ทอท.ยันออกแบบอาคารหลังที่2โปร่งใส ยืนเซ็นสัญญา กลุ่มดวงฤทธิ์ ต.ค.นี้


เพิ่มเพื่อน    

ทอท.ยันการประมูลออกแบบก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่2 ทำตามกติกา เตรียมเซ็นสัญญากับ กลุ่มดวงฤทธิ์ ต.ค.นี้ ยืนยันการก่อสร้างขยายสนามบินสุวรรณภูมิเป็นไปตามแผนแม่บทเดิม เร่งขออนุมัติงบ 7 หมื่นล้านก่อสร้าง 3 โครงการ มั่นใจ TOR ดิวตี้ฟรีเสร็จ ต.ค.นี้

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่าการประมูลออกแบบก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่2 (Terminal 2) นั้น ทอท. ดำเนินตามขั้นตอนขบวนการประมูล กฏกติกาที่กำหนดไว้รวมถึงดำเนินตามเงื่อนไขการประมูล (TOR) โดยไม่ได้มีการแก้ไขแบบเนื่องจากว่ายังอยู่ในขั้นตอนของการวางแนวทางซึ่งยังไม่ได้ดำเนินการออกแบบ 

ทั้งนี้การดำเนินโครงก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่2 กรอบวงเงินลงทุนโครงการ 4.2 หมื่นล้านบาทได้เพิ่มเติมในโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่3 ซึ่งเป็นไปตามแผนแม่บท (Master Plan) ของทอท.โดยคาดว่าจะสามารถเซ็นสัญญากับกลุ่มดวงฤทธิ์ บุญนาค ผู้รับออกแบบได้ภายในเดือนตุลาคม นี้หลังจากนั้นจะใช้ระยะเวลา 10 เดือนในการดำเนินการออกแบบและร่างรายละเอียด ทีโออาร์ แล้วเสร็จ แล้วถึงจะเปิดประมูลได้

"การประกวดแบบอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 มีปัญหาและกลุ่มบริษัทร่วมทำงาน S.A.  ร้องต่อนายกรัฐมนตรีขอให้ยกเลิกผลการประกวดแบบนั้น  ทอท.ยืนยันว่าการประกวดแบบที่ผ่านมาเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และไม่อยากให้สังคมใช้อารมณ์ตัดสิน แม้จะมีผู้ไปร้องให้ยกเลิกกับนายกรัฐมนตรี แต่ ทอท.ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพิจารณาตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่มี รวมทั้งขอย้ำว่าว่าการดำเนินการต่าง ๆ ยังอยู่ในช่วงประกวดแนวคิดการ ออกแบบเท่านั้น  รวมทั้ง ทอท.จะดูแลให้การก่อสร้างเป็นไปตามหลักเกณฑ์และกฎหมาย และอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 จะต้องปลอดภัยตามมาตรฐานการบิน โดยขณะนี้กำหนดเป้าหมายให้งานก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 สามารถก่อสร้างได้ปลายปี 62"นายนิตินัยกล่าว

นายนิตินัย กล่าวว่าสำหรับการวิพากษ์วิจารณ์การก่อสร้างอาคารหลังที่ 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไม่เป็นไปตามแผนแม่บท ยืนยันว่าแผนแม่บทปัจจุบันยังคงสอดคล้องฉบับเดิมในแง่สาระสำคัญ 2 ข้อ คือ ปรับเวลาก่อสร้างให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะ 2 ประกอบด้วย อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 ส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารรวมถึงระบบขนส่งมวลชน จากเดิมวางแผนก่อสร้างปี 2554-2560 แต่โครงการล่าช้าส่งผลให้ต้องปรับเวลาใหม่ให้มีการก่อสร้างระหว่างปี 2559-2563 

นอกจากนี้ ระหว่างการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินหลังที่ 1 จะมีการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินหลังที่ 2 ต่อเนื่องไปทิศทางใต้ ดังนั้น  ทอท.จึงต้องหาพื้นที่ขยายศักยภาพของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิคู่ขนานไปด้วย นำมาซึ่งการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ในโครงการพัฒนาท่าอากาศยานระยะ 3 ซึ่งเป็นไปตามองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ(ICAO) และ IATA หรือไออาต้าได้จัดทำในแผนแม่บทปี 2554 

"ยืนยันว่าการดำเนินการตามแผนแม่บทที่ปรับปรุงจะช่วยให้สุวรรณภูมรองรับผู้โดยสารมากขึ้น จากปัจจุบันผู้โดยสารปีละ 60 ล้านคนแล้ว จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วต่อเนื่องแต่ละเฟส เพื่อให้รองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น แต่หาก ทอท.ยังใช้แผนมาสเตอร์แพลนเดิม ซึ่งจะก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินหลังที่ 2 และขยายอาคารหลักที่เหลืออีกด้านหนึ่งเสร็จในปี 2569 ซึ่งก่อนที่จะก่อสร้างเสร็จจะมีผู้โดยสารมาใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิประมาณ 100 ล้านคน ขณะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะมีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้ 60 ล้านคนเท่านั้น หาก ทอท.ไม่มีการปรับแผนมาสเตอร์แพลนก็จะทำให้เกิดปัญหาความแออัดในการใช้บริการไปตลอด"นายนิตินัย กล่าว

อย่างไรก็ตามขณะโครงการก่อสร้างทางวิ่งอากาศยานเส้นที่3   กรอบวงเงินลงทุน 2.2 หมื่นล้านบาทค่ารวมชดเชยผลกระทบด้านเสียงอยู่ระหว่างผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (EHIA) โดยจะดำเนินควบคู่กับจัดทำTOR คาดแล้วเสร็จในได้เดือน ธ.ค.61 ส่วนโครงก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลังที่1 กรอบวงเงินลงทุน 6,600 ล้านบาทอยู่ระหว่างดำเนินการขอแก้ไขพื้นที่การก่อสร้างจากฝั่งตะวันออกไปฝั่งตะวันตกก่อน และจะดำเนินการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ดำเนินการย้ายฝั่ง อย่างไรก็ตามทั้งหมด 3 โครงการมูลค่ารวม 70,600 ล้านบาทจะดำเนินการขออนุมัติงบประมาณจาก ครม.ในเดือนธ.ค.61 แต่คาดว่าจะสามารถเปิดประมูลได้ภายในปีนี้ 2 โครงการคือ รันเวย์3 กับส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลังที่1

นายนิตินัย กล่าวว่าส่วนความคืบหน้าการประมูลพื้นที่ปลอดภาษีอากร (Duty fee) สุวรรณภูมิเฟส2 และในพื้นที่จะหมดอายุสัญญาในปี63คาดว่า TORแล้วเสร็จและเปิดประมูล ได้ในเดือนต.ค.นี้ โดยขณะนี้รอผลการประชุมคณะอนุกฎหมายในต้นเดือน ต.ค.นี้เพื่อจะพิจารณา ประเด็นเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ข้อพิพาทต่างๆ รวมถึงเทคนิค และประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.