เหลือเชื่อ!'ป้าธิดา'ยันไม่ได้เป็นคนเพื่อไทย ซัดปชป.เอาแต่ต้านระบอบทักษิณ


   

19 ก.ย.61-นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษานปช. ได้กล่าวในการทำ Facebook Live  ซึ่งก็ยังคงเป็นเรื่องของพรรคประชาธิปัตระบุว่า

ที่นายนิพิฎฐ์โพสต์เฟสบุ๊คบอกว่ารำคาญที่ตนออกมาวิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์เป็นเพราะ “พรรคของตัวไม่มีหัว”ตนพูดมาตลอดว่าไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด โดยเฉพาะพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบทุนนิยม แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้สนับสนุนหรือโจมตีว่าใครไม่ดี และเหตุที่ต้องพูดเรื่องพรรคประชาธิปัตย์เพราะพรรคปชป.เป็นปัจจัยสำคัญในทางการเมืองของประเทศไทย อันนี้ถือว่าให้เกียรติให้ความสำคัญพรรคปชป.และวิเคราะห์ในฐานะนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ผู้รักประชาธิปไตย รักความเป็นธรรม

ข้อสังเกตว่าเมื่อคสช.ออกคำสั่ง 13/61 คลายล็อก เหมือนคลายโซ่ให้ยาวขึ้น ให้ทำงานธุรการแบบที่นายอภิสิทธิ์พูด ก็ปรากฎว่ามีการประชุมเมื่อวานซึ่งพูดถึงอุดมการณ์ นโยบาย การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องการให้สมาชิกพรรคมาร่วมลงคะแนนแคนดิเดทหัวหน้าพรรคปชป.คนใหม่ด้วย

นางธิดากล่าวต่อว่าพอปชป.มีการขยับก็เริ่มกระชับพื้นที่ ทำให้เห็นชัดว่าจุดยืนของการต้านสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบทักษิณ” นั้นมันค่อนข้างที่จะเป็นกระแสหลัก ยกตัวอย่าง หมอวรงค์ก็ถูกแคนดิเดทในฐานะผู้นำการต้านคุณยิ่งลักษณ์ มีผลงานชิ้นโบว์แดงเรื่องการจำนำข้าว นายบุญยอดที่เป็นแกนนำกปปส.ก็มาเชียร์ปชป.ในฐานะผู้นำในการต้านระบอบทักษิณ พูดง่าย ๆ ว่าการต้านสิ่งที่เรียกว่าระบอบทักษิณ การต้านคุณทักษิณ คุณยิ่งลักษณ์ เหล่านี้กลายเป็นกระแสในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครหัวหน้าพรรค...หรืออย่างไร?

หมอวรงค์ก็แสดงตัวว่าเป็นผู้นำคนสำคัญยืนหยัดในเรื่องจำนำข้าวจนสามารถทำให้คุณยิ่งลักษณ์ต้องพ้นตำแหน่ง สามารถจัดการกับพรรคเพื่อไทยได้ สามารถล้มรัฐบาลได้

สำหรับนายอภิสิทธิ์จะโชว์ผลงานอะไร? อาจจะบอกเป็นผลงานปราบประชาชนในปี 2553ได้อย่างเด็ดขาด...หรืออย่างไร ปราบเสร็จแล้วไม่เจอศาลลงโทษด้วย

ดังนั้นการขยับตัวครั้งนี้แคนดิเดทหัวหน้าพรรคก็ชูการต้านระบอบทักษิณและจัดการคุณยิ่งลักษณ์เป็นสำคัญ ชี้ให้เห็นว่าพรรคปชป.จะญาติดีกับพรรคเพื่อไทยเพื่อไปต้านคสช.เป็นไปไม่ได้...หรือเปล่า? แต่น่าจะไปร่วมกับผู้สนับสนุนคสช.มาต้านสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบทักษิณ” ซึ่งนี่เป็นเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ในการจัดการทำลายพรรคคู่แข่งทางการเมืองของปชป.และของฝ่ายอนุรักษ์นิยมอำนาจนิยมทั้งหมด เรียกว่าสมประโยชน์ทั้งหมด ต้องอยู่ฟากเดียวกัน...หรือเปล่า? นี่คือข้อสังเกตประการที่หนึ่ง

ประการที่สอง มีการเสนอตัวแคนดิเดทหัวหน้าพรรค รวมทั้งมีการเสนอที่จะให้นายเอกณัฐ พร้อมพันธุ์ มาเป็นโฆษกพรรค ยิ่งชัดเจนว่ามันสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพรรครปช.มากขึ้นใช่หรือเปล่า?

เพราะฉะนั้นเราจะเห็น 2 อย่างเลย อย่างแรกที่บอกว่าชูธงต้านระบอบทักษิณเป็นด้านหลัก...หรือเปล่า? ไม่ว่าจะเป็นแคนดิเดทหัวหน้าพรรคทั้งสอง เราจะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างพรรครปช.กับพรรคปชป.มากยิ่งขึ้น ทั้งในตัวบุคคลและในแนวทาง เท่ากับว่าเป็นการกระชับพื้นที่และผูกพันใกล้ชิดกับพรรครปช.ไปทางเดียวกัน ไปทางก๊กที่สนับสนุนคสช. ใช่หรือเปล่า?

การขยับครั้งนี้ของพรรคปชป.เท่ากับกระชับพื้นที่เพื่อที่จะแสดงจุดยืนในการที่จะไม่มีความสามารถที่จะร่วมมือกับพรรคเพื่อไทยในการต้านคสช. ทำให้เห็นชัดว่าเป็นไปไม่ได้ นอกจากพรรคพท.สามารถได้เสียงท่วมท้นจึงจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในรอบแรก

พรรคปชป.ดี ๆ ชั่ว ๆ ก็คงได้ร้อยเสียงขึ้น ร้อยเสียงก็ไม่น้อย นี่ก็จะทำให้ความหวังคสช.เป็นรัฐบาล แต่นายอภิสิทธิ์จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี อันนี้จะยอมหรือเปล่า? ระหว่างการที่ได้ร่วมรัฐบาลแต่ไม่ได้เป็นนายกฯ ต้องมาติดตามดูอีกที

สุดท้ายนางเชื่อว่านายอภิสิทธิ์ก็คงได้เป็นหัวหน้าพรรค แต่จุดยืนของพรรคปชป.ที่ต้านระบอบทักษิณนั้น ก็คงเป็นกระแสที่นายอภิสิทธิ์เดินตามอย่างแน่นอน!!!