มีพรฎ.เลือกตั้งรบ.คงอำนาจเต็ม


เพิ่มเพื่อน    

    "บิ๊กตู่" ลั่นฟ้าเปิดเดินหน้ายุทธศาสตร์ชาติ ปลุกประชาชนอย่ายอมให้ใครมาล้ม แจงลงพื้นที่มุ่งเติมเงินให้จังหวัดเข้มแข็ง ปัดใช้งบหลอกล่อชาวบ้าน "วิษณุ"  ยันรัฐบาลมีอำนาจเต็ม แม้มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง อนุมัติงบ-โยกย้ายได้หมด
    ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 27 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดการประชุมประจำปี 61 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ยุทธศาสตร์ชาติ อนาคตไทย อนาคตเรา" โดยมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) คสช. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคเอกชน นักวิชาการ ผู้แทนภาครัฐ ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมรับฟัง 2,500 คน 
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้อากาศปลอดโปร่ง แจ่มใส ฟ้าสว่าง แสดงว่าประเทศไทยฟ้าเปิดแล้ว มีทุกภาคส่วน รวมทั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง แสดงว่ายุทธศาสตร์ชาติเป็นเรื่องที่สำคัญ และทุกคนถือเป็นตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศ ที่จะทำให้ยุทธศาสตร์ชาติเดินหน้าต่อไปได้ มีอนาคตเหมือนกับคำที่กล่าวไว้ว่า อนาคตไทยอนาคตเรา คือการมองที่มีส่วนรวมมาก่อน แล้วค่อยมาคิดถึงตัวเองเป็นอันดับสอง รวมทั้งไม่ว่าจะยุทธศาสตร์ใด จะเดินหน้าไปได้หมด ทั้งนี้ การจะทำอะไรก็ตาม จะต้องมีก้าวแรกเสมอ ไม่ว่าจะเท้าซ้ายหรือเท้าขวา จะต้องเดินต่อ และคิดต่อว่าจะทำอย่างไรถึงจะไม่ล้ม เปรียบยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทเป็นถนนหรือทางเดินของทุกคน แต่ถึงเวลาหากรถติดก็อาจเปลี่ยนเส้นทางได้ ปรับแก้ได้ตลอดเวลา
    “ยุทธศาสตร์ปี 61-80 ตัวเลขดูเยอะ ใครจะอยู่ถึงยังไม่รู้เลย แต่ผมต้องการให้มันไปถึง ยังไงมันก็อยู่ ได้รับความเห็นชอบจาก ครม.และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติแล้ว วันนี้หลายพรรคการเมืองบอกเป็นรัฐบาลเมื่อไหร่ ล้มยุทธศาสตร์ชาติ ล้มประเทศของท่านเอง ประชาชนยอมหรือไม่ ไม่ได้หรอก นี่คืออเวนิว ถนนของท่าน ต้องไปให้ได้ ถ้าท่านอยากจะเจริญอย่างบางประเทศในอาเซียน ในประเทศอียู ประเทศตะวันตก ทุกประเทศเขามีหมด ทุกรัฐบาลจะได้ไม่บิดพลิ้ว ไม่ก้าวออกไปข้างนอก สะเปะสะปะ" พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
    นายกฯ กล่าวว่า เวลารัฐบาลไปประชุมในพื้นที่เยี่ยมจังหวัดต่างๆ ไม่ได้หมายความว่าเอางบประมาณไปหลอกล่อประชาชน แต่การลงพื้นที่จะให้ได้เฉพาะที่มีแผนงานอยู่แล้ว ซึ่งจะมีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สภาเกษตรกร จะอยู่ประชุมด้วยกันทั้งหมด โดยจะมีการเสนอโครงการมาที่รัฐบาล หากโครงการไหนที่ตรงกับของเราที่มีอยู่แล้วสามารถดำเนินการได้ในปีนี้หรือปีไหน เพื่อจะตอบโจทย์งบประมาณค้างท่อในทุกปี ไม่ใช่ตนจะเอางบไปให้อย่างที่เคยเกิดแต่ก่อน จะมีคนถือโครงการลงไปแล้วก็บอกว่าได้มาแล้ว ได้มาได้อย่างไร ในเมื่อยังไม่เข้า ครม. ยังไม่ได้จัดสรรงบประมาณ 
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไทยนิยมหลายคนบอกเป็นโครงการเพื่อการสร้างผลทางการเมือง แต่เกิดขึ้นมาก่อนเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง โครงการเหล่านี้ให้ประชาชนคิดเองว่าจะเอาอะไร ซึ่งบางคนไม่มาเพราะรู้ว่าตัวเองไม่ได้สตางค์โดยตรง แต่คนที่มาร่วมตัดสินว่าจะเอาอะไร นี่เป็นประชาธิปไตยใช่ไหม แล้วจะไปล้มเขาได้อย่างไร ดังนั้นทุกคนต้องมีส่วนร่วม ทั้งผลประโยชน์โดยตรงและโดยอ้อม วันนี้จังหวัดที่อยู่ท้ายตารางประมาณ 18 จังหวัด ต้องเติมเงินเพื่อให้เขาเข้มแข็ง บอกเป็นการเมืองตนไม่เข้าใจ ไปดูเสียบ้างข้อมูลต่างๆ ใครก็พูดได้ พูดแต่ปากไม่รับผิดชอบก็พูดได้หมด สังคมและประชาชนต้องช่วยกัน จะเชื่อตนหรือเชื่อเขา 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายกฯ ใช้เวลาพูดไปกว่า 1 ชั่วโมง ช่วงหนึ่งนายกฯ ได้กล่าวขอโทษผู้ที่มาร่วมประชุม พร้อมหยุดพักเพื่อดื่มน้ำ แล้วถามผู้ร่วมประชุมว่า “เหนื่อยหรือไม่ ฟังนานแล้วจะเบื่อ ผมพูดเองก็เบื่อเหมือนกัน” จากนั้นนายกฯ ได้สั่งให้ผู้ร่วมประชุมทั้งหมดลุกขึ้นยืนและยกมือขึ้นโบกไปทางซ้าย-ขวา พร้อมบอกว่าเราจะทำตามสัญญา และสั่งให้ทุกคนนั่งลงอย่างเดิม 
    นายกฯ กล่าวในตอนท้ายว่า ที่พูดไปในวันนี้ จะเห็นว่ามีปัญหาสังคม คือความใจร้อน ใจร้อนที่สุดก็คืออยากจะเลือกตั้ง หวังว่ามันจะดีขึ้น ก็คอยดูก็แล้วกันว่าเป็นอย่างไร เราต้องทำบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อยให้ได้ในรัชกาลนี้ และรัชกาลต่อๆ ไป วันหน้าจะกี่ร้อยปี ต้องทำให้ได้ทั้งหมดทั้งยุคเราและยุคคนอื่นต่อไปในวันหน้า 
    ภายหลังเปิดการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยโบกมือพร้อมกล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าขึงขังว่า "ไม่มีอะไรจ้ะ เพื่อประเทศชาติ อนาคตใคร อนาคตเรา เข้าใจไหม เราๆ" 
    ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ระบุหลังมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งแล้ว หากคนในรัฐบาลใช้เวลาราชการหาเสียงถือว่ามีความผิดว่า เรื่องนี้เป็นวิธีปฏิบัติที่ทราบกันอยู่แล้ว หากใช้เวลาราชการถือว่าเสี่ยงมาก แต่ไม่เกี่ยวกับบทบาทของนายกฯ เพราะความเป็นรัฐบาล ถึงอย่างไรต้องปฏิบัติหน้าที่ สื่ออย่าไปมองว่าเมื่อรัฐบาลขยับอะไรจะเป็นการหาเสียงไปหมด
    เมื่อถามว่า ระหว่างมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งออกมา ไม่ควรจัด ครม.สัญจรใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า มีได้ ส่วนจะมีหรือไม่ตนไม่ทราบ เพราะหน้าที่ของครม.ยังต้องมีอยู่ 
    "ครม.ชุดปัจจุบันถือว่าเป็นรัฐบาลเต็มรูปแบบ ไม่เหมือนกับกรณีการยุบสภาแล้วรัฐบาลพ้นจากตำแหน่ง  จึงไม่ใช่การรักษาการ มีอำนาจเต็ม สามารถอนุมัติงบประมาณและโยกย้ายข้าราชการได้ ทำอะไรได้หมด แม้แต่ คสช.ยังใช้มาตรา 44 ได้ถึงนายกฯ คนใหม่ถวายสัตย์ฯ” นายวิษณุกล่าว และว่า เรื่องนี้ไม่เหลื่อมล้ำ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งใจเขียนเช่นนี้ ส่วนเหตุผลขอให้ถามนายมีชัย  
    ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม นำผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้แก่ พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก,  พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ และพล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่ออำลาในโอกาสเกษียณอายุราชการ โดยนายกฯ ได้กล่าวอวยพรและขอบคุณคณะผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่สนับสนุนการทำงานของรัฐบาล ทำให้ประเทศเดินหน้าไปด้วยความสงบเรียบร้อย  
    วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 2/2561 เรื่องแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งใน คสช. เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของ คสช. เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ให้ยกเลิกประกาศ คสช.ฉบับที่ 2/2560 เรื่องแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งใน คสช. ลงวันที่ 20 ก.ย.2560 โดยให้แต่งตั้งให้บุคคลต่อไปนี้ดำรงตำแหน่งใน คสช. ดังนี้
    1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า คสช. 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรองหัวหน้า คสช. 3.พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นรองหัวหน้า คสช. 4.พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นรองหัวหน้า คสช. 5.พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เป็นรองหัวหน้า คสช. 6.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นรองหัวหน้า คสช. 7.พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เป็นสมาชิก คสช. 8.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นสมาชิก คสช. 9.พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ เป็นสมาชิก คสช. 10.พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี เป็นสมาชิก คสช. 11.พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เป็นสมาชิก คสช. 12.พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน เป็นสมาชิก คสช. 13.พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เป็นสมาชิก คสช. 14.นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นสมาชิก คสช.  และ 15.พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นเลขาธิการ คสช.  โดยให้สำนักเลขาธิการ คสช. ทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของ คสช. ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2561 เป็นต้นไป
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการปรับเปลี่ยน ผบ.เหล่าทัพคนใหม่เข้ามาเป็นสมาชิก คสช.แทนคนเก่าที่เกษียณอายุราชการ.


"ศ.ธีรยุทธ บุญมี" เผยแพร่บทความเรื่อง "เมษาชี้ชะตาประเทศ" เมื่อวาน (๓๐ มี.ค.๖๓) อ่านแล้ว..... ต้องบอกว่า "อาจารย์ธีรยุทธ" ก้าวข้ามคำว่า "นักวิชาการ" สู่สถานะ "วิญญูชน" แท้จริง!

อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก