“ธนารักษ์” แจงได้ผู้รับเหมาสร้างบ้านคนไทยฯ ปลื้มเชียงรายยอดจองทะลัก


เพิ่มเพื่อน    

 

“ธนารักษ์” แจงได้ตัวผู้รับเหมาลุยก่อสร้างบ้านคนไทยประชารัฐแล้วใน 6 พื้นที่ ได้แก่  ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น และอุดรธานี ปลื้มประเดิมเชียงรายเปิดคนจนจองสิทธิ์ล้นทะลัก

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯสามารถเปิดประมูล หาผู้รับเหมาโครงการบ้านคนไทยประชารัฐได้แล้วใน 6 พื้นที่ ประกอบด้วย ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น และอุดรธานี และได้ทยอยให้ผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้ามาลงทะเบียนจองสิทธิในโครงการฯ ที่จ.เชียงรายแล้ว และในปีหน้ากรมฯ จะเปิดประมูลโครงการบ้านคนไทยได้เพิ่มอีก 2 โครงการ คือ ลำปาง และ นครพนม รวมทั้งสิ้น 8 โครงการ มูลค่า 1.42 พันล้านบาท

“ในการเปิดลงทะเบียนจองสิทธิโครงการบ้านคนไทยประชารัฐที่จังหวัดเชียงราย มีผู้มีรายได้น้อยและประชาชนทั่วไปแห่จองสิทธิเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ บอกว่า ยังไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง จึงอยากมีบ้านเพื่อลดภาระค่าเช่าบ้านในปัจจุบัน และให้ลูกหลานได้มีที่อยู่อาศัย” นายพชร กล่าว

น.ส.อมรรัตน์ กล่ำพลบ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ ในฐานะโฆษกกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า โครงการบ้านคนไทยฯ ที่เชียงราย กรมฯได้จัดเตรียมพื้นที่ราชพัสดุในตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ประมาณ 3 ไร่ ซึ่งเป็น 1 ใน 8 โครงการที่จะดำเนินการในระยะแรกเพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง เบื้องต้นโครงการเฉพาะที่จังหวัดเชียงรายจะเป็นแบบห้องชุด 8 ชั้น มีไม่ต่ำกว่า 352 ยูนิต ราคา 3.5-7 แสนบาท ผ่อนชำระเดือนละ 2 พันกว่าบาท 

“ขณะนี้มีเอกชนสนใจยื่นซองประมูลเข้าร่วมดำเนินการแล้ว 7 ราย คาดว่าในช่วงวันที่ 20 ก.ย.นี้จะได้ตัวผู้ชนะประมูล ก่อนที่จะเสนอเพื่อพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หากเป็นไปตามกระบวนการจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 1 ปี และเปิดเข้าอยู่อาศัยได้ โดยจะให้สิทธิประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั่วประเทศมีสิทธิเป็นเจ้าของบ้านเป็นกลุ่มแรก จากนั้นจะขยายให้ประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 3.5 หมื่นบาทต่อเดือนและประชาชนทั่วไปตามลำดับ ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นบ้านหลังแรก แต่จะจำกัดสิทธิ 1 คนต่อ 1 สิทธิในทุกโครงการทั้ง 8 จังหวัดทั่วประเทศ” น.ส.อมรรัตน์ กล่าว

สำหรับประเภทที่อาศัยที่จะสร้างทั้ง 8 โครงการ จะมี 3 รูปแบบ คือ บ้านแฝด บ้านแถว และอาคารชุดพักอาศัย ซึ่งกำหนดให้มีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 28 ตารางเมตร ขณะที่ราคาอยู่ที่ 3.5-7 แสนบาทต่อหน่วย โดยผู้เข้าร่วมโครงการนั้น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารออมสิน กรมธนารักษ์ จะร่วมกันพิจารณาผู้ได้รับสิทธิเข้าร่วม และมีแนวทางให้ความช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อย และหาหไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาของธนาคาร จะให้นำเงินฝากไว้ในบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารในอัตราผ่อนชำระค่าเช่า อย่างน้อย 9 เดือน หรือตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อแสดงถึงวินัยในการผ่อนชำระ และเมื่อผู้ได้รับสิทธิผ่านการอนุมัติกับธนาคารแล้วให้เงินฝากดังกล่าวเป็นเงินดาว์นของผู้ประกอบการ 
ขณะที่มาตรการสินเชื่อ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารออมสิน จะสนับสนุนวงเงินสินเชื่อสำหรับดำเนินโครงการดังกล่าว โดยมีกรอบวงเงินโครงการ 4 พันล้านบาท โดยแบ่งเป็น สินเชื่อเพี่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนปี 1-3 ที่ 3% ต่อปี หลังจากนั้น เอ็มแอลอาร์ลบไม่เกิน 1% ต่อปี 


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"