'หมวดเจี๊ยบ' คอนเฟิร์มยูเอ็นประณามไทยเรื่องจริง!


เพิ่มเพื่อน    

15 ก.ย.61 - ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรสร้างความอับอายซ้ำสองให้ประเทศไทย โดยการพูดโกหกเพื่อเอาตัวรอดเนื่องจากติดโผเป็น 1 ใน 38 ประเทศที่มีพฤติกรรมคุกคามนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ โฆษกรัฐบาลกำลังพูดบิดเบือนให้คนไทยเข้าใจว่าการประณามดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับองค์การสหประชาชาติ หรือ UN โดยตรง ทั้งยังอ้างว่าประเทศไทยไม่ได้โดน UN ขึ้นแบล็คลิสต์อีกด้วย ทั้งๆ ที่ ในความเป็นจริง คนที่ออกมาเปิดเผยรายงานประจำปีฉบับนี้ คือนายแอนโตนิโอ กูเตอร์เรซ ซึ่งเป็นเลขาธิการสหประชาชาติ โดยได้นำเสนอรายงานประจำปีดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติด้วยตัวเอง ณ ที่ทำการใหญ่องค์การสหประชาชาติ ที่นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา 

ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวว่าการที่ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายประจำของยูเอ็นเป็นคนออกมาพูดเรื่องนี้ แล้วมันจะไม่เกี่ยวกับยูเอ็นได้อย่างไร การที่โฆษกรัฐบาลอ้างว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ หรือ UNHRC เท่านั้น ไม่ใช่เรื่องของยูเอ็นโดยตรง ไม่ทราบว่าเป็นเพราะต้องการลดความน่าเชื่อถือของรายงานชิ้นดังกล่าว หรือเป็นเพราะไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่ององค์กรระหว่างประเทศกันแน่ อยากถามโฆษกรัฐบาลว่าท่านไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งโง่ นอกจากนี้ การอ้างว่ามีอีกตั้ง 30 กว่าประเทศที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่ประเทศไทยเท่านั้น จัดเป็นความคิดแบบคนขี้แพ้ ไม่ใช่วิธีคิดแบบผู้ชนะหรือผู้ที่เจริญแล้ว ทั้งนี้ ถ้าเป็นรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ ย่อมต้องหาวิธียกระดับประเทศไทยให้มีมาตรฐานสูงขึ้นในทุกด้าน ผู้นำที่ดีต้องคิดแบบนี้ประเทศจึงจะก้าวหน้า ไม่ใช่ตั้งเป้าหมายของประเทศไว้จนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน 

เธอกล่าวว่าส่วนข้ออ้างที่ว่าไม่เคยละเมิดสิทธิมนุษยชนประชาชน มีแต่ช่วยดูแลความปลอดภัยให้นั้นก็ฟังไม่ขึ้น พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ เพราะเห็น ๆ กันอยู่ว่าตลอดระยะเวลา 4-5 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ส่งทหารไปคุกคามนักเคลื่อนไหว นักการเมืองฝ่ายตรงข้าม สื่อมวลชน นักวิชาการและประชาชนที่คิดต่างถึงที่บ้านอยู่ตลอดเวลา แบบนี้มันไม่ใช่การส่งคนไปคุ้มครอง แต่เป็นการคุกคามและเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนชัดๆ  แม้แต่ตัวดิฉันเองก็ยังโดน จึงกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่ามีการคุกคามเกิดขึ้น ดังนั้น สิ่งที่ปรากฏในรายงานของยูเอ็น จึงเป็นการพูดเรื่องจริงบนพื้นฐานของข้อมูลที่ตรวจสอบได้

ทั้งนี้ เลขาธิการยูเอ็น ระบุว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เป็น 1 ใน 38 ประเทศที่มักจะดำเนินคดีนักเคลื่อนไหวทางสังคมโดยกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย และเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติโดยอ้างว่าพวกเขาจับมือกับคนในต่างแดนเพื่อเคลื่อนไหว แต่ UN มองว่า ข้อกล่าวหาเหล่านี้ เป็นเพียงข้ออ้างของรัฐบาลและเป็นพฤติกรรมที่น่าละอาย จะเห็นว่ารายงานของ UN  ไม่ได้ค้านสายตาของคนไทยส่วนใหญ่ มีแต่รัฐบาลเท่านั้นที่ยังไม่ยอมรับความจริง ทั้งยังเอาแต่แก้ตัวโดยใช้คำโกหก ไม่ได้คิดจะแก้ไขปรับปรุงตัว ซึ่งจะยิ่งลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ บนเวทีโลก 

"ดังนั้น รัฐบาลก็อย่าไปโทษสื่อมวลชนหรือประชาชนที่สนใจข่าวนี้ ว่าทำลายชื่อเสียงของประเทศ เพราะคนที่ทำให้บ้านเมืองเสียหายตัวจริง คือ รัฐบาลนั่นเองไม่ใช่ใครอื่น และอย่ามาแสดงอาการหงุดหงิด ที่คนไทยไม่เชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาล เพราะการที่งานพีอาร์ของรัฐบาลไม่ได้ผลนั้น ก็เป็นเพราะรัฐบาลทำงานไม่เข้าตาประชาชนและไม่ได้มีผลงานเป็นรูปธรรม ขณะนี้ รัฐบาลกำลังทำหน้าที่เป็นนักแสดงบนเวที ในเมื่อแสดงไม่ได้เรื่องเอง ก็อย่าไปโทษคนดูเลย เพราะมันน่าละอาย" ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าว.


ส.ส.เพื่อไทย "กรีดเลือดในสภา" ประกอบฉากไล่ให้นายกฯ ลาออกเย็นวาน (๒๗ ต.ค.๖๓) นั้นไม่น่าเจ็บตัวเปล่านะ!เพราะฉากนั้น "ยึดพื้นที่ข่าว" ได้แน่ 

นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์