
20 ก.ย.61 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 12 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้รับความเสียหายอย่างมากโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจจากความไม่สงบทางการเมืองและการปฏิวัติ 2 หน เศรษฐกิจของไทยใน12 ปีที่ผ่านมาโตเฉลี่ยได้เพียงปีละ 3% กว่าเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก และ 4 ปีที่ผ่านมาโตเฉลี่ยได้เพียง 2% กว่าเท่านั้น พึ่งจะมาเริ่มฟื้นในปีนี้ ซึ่งถ้าหากไม่มีการปฏิวัติ เศรษฐกิจไทยในช่วง 12 ปีที่ผ่านมาควรจะต้องโตได้เฉลี่ยปีละ 5-6% ตามศักยภาพ และประชาชนจะต้องกินดีอยู่ดีกว่านี้มาก
นายพิชัย กล่าวว่าหากจำกันได้ 10 กว่าปีที่แล้วเรามีผู้นำที่เป็นที่เกรงขามของประชาคมโลก มีทฤษฎีเศรษฐกิจ ที่ถูกขนานนามว่า ทักษิโณทิกส์ เป็นแบบแผนพัฒนาประเทศของตัวเองที่ประเทศที่กำลังพัฒนาอื่นๆ อยากขอนำไปใช้บ้าง ประเทศไทยรุ่งเรืองถึงขนาดกำลังจะเป็นเสือตัวที่ห้าของเอเชีย แต่หลังการปฏิวัติและความผันผวนทางการเมืองเรื่อยมาทำให้ ประเทศไทยเปลี่ยนจากเสือตัวที่ห้า กลายเป็นเห็บสยามที่ต้องคอยกระโดดเกาะและดูดประเทศมหาอำนาจไปแล้ว ตามการวิเคราะห์ของอดีตปลัดกระทรวงการคลังที่ได้ถอดใจลาออกไป
"เราเคยมีผู้นำที่ทันสมัย ความคิดก้าวหน้า มองอนาคตประเทศไทยก้าวไกล ทุกเช้าวันเสาร์ คนไทยส่วนใหญ่ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ จะต้องคอยรับชมหรือรับฟังวิสัยทัศน์ของผู้นำในขณะนั้นว่าจะมีแนวคิดใหม่ๆอะไร ทิศทางประเทศจะไปทางไหน แนะนำอ่านหนังสืออะไรที่จะทำให้ก้าวทันโลก"
นายพิชัย กล่าวต่อว่า ในขณะที่ปัจจุบันทุกค่ำวันศุกร์กลายเป็นช่วงประหยัดไฟ เพราะคนไทยจะปิดโทรทัศน์ ไม่มีใครอยากฟังผู้นำเพราะไม่มีเนื้อหาอะไรที่น่าสนใจ จนกระทั่งต้องนำดาราและนักร้องมาช่วยเรียกเรตติ้งเพิ่มคนดู และถึงขนาดต้องนำกลุ่มนักร้องต่างประเทศเข้ามาช่วยซึ่งก็ไม่รู้ว่าประเทศไทยจะได้ประโยชน์อะไรจากการที่ผู้นำโบกแท่งไฟไปมาและถ่ายรูปหมู่ด้วยท่าแปลกๆ โดยในโลกปัจจุบันวิสัยทัศน์ของผู้นำเป็นเครื่องตัดสินว่าประเทศจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร และความสามารถแข่งขันของประเทศต้องขึ้นกับความรู้ความสามารถของผู้นำเป็นหลัก ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับจำนวนเส้นผมบนศีรษะ
เพราะหากหันมาดู นายอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ คนที่ถูกจัดให้เป็นคนที่ฉลาดที่สุดในโลกก็มีเส้นผมไม่มากนัก หรือ นายเจฟ เบซอส อภิมหาเศรษฐีที่ชาญฉลาดและเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกในปัจจุบัน โดยมีทรัพย์สินรวมกันกว่า หนึ่งแสนหกหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ผู้ก่อตั้งบริษัทขายของออนไลน์ยักษ์ใหญ่ อเมซอน ก็ไม่มีเส้นผมเลย โดยหากผู้นำยังวัดคนจากปริมาณเส้นผมบนศีรษะมากกว่าจำนวนรอยหยักบนสมอง อนาคตของประเทศไทยก็คงจะพัฒนาไปได้ไม่มากนัก ดังนั้นอีกไม่นานนี้ ประชาชนไทยจะสามารถเลือกได้ว่าจะอยากได้ผู้นำเช่นไร ที่จะพาประเทศก้าวไปข้างหน้าได้
นายพิชัยกล่าวว่า ในภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็ว จนโลกต้องเผชิญกับ disruption ในด้านต่างๆ จากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน โดยอยากให้พิจารณาจากแนวคิดและผลงานตลอด 4 ปีกว่าที่ผ่านมาว่าจะสามารถนำพาประเทศไทยฝ่าฟันการเปลี่ยนแปลงของโลกและ disruption ด้านต่างๆ ในอนาคตได้หรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้วคนไทยทุกคนจะต้องรับผลจากการตัดสินใจนี้ร่วมกัน.
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |