'นคร'เพ้อ!สงครามระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการใกล้จบแล้ว ฝ่ายปชต.รอวันชนะอย่างเด็ดขาด


   

13  ก.ย. 61 - นายนคร มาฉิม อดีตส.ส.พิษณุโลก โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า "กราบเรียน พี่น้องประชาชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย รักความถูกต้องและความเป็นธรรมทุกท่าน หลังจากที่ผมได้ทำหนังสือเปิดผนึกบอกความจริงเบื้องหน้าเบื้องหลังการวางแผนสมคบคิดของระบอบเผด็จการเพื่อล้มล้างทำลายอำนาจของประชาชนทำลายระบอบประชาธิปไตย และอวยพรวันเกิดให้นายกทักษิณแล้วก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย

แต่ส่วนใหญ่ฝ่ายประชาธิปไตยจะเห็นด้วยและสนับสนุนเพราะมันเป็นความจริงในเชิงประจักษ์ แต่ถูกฝ่ายเผด็จการและระบอบเผด็จการบิดเบือน ประวัติศาสตร์ปิดบังซ่อนเร้นเพื่อไม่ให้ประชาชนคนไทยรู้ความจริง เพราะถ้าคนไทยส่วนใหญ่รู้ความจริงที่ถูกหลอกลวงไว้ ระบอบเผด็จการก็จะถึงกาลอวสาน พังทลายลงทั้งระบอบ ยากต่อการควบคุมและปกครองเพื่อเสวยสุขและมีอำนาจต่อไป มีโอกาสกดขี่ ข่มเหง ริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนเพื่อประโยชน์ของพวกตนต่อไป ระบอบเผด็จการจึงหวาดกลัวต่อความจริงเป็นอย่างยิ่ง

จากนั้นผมเองได้รับเกียรติจากผู้แทนของสหภาพยุโรป หรือ EU เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ และ สังคม เราได้ใช้เวลาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันสองชั่วโมงกว่า ด้วยมิตรภาพอันดี ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งเชิงลึกและมุมกว้างในทุกมิติและบริบทสังคมไทยสังคมโลก และเพื่อบันทึกความทรงจำผมจึงได้ยื่นหนังสือต่อผู้แทนของสหภาพยุโรปเพื่อให้ผู้แทนของสหภาพยุโรปได้นำเสนอต่อสหภาพยุโรปเพื่อพิจารณาตามกระบวนการทางการทูตต่อประเทศไทยตามรายละเอียดที่แนบมานี้ โดยเป็นเอกสิทธิ์ของสหภาพยุโรปโดยเด็ดขาด และพวกเราเคารพต่อการตัดสินใจของสหภาพยุโรป

ที่ผมได้ตัดสินใจยื่นหนังสือให้สหภาพยุโรป ก็เพราะปัจจุบัน ประเทศไทยและคนไทยทุกคนถูกฝ่ายเผด็จการยึดอำนาจไปนานแล้วตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 จากนั้นพวกเขาก็ไดสร้างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่เป็นของเผด็จการ โดยเผด็จการและเพื่อเผด็จการ กดขี่ ข่มเหง ประชาชน สร้างแต่ความเกลียดชัง แตกแยกไปทุกภาคส่วนของสังคม บ้านเมืองอยู่ในยุคมืด ประชาชนทุกภาคส่วนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า เช่น

1. ภาคการเกษตร ทั้งชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน เผด็จการปล่อยพวกนายทุนผูกขาดตัดตอน ให้ปุ๋ย ยา เมล็ดพันธุ์ ราคาแพงลิบลิ่ว ในขณะที่พืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ขาดทุนอย่างมาก หนี้สินเกษตรกรสูงท่วมแผ่นดินในยุคเผด็จการครองเมือง

2. ผู้ใช้แรงงาน จากเดิมที่รัฐบาลจากการเลือกตั้งสร้างเงินสร้างงาน ให้พี่น้องผู้ใช้แรงงาน มีงานทำ การค้าการลงทุนคึกคักเพราะทั่วโลกยอมรับ และมิตรประเทศไม่ว่าจะเป็นยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เอเชียหรือแม้แต่จีนก็เข้าทำการค้าการลงทุนอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม คนไทยและประเทศคู่ค้าต่างฝ่ายต่างได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน เราในฐานะประเทศกำลังพัฒนาก็ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี หรือ GSP แรงงานก็มีงานทำ มีเงินผ่อนรถผ่อนบ้าน แต่พอเผด็จการเข้ามายึดอำนาจ แรงงานก็ตกงาน เคยมี OT ก็ไม่มี ถูกยึดบ้านยึดรถ ถดูฟ้องร้องดำเนินคดีเดือดร้อนกันทั่วหน้า

3. ผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศประมาณ 2.8 ล้านราย เคยทำมาหากินได้สะดวก มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ บางราย สามารถขยายกิจการให้มั่นคงเจริญก้าวหน้าเป็นห่วงโซ่ทางเศรษฐกิจให้ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง แต่พอถูกเผด็จการมาปกครอง ตอนนี้ผลิตสินค้าก็ขายไม่ออก หนี้สินก็ท่วม ปรับโครงสร้างหนี้อย่างไรก็แทบไม่รอด เริ่มล้มละลาย ล้มหายตายจากไปหลายแสนแห่ง

4.ทุนชาติหรือ ทุนท้องถิ่นแต่เดิมที่มีรัฐบาลมากจากการเลือกตั้ง ช่วยกันประคับประคอง มีมาตรการปกป้องคุ้มครองทุนชาติในอยู่ได้ แต่พอเผด็จการเข้ามาปกครอง เผด็จการก็เอื้อประโยชน์ให้แต่ทุนขนาดใหญ่ ทุนผูกขาดร่วมมือกันกับทุนข้ามชาติ โดยเฉพาะทุนจากจีน เข้ามาอย่างสะดวก จนทุนชาติหรือทุนท้องถิ่นเริ่มขายกิจการล้มละลายและหายไปอย่างน่าใจหาย

5.ลูกหลานของพวกเราที่เกิดมา ร่ำเรียนมา ก็ไม่มีงานทำ แถมติดหนี้ตั้งแต่กู้เรียนหนังสืออีก เกิน 70 เปอร์เซ็นต์ที่จบการศึกษาไม่มีงานรองรับ บางส่วนต้องไปเกี่ยวข้องกับ ยาเสพติด ขบวนการค้ามนุษย์ และ ถูกผลักไปอยู่ในโลกมืดไร้อนาคต อันนี้เป็นเฉพาะกรณีตัวอย่างเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่พวกเผด็จการสร้างปัญหา สร้างความเดือดร้อนทุกข์ยากลำบากให้เกิดขึ้นแก่คนไทย และประเทศไทยของเรา

แต่พอผมชี้ให้เห็นความจริงว่ารากเหง้าของปัญหามาจากระบอบการเมืองการปกครองแบบเผด็จการ และเมื่อในประเทศไทยของเราถูกครอบงำด้วยยุคมืดของเผด็จการ ในประเทศไทยของเราพูดที่ไหนก็ไม่ได้ เพราะทุกองค์กรฝ่ายเผด็จการก็ครอบงำหมด จึงร้องขอให้ต่างประเทศที่เจริญแล้ว มีอารยะมีประชาธิปไตย ช่วยกดดันให้เหล่าเผด็จการที่ใช้อาวุธปล้น และยึดอำนาจของประชาชนไป คืนความสุข คืนอำนาจ คืนประชาธิปไตย คืนความเป็นธรรมให้คนไทยด้วย ตอนนี้คนไทยและประเทศไทยมีปัญหาเดือดร้อนเพราะพวกเผด็จการกดขี่ข่มเหงพวกเรา เพียงเท่านั้น

พวกเครือข่ายของเผด็จการบางส่วน ทั้งนายทุนผูกขาด ขุนศึกที่เสวยสุขบนตำแหน่งใหญ่โตมีอำนาจวาสนาที่ปล้นมาจากประชาชน อำมาตย์ที่มีอภิสิทธิ์ มีอำนาจบารมี และเหล่าสื่อ ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และสื่อมวลชนฝ่ายเผด็จการ รับใช้เผด็จการ ได้รับค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ สมประโยชน์กับพวกเผด็จการก็เริ่มหาทางทำลายผม ใส่ร้ายป้ายสีผมต่างๆนาๆ เพื่อทำลายผมและนักสู้ฝ่ายประชาธิปไตย เช่น กล่าวหาว่า ชักนำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน/ ขายชาติ / EU ไม่ใช่พ่อ /UN ไม่ใช่พ่อ / เผาบ้านเผาเมืองตัวเองฯ

ผมจึงอยากกราบเรียบต่อพี่น้องประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยทุกท่านว่า ท่านอย่าหวั่นไหว ผมเชื่อในวิจารณญาณของทุกท่านที่จะแยกถูก แยกผิด แยกดำ แยกขาว และแยกออกระหว่างประชาธิปไตย กับเผด็จการและเครือข่ายของเผด็จการว่าใครเป็นใคร ใครอยู่ฝ่ายไหน

สงครามระหว่างประชาธิปไตย กับเผด็จการ ใกล้จบแล้ว รอวันชนะอย่างเด็ดขาด ของฝ่ายประชาธิปไตยอีกไม่นานครับ จึงอยากขอให้พวกเราสู้ต่อไป เพื่อประชาชนและประชาธิปไตย เพื่อลูกหลานของพวกเรานะครับ"


ยิ่งกว่าวันนั้นของเดือน........... "เอ๋-ปารีณา" เธอพูดถึง คุณเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส น่ะ ก็นะ.... ไม่เคยเห็นมาก่อนว่า กรรมาธิการสภาผู้แทนฯ จะแบ่งข้างแยกขั้วซัดกันเละขนาดนี้ เน้นสนองตัณหาตัวเอง ไม่สนใจว่าประชาชนจะได้อะไร

"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?