บันทึกหน้า4


   

        แปลกแต่จริง “ไพร่ทาส” พรรคเพื่อไทยและแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ทั้งระดับกระพี้ถึงระดับแกนนำมักพร่ำบอกเสมอๆ ว่าให้ก้าวข้าม “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีสถานะนักโทษหนีคดีกันได้แล้ว แต่ทำไมเวลา “สัมภเวสี” โพสต์หรือพร่ำเพ้อเรื่องใดๆ ผ่านช่องทางต่างๆ บรรดาคนที่ก้าวข้ามกลับหยิบยกหยิบจับขึ้นมาเป็นประเด็นร่ำไป...๐ ดูอย่างกรณี “บุตรชายสุดสวาท” พานทองแท้ ชินวัตร ทวีตเหน็บเพจเฟซบุ๊กของศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก ได้โพสต์อินโฟกราฟฟิกพร้อมข้อความ "4 ปีซ่อม 4 ปีสร้าง!!#สร้างไทยไปด้วยกัน ว่า "พ่อซื้อเพจกองทัพไปแล้วเหรอครับ?" ซึ่งลูกหาบรุ่นใหญ่อย่าง “วัฒนา เมืองสุข” ก็รี่ออกมาทวีตเช่นกัน ว่า "4 ปีซ่อม 4 ปีสร้าง" เป็นคำขวัญเลือกตั้งของไทยรักไทยเมื่อปี 2548 ถ้าคิดจะลอกเลียนทุกอย่างลุงลองหัดลอกเลียนสมองทักษิณดีกว่า บ้านเมืองจะได้ไม่บรรลัยแบบนี้ จริงมั้ยครับลุงเสิ่นเจิ้น”…๐ พิโธ่! เพิ่งรู้ว่า “คำไทย” มีการแสดงความเป็นเจ้าของกันได้ด้วย แล้ว ที่สำคัญหากลอกเลียนจริงก็เป็นแค่ “คำ” แต่ไม่ใช่พฤติกรรมเลียนแบบเรื่องชั่วๆอย่าง “ซุกหุ้น” หรือคอร์รัปชันโกงบ้านกินเมืองนะจ๊ะ ที่สำคัญ “เสี่ยไก่” ก็ไม่ต้องทำหน้าที่เชลียร์ทุกบาททุกสตางค์ก็ได้ เพราะหาก รอด “สันดอน” คดีบ้านเอื้ออาทรไปได้ และผลการเลือกตั้งออกมาตามเป้าประสงค์ เก้าอี้ “รัฐมนตรีเกรดเอ” นั้นรออยู่ จากผลงานที่ผ่านมาไม่ต้องเพิ่มต้องเติมแล้วพี่น้อง...๐ ที่ “ขำไม่ออก” อย่างหนักคือตัวของ “นายเหลี่ยม” เองที่ออกมาพร่ำเพ้อว่ารักประเทศบ้าง อยากเห็นการปรองดองบ้าง อโหสิกรรมบ้าง โดยอ้างเหตุ 12 ปีรัฐประหาร 2549 แหม! ทีครบ 10 ปี 11 ปีไม่เห็นออกมาขยับอะไรเลย เห็นชัดๆ ว่าต้องการปลุกสาวก และพวกคลั่งไคล้นั่นแล โดยเฉพาะหลังปี่กลองทางการเมืองเริ่มเชิดชิ่งหลังกฎหมายลูก 2 ฉบับประกาศใช้แล้ว...๐ ขอฟันธงไว้ตรงนี้เลยว่า นับแต่นี้ เราจะเห็นการขยับขับเคลื่อนของ “เหลี่ยมแม้ว” และ “นารีปู” ถี่มากขึ้น และยิ่งหลังกฎหมาย ส.ส.มีผลบังคับใช้อย่างจริงจังจะยิ่งหนักกว่านี้แน่นอน...๐ ล่าสุด “ทักษิณ” ออกมาทวีตตอบโต้ “บิ๊กป้อม” ที่ขึงขังว่า “บ้านเมืองที่วุ่นวายอยู่ทุกวันนี้เป็นเพราะใคร” พร้อมทั้งให้ไปเคลียร์คดีก่อนว่า “ท่าทีและน้ำเสียงขึงขังน่ากลัวจัง ไม่นุ่มนวลอ่อนหวานเหมือนตอนมาเกาะโต๊ะขอเป็น ผบ.ทบ.เลย” แหม! ลุงป้อมได้ฟังคงสะอึก แต่สังคมเขาก็เริ่มกังขาว่า แหน่ง “ผบ.ทบ.” มันขอกันได้ง่ายๆ อย่างนี้เหรอ จึงไม่น่าแปลกใจว่าจะมีชื่อ “พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร” อดีต ผบ.ทบ. ญาติผู้พี่ทักษิณ และ “พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์” อดีต ผบ.ตร. พี่เมียทักษิณได้นั่งเบอร์ 1 ของทหารและตำรวจด้วย งานนี้เป็นแบบ “ขอ” หรือ “โบนัส” เครือญาติกันเล่าเหลี่ยมจ๋า...๐ ประกาศแล้วจ้า สำหรับการแบ่งเขตเลือกตั้ง 350 เขตเลือกตั้ง โดย “กทม.” ยังครองแชมป์สูงสุดเหมือนเดิม แต่ก็เป็นจังหวัดที่หายไปมากที่สุด 3 เก้าอี้เช่นกัน และหากพินิจรายภาคก็จะเห็นว่ามีการหายไปเช่นกัน โดย ภาคเหนือจาก 36 คน เหลือ 33 คน, อีสาน 126 คน เหลือ 116 คน, กลาง 82 คน เหลือ 76 คน และใต้ 53 คน เหลือ 50 คน ส่วนเก้าอี้ภาคตะวันออกและตะวันตกยังไม่เปลี่ยนแปลง...๐ เรียกว่า “ปี่กลอง” เชิดก็คึกคักกันน่าดู ไม่ใช่เฉพาะในส่วนระดับ “ผู้นำ” พรรคเท่านั้น แต่รวมถึงบรรดานักการเมืองอาชีพทั้งหลายก็วิ่งขาขวิดในการสับโยกย้ายพรรคกันจ้าละหวั่นเช่นกัน ซึ่งตอนนี้ก็น่าจะเห็นคร่าวๆ ว่าไผเป็นไผแล้ว แต่เชื่อว่าหลัง ปลดล็อกเต็มสูบในช่วงเดือน ธ.ค. คงได้เห็นกันแล้วว่าใครจะซบใคร ใครดูดใคร ที่สำคัญจะทำให้ “อีแอบ” ทั้งหลายเปิดตัวกันได้เต็มๆ เสียที...๐ หันมาข่าวเศรษฐกิจกันบ้าง เมื่อ “คณะกรรมการนโยบายการเงิน” หรือ กนง. มีมติ 5:2 คงดอกเบี้ยนโยบายอยู่ 1.50% เพราะมองว่าเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง เช่นเดียวกับธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือบีโอเจ ก็มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับติดลบ 0.1% และคงอัตราดอกเบี้ยระยะยาวไว้ใกล้ระดับศูนย์เช่นกัน...๐ อึ้ง! กับการลงโทษของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการสั่งพักการให้ความเห็นชอบผู้แนะนำการลงทุนด้านตลาดทุน “น.ส.สุชาดา กางถัน” เป็นเวลา 1 ปี 3 เดือน ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ โดยแอบซื้อ-ขายหลักทรัพย์โดยลูกค้าไม่ได้สั่ง ซึ่งที่บอกว่าอึ้ง เพราะมีมูลค่า การแอบซื้อมูลค่าสูงถึงกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งลูกค้าไม่ทักท้วง แต่ที่เกิดเรื่องเพราะมีมาทักท้วงในภายหลัง ในมูลค่า 20-30 ล้านบาท ซึ่งการลงโทษกลับมีการสั่งพักแค่ 15 เดือนเท่านั้น อะไรมันจะเบาหวิวขนาดนั้น...๐ ทิ้งท้ายด้วยข่าวฝรั่งมังค่าที่อาจสร้างความสะเทือนให้เพื่อนบ้านกันบ้าง เมื่อศาลอาญาระหว่างประเทศประกาศได้เริ่มกระบวนการสอบสวนในเบื้องต้น คดีกองทัพเมียนมาก่ออาชญากรรมร้ายแรงต่อชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่แล้ว แหม! นี่ยุคประชาธิปไตยที่มี “อองซาน ซูจี” กุมบังเหียนประเทศนะจ๊ะ ตลกร้ายเสียจริงๆ...๐


ช่วงไม่อยู่.....ก็อาศัยติดตามข่าวสารโซเชียลมีเดีย เปิดๆ ปิดๆ ติดบ้างไม่ติดบ้าง ทางมือถือ รับรู้ได้ว่า ที่ฮิตและพูดจากันอื้ออึง เห็นจะไม่พ้นเรื่อง ส.ส.แสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.โดยเฉพาะราย ส.ส.อนาคตใหม่ ๓-๔ คน 

รัฐบาลปริ่มน้ำฝ่ายค้านปริ่มขาดใจ
มอง ส.ส.ผ่านบัญชีทรัพย์สิน
ภาพเชิงซ้อน 'การเมือง-การรบ'
แจกเงินเที่ยว 'รวยนักหรือ?'
เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'