยากให้คนที่ไม่ชอบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พยายามผูกโยงเรื่องแบบนี้ นายทักษิณเองก็เป็นคนไทยคนหนึ่งที่รักประเทศไทยไม่น้อยไปกว่าใคร" นายสมคิดกล่าว
    รายงานข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงระบุว่า  เจ้าหน้าที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเหล่านี้ ที่เดิมหลังจากหลบหนีออกจากประเทศไทย ก็ก่อตัวในนาม 7 ประจัญบาน ประกอบด้วย ลุงสนามหลวง ( ชูชีพ ชีวสุทธิ์), โกตี๋ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ, สหายยังบลัด (สหายเลือด), สหายเผด็จ, สหาย 112, แยม-ขุนทอง วงไฟเย็น, ข้าวเหนียวมะม่วง ซึ่งอยู่บ้านเดียวกัน จนกระทั่งการหายไปของโกตี๋ หรืออย่างมีเงื่อนงำ พร้อมกระแสข่าวไส้ศึก ที่ชี้เป้าให้หน่วยงานความมั่นคงเข้าจับกุม ทำให้เกิดการแยกตัวของขุนทองและแยม ไฟเย็น ไปจับมือกับสุรชัย แซ่ด่าน ในประเทศเพื่อนบ้าน วิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯ และรัฐบาล คสช. ในช่องทางสถานีของตัวเอง
     จนช่วงปลายปี 2559 ลุงสนามหลวง, สหายยังบลัด, สหายข้าวเหนียวมะม่วง ยังเคลื่อนไหวจัดวิทยุทางช่องทางลุงสนามหลวง และมีการจัดตั้งรายการชื่อ “สหพันธรัฐไทกับสามทหารเสือ” ออกอากาศทางช่องทางยูทูบ เคลื่อนไหวปลุกระดมให้สมาชิกเคลื่อนไหวแตกหักในช่วงเดือนตุลาคม 2560 จนช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีการรณรงค์และเชิญชวนให้สมัครเป็นสมาชิกของสหพันธรัฐไท มีการจัดทำระบบสมาชิก มีรหัสประจำตัวเป็นเลข 10 หลัก ซึ่งบ่งชี้ความเป็นสมาชิกประจำรัฐในประเทศไทย แบ่งการปกครองออกเป็น 10 เขต ใช้แนวคิดการกระจายอำนาจ ที่ให้ประชาชนระดับชุมชน รากหญ้า สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ปกครอง ไม่ใช่การปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขผ่านระบบตัวแทนตามรัฐธรรมนูญ
     รายงานข่าวยังระบุว่า ฝ่ายความมั่นคงยังคงติดตามและขยายผลการจับกุม เนื่องจากมีการขายเสื้อดำเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการต่อต้านวันสำคัญของสถาบันฯ ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีการใช้กลยุทธ์ก่อนขายเสื้อในการเรียกร้องความสนใจจากคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ให้เข้ามาติดตาม เริ่มจากการทำสติกเกอร์ภายใต้สัญลักษณ์ธงขาว-แดง การแจกใบปลิวในโรงอาหารที่สถาบันการศึกษา สร้างความสงสัยให้กับคนที่พบเห็น ซึ่งฝ่ายความมั่นคงกำลังติดตาม มองว่า การเคลื่อนไหวเหล่านี้เป็นกลุ่มเสื้อแดงสายล้มสถาบัน  จากมีอยู่ทั้งหมด 4 เฉด ได้แก่ กลุ่มแดงสนับสนุนทักษิณ, กลุ่มแดงไม่เอาพรรคประชาธิปัตย์, แดงต้านเผด็จการทหาร และแดงล้มเจ้า ซึ่งในสถานการณ์สู้รบ ทั้ง 3 กลุ่มจะมาร่วมกับกลุ่มต่อต้านสถาบันที่กำลังเคลื่อนไหวในช่องทางโซเชียลมีเดียในขณะนี้.  


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"